โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Fear and Greed Index คืออะไร? รู้จักดัชนีความกลัว-โลภของนักลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.พ. 2566 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2565 เวลา 12.47 น.

Fear and Greed Index คืออะไร รู้จัก “ดัชนีวัดอารมณ์ตลาด” จากความกลัวและความโลภของนักลงทุน

เมื่อความกลัวและโลภเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับการลงทุน เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการลงทุนมักมีสิ่งที่เรียกว่า “อารมณ์” เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ นั่นหมายความว่าระดับความกลัวและความโลภจะแสดงถึงความรู้สึกของนักลงทุนที่มีต่อตลาดการลงทุนในขณะนั้น ซึ่งสภาวะตลาดการลงทุนก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นสุดขีดหรือดึงลงต่ำสุด

“ประชาชาติธุรกิจ” พามารู้จักกับ Fear & Greed Index หรือดัชนีวัดความกลัวและความโลภของนักลงทุน ที่จะวัดความรู้สึกและอารมณ์ของนักลงทุนและเป็นตัวที่สะท้อนถึงสภาวะของตลาดได้เป็นอย่างดี

Fear and Greed Index คืออะไร

Fear and Greed Index คือดัชนีความกลัวและความโลภ ซึ่งใช้วัดดูพฤติกรรมที่แสดงออกมาทาง “อารมณ์” ของนักลงทุนในตลาด ว่ากำลังมีอารมณ์ไปในทางกลัวหรือโลภมากกว่ากัน และแสดงให้เห็นว่าตลาดอยู่ในสภาวะ “ขาขึ้นหรือขาลง”

ซึ่งปัจจุบันFear & Greed Index ที่พัฒนาโดย CNNMoney เป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากในตลาดหุ้น และสำหรับตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเองก็มีดัชนี Crypto Fear & Greed Index ด้วยเช่นกัน โดยดัชนีจะมีการอัปเดตทุก ๆ 8 ชั่วโมง และสามารถใช้งานได้ผ่านทางเว็บไซต์ alternative

ระดับความกลัวและความโลภ

ระดับค่าความกลัวและความโลภอยู่ระหว่าง 0-100 แบ่งเป็นระดับ ได้ดังนี้

ที่ระดับ 0-24 (Extreme Fear) = สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดมีความกลัวขั้นสุด เกิดการขาดทุนที่มาก จนหลายคนอยากจะขาย

ที่ระดับ 25-49 (Fear) = สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดยังมีความกลัวอยู่เล็กน้อย

ที่ระดับ 50 (Neutral) = สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ที่ระดับ 51-75 (Greed) = สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดมีความโลภ

ที่ระดับ 75-100 (Extreme Greed) = สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดมีความโลภขั้นสุด เกิดอารมณ์ FOMO (Fear of missing out) คืออาการกลัวตกข่าว กลัวตกเทรนด์ ทำให้รู้สึกกังวลว่าตัวเองจะพลาดเรื่องอะไรไปตลอดเวลา จนทำให้รู้สึกเป็นกังวล

Fear and Greed Index คำนวณจากอะไร?

ดัชนีทุกประเภทล้วนเป็นผลลัพธ์จากการนำข้อมูลตัวเลขจากหลาย ๆ แหล่งที่เกี่ยวข้องเข้ามาคำนวณร่วมกัน ซึ่งจะขอตัวอย่างการคำนวณ Crypto Fear & Greed จากเว็บไซต์ alternative.me โดยปัจจัย (Data Sources) ที่ถูกนำมาคำนวณมีดังต่อไปนี้

ความผันผวนของตลาดเทียบกับความผันผวนเฉลี่ยตามช่วงเวลาที่เลือก (Volatility) 25%

เป็นการคำนวณโดยดูจากความผันผวนกับ Maximum Drawdown ของราคา Bitcoin และนำไปเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วัน และ 90 วัน โดยยิ่งมีความผันผวนมากเท่าไหร่ อาจสะท้อนว่าตลาดมีความกลัวมากเท่านั้น

ปริมาณการซื้อขายของตลาด (Volume) 25%

เป็นการคำนวณปริมาณซื้อขายร่วมกับแนวโน้มของตลาด (เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30/90 วัน) โดยหากมีปริมาณซื้อขายสูงขึ้นอาจสะท้อนว่าตลาดกำลังมีความโลภเพิ่มขึ้น

