โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

‘เขาว่าฝนมันทำให้คนเหงา’ เมื่อฤดูฝนมักมาพร้อมความทึมเทา เราจะทำยังไงเพื่อ ‘บูส’ ความรู้สึกได้บ้าง

a day magazine

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 03.00 น. • a day magazine

และแล้วก็ถึงเวลาของฤดูฝน

ฤดูฝนทำงานกับความรู้สึกแต่ละคนต่างกันไป บางคนชอบความชุ่มฉ่ำของสายฝน บางคนตกหลุมรักกลิ่นสายฝน บางคนได้แรงบันดาลใจจากความทึมเทาของบรรยากาศ

“เขาว่าฝนมันทำให้คนเหงา”

“ดอกไม้ที่รอฝน ก็เหมือนคนทางนี้ที่รอเธอ”

และหลากบทเพลงที่เกี่ยวกับฝนที่คุ้นเคย บอกว่าฝนมักมาพร้อมความรู้สึกเหงา และเศร้าที่เข้มข้นกว่าปกติ นั่นเพราะอย่างที่หลายคนรู้ว่าสภาพอากาศส่งผลต่ออารมณ์ได้จริง มีการศึกษาวิจัยในปี 2020 ที่พบว่าผู้คนมีแนวโน้มที่จะประสบความรู้สึกซึมเศร้าเมื่อสภาพอากาศครึ้มฝน

การวิจัยยังพบการเชื่อมโยงระหว่างฝนกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ ‘การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง’ มีการวิจัยอีกชิ้นในปี 2018 ที่พบว่า ฝนทำให้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะลงคะแนนเสียงเพื่อ ‘ความเปลี่ยนแปลง’ น้อยลง ไปจนถึง ‘ความรู้สึก’ เกี่ยวกับการบริการในร้านอาหาร

บางครั้งส่งผลให้เกิดภาวะอย่างซึมเศร้าตามฤดูกาล หรือ SAD ได้เลยด้วยซ้ำ

สำหรับบางคน การตื่นขึ้นมาพบกับท้องฟ้าครึ้ม และเสียงหยาดฝน อาจไม่ได้โรแมนติก แต่เป็นความรู้สึกหดหู่ใจมากกว่า แล้วจะทำยังไงเพื่อเปลี่ยน ‘มูด’ ความซึมเซาจากฝนได้บ้าง?

อารมณ์ซึมเศร้าเป็นภาวะ ไม่ใช่ลักษณะนิสัย

อารมณ์เป็นคำจำกัดความของความรู้สึก ดังนั้นหมั่นเตือนตัวเองว่าอารมณ์ของเราเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว อารมณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และอารมณ์ที่รู้สึกไม่ได้หมายถึง ‘ตัวตน’ ของเรา ในความเป็นจริง อารมณ์มักเกิดได้ง่ายจากภาวะชั่วคราวบางอย่าง เช่น ความเหนื่อยล้า ความเครียด และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นนั้นแล้วความคิดสามารถทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกได้เช่นกัน การเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนความคิดเพื่อเตือนตัวเองว่า ‘อารมณ์เป็นสิ่งชั่วคราว’ จึงช่วยได้

ยอมรับความรู้สึกของคุณ

การยอมรับ ‘ในสิ่งที่เป็น’ เป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง หากรู้สึกกลัว ให้ยอมรับความกลัว หากรู้สึกเจ็บปวด ให้ยอมรับความเจ็บปวด หากรู้สึกซึมเศร้า ให้ยอมรับภาวะซึมเศร้านั้น อย่าพยายามคิดว่าเราไม่ได้เป็นอะไร วิธีนี้จะช่วยระบุ ‘สิ่งที่เกิดขึ้นจริง’ ซึ่งแสดงออกผ่านตัวตนของเราได้ อันจะนำไปสู่ทางแก้ที่ ‘ตรงจุด’ จำไว้ว่าการ ‘ยอมรับ’ สิ่งที่รู้สึกไม่ได้หมายความว่าเรา ‘เห็นด้วย’ หรือ ‘ชอบ’ สิ่งนั้น แต่เป็นเพียงแค่การละทิ้งการต่อสู้เพื่อสิ่งที่ไม่ใช่ โดยยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่

รับรู้ถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้น

บางครั้งการพยายามต่อสู้กับความรู้สึกซึมเศร้า หรือพยายาม ‘ไม่รู้สึก’ อาจทำให้สิ่งต่างๆ แย่ลง แทนที่จะทำเช่นนั้นให้ลองใช้เวลาเพื่อ ‘รู้สึก’ ถึงสิ่งที่อยู่กับเราจริงๆ เมื่อสามารถรับรู้ถึงอารมณ์เหล่านั้นได้ในทางหนึ่ง ก็เหมือนเป็นการพยายามปลดปล่อยพลังของอารมณ์นั้นที่มีต่อเรา ลองนั่งนิ่งๆ จดจ่อกับอารมณ์นั้น สังเกตว่าอารมณ์ไม่ได้ควบคุมเรา แต่เราต่างหากที่จะเป็นผู้ควบคุมมัน เมื่อถึงจุดหนึ่งกระบวนการในการ ‘รู้สึก’ ถึงอารมณ์นั้นจะช่วยให้เราเริ่มปล่อยวางได้

ปัจจุบันสำคัญที่สุด

คนเรามักติดอยู่กับอนาคต หรือไม่ก็อดีต ซึ่งนำไปสู่ความทุกข์ที่มากขึ้น เนื่องจากไม่สามารถควบคุมสิ่งใดได้เลย แต่เมื่อมาจดจ่อกับเวลาปัจจุบัน เรามักรู้สึกผ่อนคลายลง เพราะรู้ว่าเราสามารถจัดการสิ่งใดได้บ้าง บางครั้งสายฝนชอบดึงเราเข้าสู่ห้วงเวลาเหล่านั้น จนทำให้รู้สึกเศร้า ดังนั้นการฝึกสังเกต และรับรู้ถึง ‘ปัจจุบัน’ โดยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมด จดจ่อกับธรรมชาติ สิ่งรอบตัว ผู้คนรอบข้าง เพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน และเตือนถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราจึงสำคัญ

เคลื่อนไหวร่างกายเสียบ้าง

กิจกรรมทางกายเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการบรรเทาอาการซึมเศร้า ไม่ว่าจะเป็นการเดินหรือวิ่ง นับเป็นวิธีที่ดีในการเอาชนะความเหนื่อยล้า พลังงานลบ ความวิตกกังวล ความเครียด หรือแม้กระทั่งความรู้สึกดูถูกตัวเอง การเคลื่อนไหวร่างกายไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายดีขึ้น แต่ยังช่วยให้ได้ ‘หันเห’ ความสนใจจากอารมณ์ต่างๆ และสร้างสารเคมีเชิงบวกอย่างเอนดอร์ฟิน ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นได้ แม้ว่าสายฝนจะกำลังโปรยปรายก็ตาม

เช่นนี้แล้วฤดูฝนที่กำลังมาถึงอาจนำมาซึ่งอารมณ์ที่หลากหลาย และท่วมท้น เหมือนสายฝนเวลาพร่างพรมสิ่งใดก็มักทำให้สิ่งนั้นเข้มชัดขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ความรู้สึก แต่หากมันกำลังทำให้ ‘มูด’ เชิงลบในร่างกายก่อตัวขึ้น ก็อาจถึงเวลาจัดการความรู้สึกนั้นแล้ว

เพื่อให้สายฝนเป็นเพียงฤดูกาล ไม่ใช่เหตุของความเศร้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...