โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ควีนเอลิซาเบธที่ 2’ ประมุขผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว ร่วมกับประชาชน

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ก.ย 2565 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2565 เวลา 04.29 น. • The Bangkok Insight

"ควีนเอลิซาเบธที่ 2" สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ สวรรคตในวันพฤหัสบดี (8 ก.ย.) ด้วยพระชนมายุ 96 พรรษา ที่ตำหนักพระราชวังบัลมอรัล สกอตแลนด์ หลังจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพิ่งทรงเฉลิมฉลองครองราชย์ครบ 70 ปี เป็นกษัตริยาที่อยู่บนบัลลังก์ ยาวนานที่สุดของอังกฤษ

นับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2495 ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ผู้ทรงเป็นพระราชบิดา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศ พร้อมทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจร่วมกับนายกรัฐมนตรีทั้งหมด 15 คน

ควีนเอลิซาเบธ

ทรงช่วยนำพาประเทศผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายช่วง ตั้งแต่พิษของสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเย็น ภาวะฟองสบู่แตก หลังช่วงเวลารุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ไปจนถึง ความขัดแย้งในไอร์แลนด์เหนือ และการก่อกำเนิดของสหภาพยุโรป (อียู) รวมทั้งการที่อังกฤษขอถอนตัวออกมา หรือ เบร็กซิต

ประชาชนจำนวนมากของอังกฤษชื่นชมพระองค์ ต่อการที่พระองค์ทรงทุ่มเทต่อพระราชกรณียกิจทั้งหลายเสมอมา รวมทั้ง การที่ทรงเป็นเสมือนเสาหลักของประเทศในช่วงที่อังกฤษค่อย ๆ ลดบทบาทในฐานะประเทศมหาอำนาจลง

แม้พระองค์จะได้รับการกล่าวขานว่าเป็น กษัตริยาที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดของอังกฤษมาตั้งแต่เมื่อปี 2558 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ยังคงทรงงานทุกวันมาตลอด โดยเคยตรัสไว้ว่า “เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชีวิต ๆ หนึ่งจะผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญ ๆ ได้มากมาย ไม่เว้นแม้แต่ของข้าพเจ้าเอง”

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ขึ้นครองราชย์

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อครั้งทรงดำรงพระยศเป็นเจ้าหญิงเอลิซาเบธ ทรงถูกวางพระองค์ว่า มีสิทธิ์ขึ้นครองราชย์ในอนาคต หลังสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ซึ่งทรงเป็นพระปิตุลา สละราชสมบัติในปี 2479 เพื่ออภิเษกสมรสกับสตรีหม้ายชาวอเมริกัน โดยสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ผู้ทรงเป็นพระราชบิดา ขึ้นครองราชย์ในฐานะประมุขของอังกฤษต่อตั้งแต่ปี 2479 จนถึงปี 2495 เมื่อพระองค์สวรรคตลง

ณ เวลานั้น เจ้าหญิงเอลิซาเบธซึ่งทรงมีพระชันษาเพียง 25 ปี กำลังทรงท่องเที่ยวอยู่ที่ประเทศเคนยา และเพิ่งฉลองพิธีเสกสมรสกับร้อยโทฟิลิป เมาท์แบทเทน เจ้าชายเชื้อสายกรีกได้เพียง 4 ปี

ควีนเอลิซาเบธ

หลังจากการสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ผ่านพ้นไป 1 ปี เจ้าหญิงเอลิซาเบธ ทรงเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในปี 2496 ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยมีการประเมินว่า มีชาวอังกฤษราว 20 ล้านคน นั่งชมผ่านโทรทัศน์พร้อม ๆ กับคนอีกหลายล้านทั่วโลก

ความสำเร็จในฐานะองค์พระประมุข

ผู้ที่สนับสนุนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กล่าวว่า พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการช่วยประคับประคองสถาบันกษัตริย์ให้อยู่รอดได้ในอังกฤษ ในเวลาที่ สถาบันเบื้องสูงในหลาย ๆ ประเทศค่อย ๆ หมดความสำคัญลง

การที่ทรงเน้นเรื่องของ "ปฏิบัตินิยม" และมุ่งปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยไม่สนใจการโอ้อวดใด ๆ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ทรงได้รับความเคารพรักจากคนส่วนใหญ่ในอังกฤษรวมทั้งในต่างประเทศด้วย จนกลายมาเป็นหนึ่งในผู้ที่มีชื่อเสียง และผู้คนจดจำได้มากที่สุดของโลก

ควีนเอลิซาเบธ

หนังสือพิมพ์เอกซ์เพรส ของอังกฤษรายงานในปี 2563 ว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเดินทางเป็นระยะทางทั้งหมดกว่า 1 ล้านไมล์ และทรงเยือนทั้งหมด 110 ประเทศ ทั้งยังเรียกพระองค์ว่าเป็น "ประมุขของรัฐที่เดินทางมากที่สุดตลอดกาล" ด้วย

ตลอดช่วงรัชสมัยของพระองค์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้รับการจารึกว่า เป็นกษัตริย์พระองค์แรกของอังกฤษ ที่เสด็จเยือนจีนแผ่นดินใหญ่ในปี 2529 และเป็นกษัตริย์พระองค์แรกในรอบ 100 ปีที่เสด็จเยือนสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ในปี 2554

