สายสูบ-สายดื่ม ระวัง! เสี่ยงมะเร็งช่องปาก มากกว่าคนทั่วไป 35เท่า แนะวิธีสังเกตอาการ
อย่าละเลยสุขภาพช่องปาก เปิดปัจจัยเสี่ยง มะเร็งในช่องปาก เตือน สูบบุหรี่-ดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงมากกว่าคนปกติสูงถึง 35 เท่า แนะวิธีสังเกตอาการ
มะเร็งในช่องปาก พบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง และอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น สุขภาพช่องปากจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย
พญ.รจนา ญาณสมบูรณ์ แพทย์เฉพาะทางสาขาโสต ศอ นาสิก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลเรื่องมะเร็งในช่องปากว่า มะเร็งในช่องปาก คือมะเร็งที่เกิดบริเวณ ลิ้น พื้นของช่องปาก ริมฝีปาก เหงือก เนื้อเยื่อบุในช่องปาก และเพดานแข็ง
อุบัติการณ์ของมะเร็งชนิดนี้ในประเทศไทย คือ 5.5 ต่อประชากร 100,000 คนในเพศชาย และ 4.3 ต่อประชากร 100,000 คนในเพศหญิง ซึ่งถือว่าพบได้บ่อย โดยคิดเป็นร้อยละ 25 ของมะเร็งศีรษะและลำคอทั้งหมด
ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งในช่องปากที่สำคัญ
- การสูบบุหรี่หรือยาเส้น
- การดื่มแอลกอฮอล์
โดยการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยง 1.9 เท่าในเพศชาย และ 3 เท่าในเพศหญิงเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ส่วนการบริโภคแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงได้สูงถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้บริโภคแอลกอฮอล์ และหากมีการสูบบุหรี่ร่วมกับการบริโภคแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้มากกว่าคนปกติได้สูงถึง 35 เท่า
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นอีก เช่น การเคี้ยวหมากพลู การเคี้ยวยาเส้น การใส่ฟันปลอมที่มีขนาดไม่พอดีกับ ช่องปาก รวมถึงสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี
อาการของผู้ป่วยมะเร็งในช่องปาก มักมาด้วยรอยโรคในช่องปาก เช่น มีแผลหรือก้อนในช่องปากที่เป็นนานเกิน 2 สัปดาห์ ฝ้าขาวหรือรอยแดงในช่องปาก และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เจ็บในช่องปาก มีเลือดออกจากรอยโรคในช่องปาก รับประทานอาหารได้ลดลง และน้ำหนักตัวลดลง รวมถึงการมีก้อนที่คอ
ขั้นตอนการวินิจฉัย คือการตัดชิ้นเนื้อที่ตำแหน่งรอยโรคในช่องปากไปตรวจเพิ่มเติมทางพยาธิวิทยา ในผู้ป่วยบางรายอาจพิจารณาทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูระยะของโรคและวางแผนการรักษาต่อไป
โดยการรักษามะเร็งช่องปาก จะพิจารณาจากรอยโรคที่เกิดขึ้น และสภาวะของผู้ป่วย เช่น โรคประจำตัว โดยหากสามารถผ่าตัดได้จะพิจารณารักษาโดยการผ่าตัดเป็นหลัก ในบางรายอาจมีการฉายรังสี และ/หรือการให้เคมีบำบัดร่วมด้วยหลังผ่าตัด
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะทางพยาธิวิทยาของมะเร็งของผู้ป่วยรายนั้นๆ ส่วนผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ จะให้การรักษาโดยการฉายรังสี และ/หรือ การให้ยาเคมีบำบัด
จะเห็นได้ว่ามะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่สามารถมองเห็นรอยโรคด้วยตนเองได้ง่าย จึงแนะนำให้ทุกคนหมั่นสำรวจช่องปากตนเองอย่างสม่ำเสมอหลังแปรงฟัน โดยบริเวณต่างๆ ในช่องปาก สามารถสังเกตได้ดังนี้
- ริมฝีปาก ทั้งด้านนอกและในเยื่อบุช่องปาก โดยอาจส่องกระจกแล้วดึงริมฝีปากด้านบนและล่างเพื่อสังเกต ดูเยื่อบุช่องปากด้านใน
- ลิ้น และใต้ลิ้น และพื้นของช่องปาก โดยแลบลิ้นหน้ากระจกเพื่อสำรวจลิ้น ขยับลิ้นไปแตะกระพุ้งแก้มแต่ละข้างเพื่อดูด้านข้างของลิ้น และกระดกลิ้นเพื่อดูใต้ลิ้นรวมถึงบริเวณพื้นของช่องปากด้วย
กระพุ้งแก้ม โดยใช้นิ้วเกี่ยวมุมปากทีละข้างและสำรวจบริเวณกระพุ้งแก้ม
- เหงือกและเพดานปาก สังเกตได้โดยการอ้าปากก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อดูเหงือกด้านล่าง และเงยหน้า เพื่อสังเกตเหงือกด้านบนและเพดานปาก
นอกจากนี้ ความเสี่ยงของมะเร็งช่องปากบางปัจจัยก็สามารถหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน เช่น การหยุดสูบบุหรี่หรือยาเส้น การหยุดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การไม่เคี้ยวหมากพลู และการรักษาสุขภาพช่องปากเป็นประจำ รวมถึงการพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเป็นประจำ ก็ช่วยให้เราได้ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากได้ด้วยเช่นกัน
และหากผู้ป่วยรายใดที่มีแผลเรื้อรังในช่องปากเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการผิดปกติในช่องปาก สามารถเข้ารับ การตรวจกับแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
ขอบคุณที่มา : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สายสูบ-สายดื่ม ระวัง! เสี่ยงมะเร็งช่องปาก มากกว่าคนทั่วไป 35เท่า แนะวิธีสังเกตอาการ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th