การพูดถึงบนสังคมออนไลน์ (Social Media) 15%

เป็นการตรวจสอบว่า คำว่า Bitcoin หรือคำที่เกี่ยวข้องถูกพูดถึงบ่อยแค่ไหนบนโซเชียลมีเดีย เช่น ดูจาก # (Hashtag) บน Twitter ว่าถูกกล่าวถึงบ่อยแค่ไหนในระยะเวลาหนึ่ง ยิ่งถูกพูดถึงบ่อยก็เท่ากับว่าคนกำลังให้ความสนใจ และตลาดกำลังมีความโลภมากขึ้นเท่านั้น

การถือครอง (Dominance) 10%

เป็นการคำนวณโดยดูว่า Bitcoin กำลังมีสัดส่วนเป็นเท่าไหร่เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดคริปโตทั้งหมด โดยมองว่าถ้า Bitcoin มีส่วนแบ่งในตลาดคริปโตเยอะ หมายความว่านักลงทุนกำลังกังวลว่าเหรียญเล็ก ๆ หรือ Altcoin มีความเสี่ยงมากเกินไป จึงต้องการหาที่หลบภัย กลับกัน หาก Bitcoin มีส่วนแบ่งตลาดน้อยลง หมายความว่านักลงทุนเข้าซื้อ Altcoin เพราะคาดหวังว่าจะได้กำไรมากกว่า เท่ากับว่าตลาดกำลังมีความโลภมากขึ้น

แบบสำรวจ (Trends) 10%

เป็นการวิเคราะห์จาก Google Trends เพื่อดูว่ามีการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องมากไหม โดยดูทั้งเรื่องของจำนวนการค้นหา และคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าดูว่ามีการค้นหาคำว่า Bitcoin เพิ่มมากขึ้นแค่ไหนอย่างเดียว อาจให้ข้อมูลได้ไม่มากนัก แต่ถ้าดูคำค้นหาที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย เช่น ถ้าคำที่เกี่ยวกับข้องมีคำว่า “bitcoin price manipulation” (การปั่นราคา bitcoin) ถูกค้นหาเพิ่มมากขึ้น 1,550% ก็อาจสะท้อนได้ว่าตลาดกำลังมีความกลัวมากขึ้น เป็นต้น

การดู Fear and Greed Index สำคัญไหม?

การใช้ Fear and Greed Index จะช่วยให้ลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดคริปโตได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อดัชนี Fear and Greed มีค่าต่ำ แสดงว่าตลาดมีความกลัวเป็นอย่างมาก และนั่นอาจจะหมายถึงโอกาสสำหรับการเข้าซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ในยามที่ราคาลดลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อดัชนีมีค่าสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่านักลงทุนในตลาดกำลังอยู่ในสภาวะที่โลภมากขึ้น และอาจจะบ่งชี้ว่าราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลจะลดลงในไม่ช้า ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขาย

ยิ่งไปกว่านั้น Fear and Greed Index ยังช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความเชื่อมั่นที่มีต่อตลาด ตัวอย่างเช่น การแกว่งตัวครั้งใหญ่ในตลาด อาจทำให้ดัชนีเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบเฉียบพลัน และนี่คือจุดที่นักลงทุนทุกคนควรพิจารณา

สุดท้ายเมื่อพูดถึงการซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือสินทรัพย์ดิจิทัล คำแนะนำทั่วไปคือไม่ควรยึดติดกับตัวบ่งชี้หรือดัชนีเพียงตัวเดียว แม้ว่าดัชนีความกลัวและความโลภเป็นตัวบ่งชี้ที่มีประโยชน์ แต่ต้องรู้ไว้ว่านี่ไม่ใช่เครื่องมือเดียวที่คุณจะใช้ในการตัดสินใจซื้อขายทั้งหมดของคุณ ตัวอย่างเช่น ตลาดที่น่ากลัวบางครั้งอาจเป็นเวลาที่ดีในการซื้อ ในขณะที่เมื่อราคาตกต่ำ ในขณะที่ช่วงเวลาแห่งความโลภอาจกลายเป็นโอกาสในการขาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...