โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไข 4 วิธี ! สร้างการบอกต่อผ่าน การตลาด Word-of-Mouth ที่สร้าง Awareness ให้ธุรกิจของคุณแบบ Organic

Ad Addict

อัพเดต 27 ก.ย 2565 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2565 เวลา 03.15 น. • nanoipowerpuff

ยุคนี้หากใครทำการตลาดได้ดีคงเป็นต่อในสนามการแข่งขันที่ดุเดือด แต่ไม่ว่าจะธุรกิจไหนก็มีปลายทางเดียวกัน คือทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักได้อย่างกว้างขวาง และถูกยอมรับจากผู้คน ซึ่งมันก็พอจะมีวิธีที่ทำให้ธุรกิจของเราถูก ‘บอกต่อ’ ได้แบบไม่สิ้นเปลืองแถมยัง Organic เห็นผลแบบชัดเจนอยู่ด้วย

แน่นอนว่าก่อนที่ลูกค้าจะตกลงปลงใจซื้อของอะไรสักชิ้น ต้องผ่านการหารีเสิร์ชหาข้อมูลมากมาย และสิ่งที่สำคัญที่จะให้ลูกค้าเชื่อมั่นสุด ๆ ไปเลยคือ ‘รีวิวจากผู้ใช้จริง’ ยิ่งเป็นรีวิวจากคนใกล้ตัวยิ่งตัดสินใจง่ายขึ้นเข้าไปใหญ่เลย เพราะถ้าหากให้เลือกว่าจะเชื่อโฆษณาหรือรีวิว คนมักจะเชื่อรีวิวก่อนอยู่แล้วเสมอ

วันนี้ Ad Addict ไม่รอช้าที่จะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับการตลาดแบบ Word-of-Mouth ที่จะสร้าง Awareness ให้ธุรกิจของคุณแบบ Organic !

Word-of-Mouth (WOM Marketing) คืออะไร ?

Word of Mouthคือการหาวิธีการต่าง ๆ ที่ทำให้ธุรกิจถูกบอกต่อโดยผู้คนแบบปากต่อปากให้มากที่สุด เพราะนอกจากจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แล้ว Word of Mouth ยังทำให้เกิดการกระตุ้นเชิงบวกกับแบรนด์อีกด้วย ถือว่าเป็นการตลาดที่ทรงพลังและมีมูลค่ามหาศาลอย่างยิ่ง

ข้อดีของการตลาด Word-of-Mouth

1. สร้าง Awareness ได้โดยไม่ต้องเปลืองต้นทุนในการทำการตลาด

อย่างที่รู้กันว่า ถ้าธุรกิจของเราถูกบอกต่อด้วยวิธีแบบปากต่อปาก ยังไงก็ประหยัดต้นทุนในการทำการตลาดเป็นเท่าตัว ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา ไม่ต้องเทหมดหน้าตักในการโปรโมต เพราะบอกต่อแบบปากต่อปากจะสร้าง Awareness ให้กับธุรกิจเราด้วยตัวมันเอง

2. ข้อมูลถูกกระจายได้อย่างรวดเร็วทันใจ

พลังของการบอกต่อในโซเซียลมันมากกว่าที่คุณคิด มันมากกว่าที่คุณเห็น ! ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ในเฟซบุ๊ค การรีทวิตหรืออีกมากมายที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลทุกอย่างถูกส่งต่อไปมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากธุรกิจของคุณถูกพูดถึงและบอกต่อในโซเชียล แล้วละก็รับรองได้เลยว่าถูกมองเห็นแน่นอน !!

3. ยืนยันคุณภาพของสินค้าและบริการไปในตัว

เมื่อสินค้าของแบรนด์เราถูกนำไปบอกต่อกับเพื่อนฝูง คนรู้จักหรือโลกโซเชียล ก็เหมือนเป็นเครื่องยืนยันไปในตัวเลยว่า ของเราดีจริง ดีแบบตะโกน เพราะถ้าไม่ดีจริงลูกค้าคงไม่เต็มใจนำไปบอกต่อแน่นอน

4. เป็นการตลาดที่ทรงพลัง !

