กรมควบคุมโรค เผย! ‘อีสานตอนล่าง’ ป่วย ’โรคไข้ดิน‘ แล้ว 147 ราย
น้ำ-ดิน สัมผัสผิวหนังแล้วอาจเป็นโรคนี้ได้!
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.68 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค ได้ออกมาประกาศพร้อมกับเตือนประชาชนเกี่ยวกับโรคที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ อย่าง “โรคไข้ดิน” หรือ “โรคเมลิออยด์” โดยระบุว่า
“สคร.9 นครราชสีมา เตือน เกษตรกรหรือผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำโดยตรง ไม่ควรเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า หรือแช่น้ำเป็นเวลานานเพื่อป้องกันโรคเมลิออยด์ หรือโรคไข้ดิน ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในดิน น้ำ นาข้าว แปลงผัก สวนยาง และบ่อน้ำ หากต้องทำงานสัมผัสกับดินและน้ำที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน หรือมีบาดแผลขีดข่วน ควรสวมรองเท้าบูท สวมถุงมือยาง และกางเกงขายาว เพื่อป้องกัน เมื่อเสร็จภารกิจให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที และหากมีไข้สูงติดต่อกันเกิน 5 วัน ควรรีบพบแพทย์
ทั้งนี้ด้าน นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า โรคไข้ดิน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เบอร์โคเดอเรีย สูโดมัลลิอาย พบได้ทั่วไปในดิน ในน้ำ นาข้าว ท้องไร่ สวนยาง ทั่วทุกภาคในประเทศไทย โดยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จับปลา ลุยน้ำ ปลูกแปลงผัก ทำสวนยาง จับปลา หรือลุยโคลน เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง
1.การสัมผัสน้ำหรือดินที่มีเชื้อปนเปื้อน เชื้อจะสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลได้
2.การดื่มน้ำไม่สะอาดหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป หรือการสำลักน้ำที่มีเชื้อโรค
3.สูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป หลังติดเชื้อประมาณ 1-21 วันจะเริ่มมีอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภูมิต้านทาน
ซึ่งอาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ อาจติดเชื้อเฉพาะที่ หรือติดเชื้อแล้วแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ทั้งนี้สถานการณ์โรคดังกล่าว ในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 19 พ.ค. 68 พบผู้ป่วยโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์ จำนวน 147 ราย เสียชีวิตแล้ว 5 ราย แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้
1. จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 61 ราย อัตราป่วย 3.91 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 1 ราย
2. จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 37 ราย อัตราป่วย 2.73 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีผู้เสียชีวิต
3. จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วย 16 ราย อัตราป่วย 1.50 ต่อประชากรแสนคน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย
4. จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วย 33 ราย อัตราป่วย 1.26 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 1 ราย
กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดคือ กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 55-64 ปี และ กลุ่มอายุ 45-54 ปี ตามลำดับ กลุ่มอาชีพที่ป่วยมากที่สุดคือ ชาวนา และเกษตรกร
ดังนั้น ในการป้องกันโรคไข้ดิน ควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบูทหรือถุงพลาสติกหุ้มรองเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำโดยตรง สวมถุงมือยาง กางเกงขายาว หากมีบาดแผลควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังจากทำงานหรือลุยน้ำ รวมถึงดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกทุกครั้ง หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจวินิจฉัยและรักษาทันทีตามอาการและความรุนแรงของโรค
อย่างไรก็ระวังกันด้วยนะคะ “น้ำกับดิน”ก็สามารถทำให้ตัวเราเป็นโรคหรือไม่สบายขึ้นมาได้แล้ว อันตรายมากๆเลยค่ะ
ที่มา:เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค https://ddc.moph.go.th/odpc9/news.php?news=52825&deptcode=