โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ไทยไฟท์" เร่งต่อยอดแบรนด์ ผุด โรงแรม-ปั้นธุรกิจใหม่ดันเข้าตลาดหลักทรัพย์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 พ.ย. 2565 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2565 เวลา 09.33 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

กว่า 10 ปีที่ “ไทยไฟท์” จัดอีเวนต์ชกมวยมาอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้แบรนด์แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักของทั่วโลก แม้แต่ในปีที่ทั่วโลกเจอกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ไทยไฟท์ก็ได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถจัดการแข่งขันชกมวยตามแผน แต่สามารถรักษาตัวเลข “กำไร” ของบริษัทไว้ได้เหมือนเดิม

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ “นพพร วาทิน” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ถึงแนวคิดในการบริหารจัดการและต่อยอดแบรนด์ “ไทยไฟท์” เพื่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก รวมถึงแผนการขยายธุรกิจในอีก 2-3 ปีข้างหน้าไว้ดังนี้

เร่งปั้นธุรกิจใหม่

“นพพร” บอกว่าแบรนด์ “ไทยไฟท์” เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2553 จากการจัดอีเวนต์ชกมวยไทย หัวใจหลักของธุรกิจไม่ใช่การจัดการแข่งขันชกมวย แต่เป็นการสร้างแบรนด์ โดยใช้ศิลปะมวยไทยซึ่งเป็น Soft Power แขนงหนึ่งของประเทศไทยเผยแพร่ไปยังทั่วโลก โดยใช้อีเวนต์ “ชกมวย” มาเป็นเครื่องมือสื่อสารให้แบรนด์เข้าถึงคนทั่วโลก

โดยกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไทยไฟท์เดินทางจัดอีเวนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว 20-30 ประเทศ รวมกว่า 100 อีเวนต์ โดยเฉลี่ยปีละ 8 อีเวนต์ ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้ต่อยอดแบรนด์ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

เช่น ธุรกิจเมอร์เชนไดซ์ จำหน่ายและลิขสิทธิ์ให้พันธมิตรนำไปผลิตสินค้าที่ระลึก อาทิ เสื้อและสินค้าอื่น ๆ รวมกว่า 300 ไอเท็ม ธุรกิจเครื่องดื่ม หรือสปอร์ตดริงก์ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจฟิตเนส (ยิมมวยไทย) เป็นต้น

ดัน “โฮลดิ้ง” เข้าตลาด SET

“นพพร” บอกอีกว่า เป้าหมายใหญ่ของ “ไทยไฟท์” ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าคือ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมแผนและจัดโครงสร้างธุรกิจในเครือ โดยตั้งบริษัท “ไทยไฟท์ โฮลดิ้ง” ซึ่งเป็นโฮลดิ้ง คอมปะนี และแบ่งธุรกิจในเครือออกเป็น 5 กลุ่ม

ประกอบด้วย 1.ไทยไฟท์ อีเวนต์ ดูแลธุรกิจจัดการแข่งขันชกมวย 2.ไทยไฟท์ แอสเซส ดูแลและบริหารธุรกิจโรงแรม “THAI FIGHT Hotel 3.ไทยไฟท์ เบเวอร์เรจ ดูแลธุรกิจเครื่องดื่ม อาทิ น้ำ สปอร์ตดริงก์ 4.ไทยไฟท์ ฟู้ดส์ ดูแลธุรกิจอาหาร จำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพและสมุนไพรไทย

4.ไทยไฟท์ ยิม ดูแลธุรกิจฟิตเนส ทั้งสำหรับออกกำลังกายและเรียนศิลปะป้องกันตัว เป็นการออกกำลังกายแขนงใหม่ที่เรียกว่า physports และ5.ไทยไฟท์ ออนไลน์ ดูแลธุรกิจด้านการขายลิขสิทธิ์ให้พันธมิตรนำไปผลิตเป็นสินค้าต่าง ๆ จำหน่ายทั่วโลก รวมถึงขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการชกมวยไทยไฟท์ด้วย

คาดปี’67 รายได้ 1 พันล้าน

ทั้งนี้ พันธมิตรที่สนใจร่วมทุนสามารถเลือกได้ว่าจะลงทุนในธุรกิจไหน ซึ่งในอนาคตหากธุรกิจไหนแข็งแรงบริษัทก็พร้อมที่จะผลักดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป

“ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งรายได้หลักส่วนใหญ่ยังมาจากการจัดอีเวนต์ชกมวยไทยไฟท์เป็นหลัก และมีกำไรคิดเป็นประมาณ 60% ของรายได้ ซึ่งตามแผนธุรกิจดังกล่าวคาดว่าจะทำให้บริษัทมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ในปี 2567 ซึ่งเป็นปีที่เรามีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ”

และบอกด้วยว่า เชื่อมั่นอย่างมากว่าหลังจากที่ “ไทยไฟท์ โฮลดิ้ง” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสามารถสร้างรายได้ถึง 5,000 ล้านบาท