เพราะคนมักจะเชื่อคำพูดจากเพื่อนและครอบครัวมากกว่า หากให้เอามาเทียบให้เห็นกันชัดเลย ๆ ว่าระหว่างให้เพื่อนคุณมาพูดว่ามันดีกับโฆษณามาพูดว่ามันดี คุณจะเชื่อใครกันแน่ นี่เลยเป็นเหตุผลว่าทำไม Word of Mouth ถึงทรงพลัง

5. การคัดสรรผู้ฟังไปในตัว

เพราะคนส่วนใหญ่มักจะแชร์ข้อมูลในเรื่องที่เขาเจอ ให้กับคนที่พวกเขาคิดว่ากำลังสนใจเรื่องเดียวกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ ก็มักจะมีกลุ่มคนที่ชอบอะไรแนวเดียวกันแบ่งปันความเห็น บอกต่อสิ่งของให้กันและกันอยู่แล้ว

ซึ่งก่อนที่จะเกิด Word of Mouth ได้เราต้องทำให้เกิดแรงกระตุ้นให้ได้ก่อน โดยต้องสร้าง ‘Triggers’ เล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างผู้คนและแบรนด์ของคุณ อาจจะเป็นการหยิบยืมสิ่งที่ผู้คนทำกันเป็นประจำในชีวิตประจำ เห็นบ่อย ๆ จนเกิดการจดจำและถูกพูด จนสามารถทำให้เกิด Word of Mouth ได้

แล้ววิธีที่จะสร้างให้เกิด Word of Mouth ละมีอะไรบ้าง ? มาดูกันน ~

1. สินค้าและบริการต้องดี ! เพื่อให้เกิดการบอกต่อที่ผลลัพธ์

"แกลองไปซื้อครีม X มาใช้ดูสิ ฉันใช้แล้วดีม๊าก"

แน่นอนว่าผู้คนมักจะแชร์อะไรก็ตามที่ทำให้พวกเขารู้สึกดี ใช้แล้วเห็นผลจนอยากบอกต่อ เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้สินค้าของแบรนด์เราดีจริงก่อน ถึงจะเกิดการบอกต่อได้

ซึ่งหากสินค้าหรือบริการของเราทำออกมาได้ดีจริง ๆ ใช้ดีมีคุณภาพ ระยะการใช้งานยืนยาวได้มาตราฐาน ตรงปกและเห็นผล ยังไงก็ได้รับการบอกต่อหรือรีวิวจากคนรู้จักที่ใช้จริงอยู่แล้ว ฉะนั้นสินค้ามันจะมีความทรงพลังและขลังขึ้นเยอะมากก กลายเป็นเปอร์เซนต์หลัก ๆ ที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อของ เพราะขนาดเพื่อนฉันยังใช้ แสดงว่าของเขาดีจริง !

ป.ล. แน่นอนว่าของเราต้องดีก่อนจริง ๆ นะไม่งั้นจะโปรโมตแค่ไหนก็ไม่มีผล

ยกตัวอย่าง เช่น นส.ขวัญใจ ได้ลองซื้อครีมกันแดดมาใช้เอง 1 ตัว แล้วเห็นผลดี ผิวหน้าดีขึ้นไม่หมองคล้ำ จึงเกิดความประทับใจนำไปบอกต่อในกลุ่มเพื่อน และโซเชียลมีเดียของตัวเองทำให้คนที่ติดตามอยู่หรือเพื่อนของเธอเกิดความสนใจ อยากจะไปซื้อครีมกันแดดตัวนี้มาใช้ตามบ้าง

2. มอบคุณค่าให้แก่ลูกค้า เพื่อนำไปสู่ความประทับใจ และทำให้เกิด Brand Loyalty

"แบรนด์ที่น่าพูดถึง คือแบรนด์ที่ให้คุณค่า"

เมื่อแบรนด์ของคุณมีคุณภาพดีจนถูกนำมาใช้ต่อ ก็จะเกิด Brand Loyalty ที่ทำให้แบรนด์ของคุณถูกบอกต่อไปเป็นทอด ๆ ได้แล้วยิ่งถ้าหากว่าแบรนด์ของคุณมอบคุณค่า หรือช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาได้ไม่เป็นสองรองใครก็ยิ่งสามารถขยายขอบเขตในการบอกต่อไปได้มากกว่าเดิมเพราะเมื่อลูกค้าได้รับ หรือมองเห็นคุณค่าที่เรามอบให้ส่วนใหญ่ก็พวกเขาก็จะแบ่งปันสิ่งนี้ต่อไปให้คนอื่นด้วย

Tips สำหรับมือโปร : จำไว้ว่าวิธีที่ดีที่สุดในการมอบคุณค่าคือการมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และอะไรที่ทำให้คุณแตกต่าง !

