โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

คณะนิติศาสตร์ มธ. จัดสัมมนา “ปัญหาการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผิด ในกระบวนการยุติธรรมฯ”

The Reporters

อัพเดต 04 พ.ย. 2565 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2565 เวลา 11.18 น.

วันนี้ (4 พ.ย. 65) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อ “ปัญหาการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผิดในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย” โดยมีผู้ร่วมสัมมนาคือ พล.ต.ต.เจนเชิง ประทุมสุวรรณ ผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากรรม, ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มธ., คุณปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, รศ.ดร.ปกป้อง ศรีสนิท คณบดีคณะนิติศาสตร์, นายชัยวัฒน์ ร่างเล็ก รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม และนายรังสิมันต์ โรม พรรคก้าวไกล

ผศ.ดร.ปริญญา ระบุว่า “การใช้ประมวลกฏหมายอาญา จะต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ที่ประเทศไทยไม่ใช่แบบนั้น จึงต้องแก้ไขที่โครงสร้างใหญ่ โดยจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำของไทยสูงติดอันดับ 6 ของโลก และมีผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาในขณะนี้ ที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิดกว่า 5 หมื่นคน การดำเนินการในไทยคือรอลงอาญา หรือโทษปรับก็กลายเป็นนักโทษอาชญากรแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเขาคือนักโทษอาชญากร และทำให้มีประวัติจนไม่สามรถสมัครงานได้ อีกทั้งการผลักดันให้มีการวงเงินประกันน้อยลง และลดการคุมขังในคุก ส่วนการที่ใช้เงินประกัน หมายความว่ามีเงินก็จะประกันตัวได้ และคนที่ติดคุกอยู่ตอนนี้ก็เป็นคนที่ไม่มีเงินประกันตัว”

“ อย่างแรกต้องแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ใช้หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ ซึ่งจะเป็นอาชญากรก็ต่อเมื่อศาลพิพากษาเท่านั้น รวมไปถึงแก้ไขประวัติอาชญากรรมที่มีไว้ การปล่อยตัวชั่วคราวต้องยกเลิก จะปล่อยตัวเรื่องเงินต้องไม่เกี่ยว ส่วนถ้าจะมีการขังชั่วคราวก็ต้องขังที่อื่นที่ไม่ใช่คุก สุดท้ายนี้คือการประเมินผลความยุติธรรมของไทย”

รศ.ดร.ปกป้อง กล่าวว่า “กฏหมายของไทยจะต้องใช้เหตุการขังเท่าที่จำเป็น แต่ในไทยใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์เดียวกัน ต่างกับในฝรั่งเศสขังระหว่างพิจารณาตาม 7 ข้อที่กำหนดไว้ อาทิ เป็นคดีร้ายแรงที่ส่งผลกับคนส่วนมาก ซี่งการจับขังระหว่างพิจารณา ซึ่งไม่ขัดกับ presumption of innocent แต่ถ้าหากขังไว้นานโดยไม่ดำเนินการต่อก็จะกระทบต่อ presumption of innocent รวมไปถึงการขังเป็นมาตรการสุดท้าย จะต้องปล่อยตัวตามเงื่อนไขที่กำหนด สัดส่วนในการขัง ถ้าขังชั่วคราวจะขังได้เฉพาะคดีที่โทษมากกว่า 3 ปีขึ้นไป เพราะโดนสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์อยู่ และวิธีการพิจารณาในการสั่งขัง ส่วนข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา การขังระหว่างดำเนินคดีอาญา เป็นยาแรงที่จำเป็น แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็น ควรแก้ประมวลกฎหมายอาญา”

พล.ต.ต.เจนเชิง ให้ข้อมูลว่า “ ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำงานจับผู้ต้องหาได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากต้องการลดปัญหาอาชญากรรม อีกทั้งยังมีการปล่อยตัว และทำตามขั้นตอนกระบวนการตามกฏหมาย”

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า “ระบบฐานข้อมูลที่ใช้การดูหมายจับแล้ว แต่ไม่ได้มีการอัพเดต ร่างประวัติอาชญากรรม ยังมีคดีที่แค่อยู่ภายในที่ที่มีการทำผิด แต่ไม่ได้ทำ และโดนสันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว สังคมแทบไม่มองคนที่ตำรวจจับมาเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งก็มาจากความคิดโดยรวมของสังคม การจะแก้ปัญหาได้ต้องแก้ที่งบประมาณในการดูแลประชากรด้วย ต้องเตรียมความพร้อมทั้งหมด ไม่ได้ทำได้แค่การแก้กฏหมาย

“ส่วนการสันนิษฐานว่าทำผิดไว้ก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกไปทำงานจับสักคน ต้องมีความเชื่อแบบไหน ถ้ามองว่าไม่ผิดอาจไม่ต้องเตรียมความพร้อมไปก็ได้ และต้องมีการวิเคราะห์ผู้ต้องหาได้เช่นกัน เบื้องต้นมีวิธีการจัดการข้อมูลประวัติอาชญากรรมอยู่แล้ว ถ้าไม่เปิดเผยก็เพื่อให้คนเหล่านี้มีที่ยืน เช่น เด็กที่ทำความผิดห้ามเปิดเผยข้อมูล ในส่วนของอาชีพอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ก็ให้มีแจ้งประวัติอย่างชัดเจน และการแก้ไขปัญหาตรงนี้ต้องมาจากทุกภาคส่วน”

ด้าน รังสิสันต์ ระบุว่า “การมีชื่อในบัญชีอาชญากรรม ก็ไม่ต่างอะไรกับอาชญากร ตัวอย่างเช่น เวลาไปร่วมงานที่ต้องตรวจบัตรประชาชนก็ไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ เพราะมีประวัติอาชญากรรม ทั้งที่แต่ละคดียังไม่ถูกตัดสิน ต่อมาคือการที่ไม่คัดค้านการถูกฝากขังเลย เนื่องจากไม่มีทนาย และคนส่วนมากไม่ได้เข้าใจว่า เรามีสิทธิ์ในการคัดค้านการฝากขังหรือหาเงินมาจ้างทนาย ในตอนที่ติดคุก ก็เกิดคำถามว่า เรามาต่อสู้เพื่อความยุติธรรม หรือว่ามาพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ จากการถูกตัดสินว่าผิดไปแล้ว”

วิธีการแก้ไขจะต้องแก้ประมวลกฎหมายอาญา แม้ขณะนี้จะแก้ในสภาไม่ทันแล้ว แต่ก็สามารถปักธงทางความคิดได้ ว่าความยุติธรรมจะอยู่ต่อไป ต่อมาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีผู้ตรวจการศาล เพื่อความยุติธรรม ผู้พิพากษาทั้งจากศาลฎีกา และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฏร เนื่องจากต้องการการยึดโยงกับประชาชน เพิ่มฐานความผิดการบิดเบือนกฏหมาย และให้ผู้พิพากษา ตุลาการ เปิดบัญชีทรัพย์สินเป็นระยะ จะได้เห็นว่ามั่นใจและโปร่งใสมากขึ้น สิ่งที่เราควรจะทำคือการทำให้มีความโปร่งใสควบคู่ไปกับหารทำงานอิสระ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...