ผนึกต่างประเทศถ่ายทอดชกมวย

“นพพร” ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาได้เซ็นสัญญากับบริษัท XANA ผู้นำด้านเทคโนโลยี 1 ใน 5 ของโลกสร้าง NFT และ Metaverse เพื่อต่อยอดแบรนด์และอีเวนต์ของ “ไทยไฟท์” สู่โลกออนไลน์ และถ่ายทอดสด (live broadcast)

โดยกลุ่มธุรกิจที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญคือ ไทยไฟท์ ออนไลน์ ที่ดูแลธุรกิจด้านการขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดชกมวยไทยไฟท์ และมวยจากเวทีไบเทค บางนา ทุกสัปดาห์

“ตอนนี้เราได้ลงทุนร่วมกับกลุ่มไบเทค บางนา มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท สร้างโครงการ BEAT ACTIVE X THAI FIGHT ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา เป็นฮอลล์จัดการแข่งขันมวยไทยที่ดีและทันสมัยที่สุดในโลก และเป็นศูนย์รวมกีฬากว่า 55 ประเภท และเราจะใช้พื้นที่ที่นี่สำหรับจัดชกมวยไทยทุกวันเสาร์ และถ่ายทอดสัญญาณสดให้กับพันธมิตรในต่างประเทศไปต่อยอดธุรกิจอีกต่อหนึ่ง ซึ่งฮอลล์ดังกล่าวจะเปิดให้บริการ 14 ธันวาคม 2565 นี้”

ปูพรมสาขา “ไทยไฟท์ ยิม”

นอกจากนี้ ยังมีแผนลงทุน “ไทยไฟท์ ยิม” บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ บริเวณใกล้สวนจตุจักร (ตึกแดง) โดยมีเวทีมวยทั้งสำหรับการชกมวยและสำหรับออกกำลังกาย รวมถึงให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพ และจำหน่ายสินค้าเมอร์เชนไดซ์ คาดว่าจะเสร็จและเปิดให้บริการได้ราวกลางปี 2566

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนขยายไทยไฟท์ยิมไปในเมืองท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศภายใน 2 ปีนับจากนี้ โดยปี 2566 นี้ตั้งเป้ามีสาขาประมาณ 40-50 แห่ง โดยจะเน้นขยายธุรกิจในรูปแบบการขายแฟรนไชส์ให้กับผู้สนใจลงทุนเป็นหลัก รวมถึงตลาดในต่างประเทศที่สนใจด้วย โดยเฉพาะในประเทศโซนยุโรป จีน และตะวันออกกลาง

ทุ่มพันล้านผุดโรงแรม

โดยล่าสุดกลุ่มบริษัทไทยไฟท์ได้ขยับเข้าสู่ธุรกิจการท่องเที่ยว ด้วยการต่อยอดแบรนด์ “ไทยไฟท์” สู่ธุรกิจโรงแรม โดยร่วมลงทุนกับตระกูล “ศรีชวาลา” ปั้นโรงแรมภายใต้ชื่อ THAI FIGHT HOTEL มูลค่า 1,000 ล้านบาท บนพื้นที่เกือบ 5 ไร่ ณ หาดละไม เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา

โรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วย อาคาร 3 หลัง จำนวนห้อง 50 ห้อง และ 4 พูลวิลล่า แต่ละส่วนของโรงแรมจะเป็นสไตล์ไทยโมเดิร์น ห้องพักทุกห้องเป็นธีมมวยไทย มีกระสอบทราย นวม มงคลสวมศีรษะ ประเจียดแขน ฯลฯ รวมถึงน้ำดื่ม ประหนึ่งว่าแขกผู้เข้าพักคือยอดมวยไทย

และภายในโรงแรมแห่งนี้ยังมี “THAI FIGHT PHYSPORTS” สถานที่ฝึกสอนมวยไทย โดยนักมวยไทยชื่อดังของ “THAI FIGHT” รวมถึงบริการอ่างแช่น้ำสมุนไพรเพื่อการผ่อนคลายกับการแช่น้ำว่าน “นิรามัย” น้ำและอาหารไทยดั้งเดิมจากร้าน “ฌัลล์” ที่ให้บริการในบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว

“สำหรับธุรกิจโรงแรมนี้ เราตั้งเป้าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริหารโรงแรมเช่นเดียวกับเชนต่างประเทศอื่น ๆ ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนธุรกิจโรงแรมทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจ และให้เราเข้าไปบริหารภายในเครือข่ายของไทยไฟท์โฮเทลแล้วเช่นกัน”

ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติมีโอกาสสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของมวยไทยในทุกรูปแบบ และเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่า THAI FIGHT HOTEL จะเป็นสถานที่พักผ่อนริมชายหาดที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้ในโลกนี้ และเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการต่อยอดแบรนด์ไทยไฟท์ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...