ยกตัวอย่างเช่น การใช้ช่องทาง LINE OR สำหรับการทำ CRM ของ Nestlé ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่สะสมแต้ม เอาไว้ สามารถมาเลือกแลกรับ หรือลุ้นรับรางวัลต่างๆ โดยรางวัลมีมากมายหลากหลาย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://adaddictth.com/knowledge/LINE-OA-NESTLE

3. สื่อสารพลังบวกให้ทัชใจคน เพราะ Emotion เป็นบ่อเกิดของความสำเร็จ !

Emotion เป็นตัวแปรที่ขับเคลื่อนการบอกต่อให้เกิดขึ้นได้ไวที่สุด เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเข้าถึงอารมณ์ของผู้คนได้ไม่ว่าจะเป็น สนุก สุข เศร้า ซึ้งหรือตลก เมื่อนั้นพวกเขาจะแบ่งปันหรือบอกต่ออารมณ์ที่เกิดขึ้นไปให้ผู้อื่นได้อย่างธรรมชาติ

ยกตัวอย่างเช่น ‘deadline always exists’ ที่ออกโปรเจกต์มากมาย มาให้ผู้คนได้เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง หรือการปลอบประโลมผู้คนที่กำลังเครียดหรือสิ้นหวังผ่านการตอบคำถามจึงทำให้ deadline always exists ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เพราะสามารถเข้าถึงความรู้สึกของผู้คนได้ และกินใจสุด ๆ

4.สร้างความพิเศษที่มีได้เฉพาะคุณ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึก Special

มี ‘ความลับ’ ที่ใดต้องมี ‘นักสืบ’ ที่นั่น หากแบรนด์ของคุณสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้เป็นกุมความลับของจักรวาล รู้สึกพิเศษ ตื่นเต้นและแปลกใหม่ พวกเขาจะเฟ้นหาความจริง ตามหาความลับของคุณแล้วนำมาบอกต่อด้วยความภาคภูมิใจในที่สุด

แน่นอนอยู่แล้วว่าแบรนด์ที่ได้สำเร็จก็คงไม่พ้น ‘เมนูลับของสตาร์บัค’ ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในโลกโซเชียล พอขึ้นชื่อว่าเป็นเมนูลับคนก็ให้ความสนใจและอยากที่จะลองชิมเพื่อนำมาบอกว่า ‘แกฉันได้กินเมนูลับของสตาร์บัคแล้วนะ อร่อยมากแกลองไปสั่งดูสิ’ ได้อย่างภูมิใจว่าเราได้เป็นคนกระจายความลับนี้ ฉันเป็นคนล่วงรู้ความลับที่ไม่มีใครรู้ !

ดังนั้นก็อย่าลืมที่จะหา เมนูลับ ให้กับแบรนด์ตัวเองดูนะ แน่นอนว่าเมนูลับที่พูดไม่จำเป็นต้องเป็นอาหาร แต่เป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้คนรู้สึกว่ามัน Top secreat สุด ๆ !! เพราะหากทำได้สำเร็จแบรนด์คุณจะได้รับพลังของ Word of Mouth แน่นอน

เป็นยังไงบ้างทุกคนน หลังจากที่ได้อ่านการตลาดแบบ Word of Mouth ที่เรานำมาฝาก ~ น่าสนใจสุด ๆ ไปเลยใช่มั้ย พลังของการบอกต่อหน่ะ ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว ! โฆษณาอะไรก็ไม่สู้รีวิวจากผู้ใช้จริง Organic สุด แถมยังทำให้แบรนด์น่าเชื่อถืออีกด้วย

ถ้าเพื่อน ๆ สนใจกลยุทธ์ไหน หรือมี Case Study ที่น่าสนใจก็บอกมาได้เลย ! Ad Addict พร้อมนำมาเล่าให้ฟังกันอีกแน่นอนคร้าบ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...