SELIC ซื้อหุ้นเพิ่ม รุกเฮลธ์แคร์เต็มที่ สยายปีกธุรกิจ B2C
#SELIC #ทันหุ้น - SELIC เดินหน้าลงทุน บริษัทผลิตผลิตภัณฑ์บรรเทาปวด ยี่ห้อ “น้ำมันมวย” บุกธุรกิจ Consumer Healthcare เต็มตัว ตามแผนขยายตลาดหลากหลาย พร้อมรุกช่องทางขายจาก B2B เพิ่มเป็น B2C
นางสาวยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) SELIC เปิดเผยว่า หลังเดินหน้าโครงการลงทุนผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Neoplast และ Neobun ตามแผนการลงทุน ล่าสุดซีลิคเดินหน้าลงทุนในบริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์บรรเทาปวดหรือ Topical Analgesic ยี่ห้อ “น้ำมันมวย” โดยซีลิคได้เข้าถือหุ้นสัดส่วน 50% ของหุ้นสามัญทั้งหมด รองรับการเข้าสู่ตลาด Consumer Healthcare อย่างต่อเนื่อง
** รุกเฮลธ์แคร์
“ธุรกิจ Healthcare เป็นภาคธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น โรคระบาดรุนแรงโควิด-19 วิถีชีวิตคนที่เปลี่ยนแปลงไป การเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจ Consumer Healthcare ของซีลิค เป็นการดำเนินการตามเป้าหมายการขยายตลาดที่แตกต่างและหลากหลายไปจากธุรกิจหลัก (Diversity) นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายเพิ่มเติมจากเดิม B2B ทำให้มีช่องทาง B2C ซึ่งตอบโจทย์กลยุทธ์บริษัทด้านการขยายธุรกิจ” นางสาวยุวดี กล่าว
การถือหุ้นในเทวกรรมโอสถ จะเป็นการต่อยอดจากโครงการลงทุนในการซื้อสินทรัพย์สำหรับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ภายใต้แบรนด์ Neoplast และ Neobun อีกด้วย ซึ่งจะส่งเสริมและสนับสนุนต่อกันและผลักดันให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อการดำเนินการในธุรกิจ Consumer Healthcare ของซีลิค
นางสาวยุวดี กล่าวต่อว่า การลงทุนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานเพื่อเปิดโอกาสให้เรียนรู้พัฒนาความเชี่ยวชาญในสาขาธุรกิจใหม่ๆ นำไปสู่แผนสร้างพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต โดยเริ่มมองหาโอกาสการเติบโตไปสู่ภาคธุรกิจที่อยู่นอกเหนือจากกลุ่มกาวอุตสาหกรรม นับเป็นพัฒนาการเชิงกลยุทธ์อีกก้าวหนึ่งเพื่อหาโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มควบคู่ไปกับแผนการเติบโตของฐานธุรกิจหลักของซีลิคในปัจจุบัน
** โชว์งบครึ่งปี
บริษัทรายงานผลประกอบการรอบ 6 เดือน (1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2565) มีรายได้รวมอยู่ที่ 779.06 ล้านบาท เติบโต 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมาจากการเติบโตของทั้ง 2 ธุรกิจ คือ รายได้จากธุรกิจกาวอุตสาหกรรมเติบโต 7.9% และรายได้จากธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวเติบโต 1.8% สอดคล้องกับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2565 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 390.52 ล้านบาท คงตัวอยู่ในระดับเดียวกันกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว รวมถึงมีกําไรขั้นต้นอยู่ที่ 86.66 ล้านบาท เติบโต 6.4% จากไตรมาสก่อน โดยเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนภายในที่ดีขึ้น ทำให้อัตรากําไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายและบริการปรับตัวดีขึ้นในแต่ละไตรมาส ทั้งนี้ซีลิคสามารถบริหารจัดการต้นทุนภายในที่ดีขึ้น รวมถึงทยอยปรับราคาขายให้สอดคล้องกับการปรับขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ซีลิคสามารถทำกําไรขั้นต้นเติบโตขึ้น
"งวดครึ่งปีแรกบริษัททำรายได้เติบโต ท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบ ส่วนกําไรขั้นต้นและกําไรสุทธิชะลอตัว ตามต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์โดยรวมปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าระวางสินค้าในการส่งออก รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อเตรียมความพร้อมของการขยายธุรกิจในการผลิตและจําหน่ายเวชภัณฑ์ รวมถึงการนําบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนเพื่อซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เรามีการปรับราคาให้สอดคล้อง ทำให้อัตรากําไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายทยอยปรับตัวดีขึ้นในแต่ละไตรมาส" นางสาวยุวดี กล่าว
** จับตาวัตถุดิบ
สำหรับด้านของต้นทุนนั้น บริษัทดำเนินการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ามกลางแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ยังไม่อ่อนตัวลง ซึ่งคาดว่าความท้าทายนี้จะยังคงมีอยู่จากภาวะการปรับตัวของราคาสินค้าและวัตถุดิบที่สำคัญรวมถึงภาวะการเดินเรือที่ไม่แน่นอนและค่าระวางการส่งออกและการนําเข้าที่มีอัตราสูง อย่างไรก็ดี ซีลิคมีความมุ่งมั่น และพร้อมที่จะปรับตัวและสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลด้านต้นทุน
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
TWITTER คลิก https://twitter.com/thunhoon1