ควีนเอลิซาเบธ

ช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก

แม้ว่าจะมีหนังสือ ภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์ ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ออกมามากมาย แต่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ไม่ทรงให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องส่วนพระองค์เลย

ภาพที่คนทั่วไปจดจำได้มักจะเป็นเรื่องที่ทรงชื่นชอบการแข่งม้า ฉลองพระองค์สีสันสดใส และสุนัขทรงเลี้ยงสายพันธุ์เวลช์คอร์กี้ เท่านั้น โดยไม่มีใครเคยได้ยินความเห็นของพระองค์เกี่ยวกับเรื่องอื่นใดเลย

ถึงกระนั้น พระองค์น่าจะเป็นผู้ที่ถูกสาธารณะจับตาตรวจสอบดูมากที่สุดคนหนึ่งตลอดช่วงระยะเวลาการครองราชย์

ควีนเอลิซาเบธ

เมื่อปี 2535 พระองค์ทรงระบุในพระราชดำรัสเนื่องในพระราชวโรกาสเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 40 ปี ว่า ปีนั้น กลับกลายมาเป็น "ปีอันแสนโหดร้าย" หลังพระราชโอรส และพระราชธิดา 3 พระองค์ อันได้แก่ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแอนดรูว์ และเจ้าหญิงแอนน์ ต่างประกาศแยกทางหรือหย่าร้าง

ทั้งนี้ ชีวิตสมรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับเจ้าหญิงไดอานาที่เต็มด้วยปัญหามากมาย คือ หนึ่งในสาเหตุของภาวะตึงเครียดภายในพระราชวงศ์ เมื่อผู้คนจำนวนมากต่างแสดงความเห็นใจ และเข้าข้างเจ้าหญิงไดอานามากกว่า

หลังการเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอานาในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี ในปี 2540 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงตกเป็นเป้าโจมตี และวิจารณ์อย่างหนัก เพราะพระองค์ไม่ทรงออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น และไม่เสด็จกลับพระราชวังบักกิงแฮม จากพระตำหนักฤดูร้อนบัลมอรัล ทันทีที่ทรงทราบข่าว

5 วันหลังจากการเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอานา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธทรงออกแถลงการณ์สดเพื่อไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ครั้งนั้น ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เป็นเพราะแรงกดดันจากประชาชน

ควีนเอลิซาเบธ

ในปี 2562 เจ้าชายแอนดรูว์ พระโอรสองค์ที่ 2 ทรงประกาศถอนตัวจากการทำหน้าที่สมาชิกพระราชวงศ์ เนื่องจากกรณีข่าวฉาวว่าพระองค์ทรงพัวพันกับอภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เจฟฟรีย์ เอปสตีน ที่ถูกตัดสินว่า มีความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศ และฆ่าตัวตายระหว่างถูกจำขังในเรือนจำนครนิวยอร์ก

เจ้าชายแอนดรูว์ทรงถูกกล่าวหาโดยสตรีชาวอเมริกันรายหนึ่งว่า ทำการล่วงละเมิดทางเพศที่บ้านของเอปสตีน ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เจ้าชายแอนดรูว์ทรงปฏิเสธโดยสิ้นเชิง

นอกจากนั้น ยังมีกรณีของเจ้าชายแฮร์รี พระราชนัดดา และ เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ที่ประกาศยุติบทบาทสมาชิกพระราชวงศ์ เนื่องจากปัญหาความตึงเครียดเกี่ยวกับการปฏิบัติกรณียกิจของราชวงศ์ ก่อนที่ทั้งคู่จะย้ายมาอาศัยอยู่ที่สหรัฐ และให้สัมภาษณ์ในปี 2564 ที่มีเนื้อความกล่าวหามีการเหยียดเชื้อชาติต่อเมแกน โดยสมาชิกราชวงศ์ที่ไม่มีการระบุนาม แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่สมเด็จพระราชินี

ภายหลังจากมีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์นี้ออกมา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธทรงออกแถลงการณ์ที่ระบุว่า "มีการตรวจสอบ" (ข้อกล่าวหาดังกล่าว) อย่างจริงจังแล้ว และจะมีการพูดคุยในเรื่องนี้เป็นการภายในพระราชวงศ์ด้วย

ควีนเอลิซาเบธ

เมื่อปี 2564 กำลังใจมากมายยังหลั่งไหลไปยังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิปในเดือนเมษายน หรือก่อนที่พระองค์จะฉลองครบรอบพระชนมายุ 100 ชันษาได้ไม่กี่สัปดาห์

ตลอดช่วงระยะเวลาที่ทั้งสองพระองค์ทรงอยู่ร่วมกันเป็นเวลา 73 ปี เจ้าชายฟิลิปทรงยืนอยู่ข้างพระวรกายสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ตลอดเวลา

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงกล่าวสรรเสริญพระราชสวามีภายหลังการสิ้นพระชนม์ว่า ทรงเป็น "แรงกำลังและที่พักพิง" ของพระองค์ตลอดช่วงเวลาที่ทรงอยู่ด้วยกันและการครองราชย์ของพระองค์ด้วย

ควีนเอลิซาเบธ

ภาพ: สำนักพระราชวังบัคกิงแฮม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...