สุดโชกโชน ย้อนดูประวัติ "บรรยิน" แม้อยู่ในเรือนจำ โดนโทษประหาร แต่ยังคิดแผนหลบหนี ลักพาตัวคนอีก
ย้อนดูประวัติ "บรรยิน ตั้งภากรณ์" อดีตนายตำรวจ อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี แม้จะอยู่ในเรือนจำรอรับโทษประหาร แต่ไม่วายยังคิดแผนหลบหนี ลักพาตัวคนมาต่อรองอีก
หลังศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่ง "ประหารชีวิต" "บรรยิน ตั้งภากรณ์" คดีฆาตกรรมอำพราง "เสี่ยชูวงษ์" ที่จำเลยยื่นอุทธรณ์มาฟังไม่ขึ้น
สำหรับประวัติโดยสังเขปของ "พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์" เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2506 เป็นคนนครสวรรค์ จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 39 ระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ปี 2543 ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยขณะดำรงตำแหน่ง สวป. สภ. เมืองกำแพงเพชร ได้ลาออกจากราชการเพื่อมาลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นครสวรรค์
ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2548 อยู่ในสังกัดพรรคไทยรักไทย ในกลุ่มวังน้ำยมของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กระทั่งเมื่อพรรคไทยรักไทยถูกยุบ จึงย้ายมาสังกัดกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย
ปลายปี 2550 ลงสมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน ในสังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย และได้รับเลือกตั้ง
ปี 2551 สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ "บรรยิน ตั้งภากรณ์" นั่งเก้าอี้สูงสุดทางการเมืองเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทั่งถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี จากกรณียุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งขณะนั้นนั่งเป็นรองหัวหน้าพรรค
ในการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2557 "บรรยิน ตั้งภากรณ์" ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 32
ในการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 21 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง
เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มากกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงมีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
ช่วงเดือนสิงหาคม 2558 ปรากฏเป็นข่าวครึกโครม "บรรยิน ตั้งภากรณ์" ถูกออกหมายจับใน 4 ข้อหา คือ
1. ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์
2. รับของโจร
3. ปลอมแปลงเอกสาร
4. ใช้เอกสารปลอมโอนหุ้นนาย "ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง" นักธุรกิจรับเหมาชื่อดัง
เดือนมิถุนายน 2559 "บรรยิน ตั้งภากรณ์" ตกเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง ถูกจับกุมตัวในฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน จากกรณีการเสียชีวิตของ นาย "ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง"
ตำรวจกองปราบปรามบุกเข้าจับตัว "บรรยิน ตั้งภากรณ์" พร้อมพวกรวม 3 คน ข้อหาร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานฯ เป็นซ่องโจรฯ และเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่โดยหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด
โดยเจ้าหน้าที่ชุดสอบสวน พบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนาย "วีรชัย ศกุนตะประเสริฐ" พี่ชาย น.ส. "พนิดา ศกุนตะประเสริฐ" ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ อดีตเจ้าของสำนวนคดีหุ้นนายชูวงษ์ ซึ่งเข้าแจ้งความกับตำรวจว่า พี่ชายถูกกลุ่มคนร้ายลักพาตัว
และถูกข่มขู่ให้พิพากษายกฟ้องและคืนหุ้นทั้งหมดในคดีที่ "บรรยิน ตั้งภากรณ์" กับพวก ที่ตกเป็นจำเลยในคดีการเสียชีวิตและโอนหุ้นของ นาย "ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง" ซึ่งต่อมาพบว่า ถูกฆ่าเผานั่งยาง
20 มีนาคม 2563 ศาลอาญา พิพากษาจำคุก "บรรยิน ตั้งภากรณ์" 8 ปี ในความผิดปลอมเอกสารการโอนหุ้นของนายชูวงษ์
ระหว่างที่ "บรรยิน ตั้งภากรณ์" ถูกคุมขัง ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ "บรรยิน ตั้งภากรณ์" วางแผนจะหลบหนีออกจากเรือนจำโดยการใช้ระเบิด และมีแผนจะให้เฮลิคอปเตอร์มารับ รวมทั้งจะให้ลูกน้องไปลักพาตัว "ภรรยาผู้บัญชาการเรือนจำ" มาเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองในการหลบหนี แต่ทำไม่สำเร็จ จึงถูกย้ายไปจำคุกที่เรือนจำบางขวางแทน
12 มิถุนายน 2563 มีรายงานข่าวว่า "บรรยิน ตั้งภากรณ์" พยายามฆ่าตัวตาย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ทัน
15 ธันวาคม 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาสั่งประหาร "บรรยิน ตั้งภากรณ์" กับพวก 4 คน ในคดีร่วมกันอุ้มฆ่าเผา นายวีรชัย พี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ แต่ทั้งหมดรับสารภาพให้การเป็นประโยชน์ ศาลลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต
แต่ในคดีอำพรางฆ่าเสี่ยชูวงษ์นั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน "โทษประหารชีวิต"