โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ร้านยักษ์กะโจน คัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติ ทำอาหารเมนูคุณภาพ ส่งต่อคนรักสุขภาพ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 03 พ.ย. 2565 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2565 เวลา 21.00 น.

การดูแลสุขภาพให้มีความแข็งแรง ขั้นพื้นฐานที่ต้องใส่ใจก็คือเรื่องของอาหารการกิน เพราะถ้าเลือกกินผลผลิตที่มีประโยชน์ และเป็นสินค้าที่มีการจัดการที่ดีก็จะช่วยให้การดูแลสุขภาพง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งสินค้าที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภค เพราะเกษตรกรผู้ปลูกได้ใส่ใจตั้งแต่ต้นทางการผลิตไปจนถึงการเก็บเกี่ยวเพื่อจำหน่าย ว่ามีความปลอดภัยก่อนถึงมือลูกค้าอย่างแน่นอน

คุณธรรมศักดิ์ พึ่งตนเพียร ฝ่ายสื่อสารการตลาด และประชาสัมพันธ์ ร้านยักษ์กะโจน ได้มาจำหน่ายและจัดแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์และอาหารสุขภาพ ในงาน Sustainability Expo 2022 หรือ SX 2022 มหกรรมการแสดงสินค้าด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้ถือว่าเป็นงานที่บอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตให้สมดุลกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดีทีเดียว

คุณธรรมศักดิ์ เล่าว่า ร้านยักษ์กะโจน ถือเป็นร้านอาหารที่นำวัตถุดิบจากธรรมชาติแท้ๆ เข้ามาให้กับคนเมืองได้รู้จัก โดยในเบื้องต้นเครือข่ายของร้านยักษ์กะโจน มีจุดเริ่มต้นที่จะปลูกพืชผักปลอดสารพิษเพื่อให้ทุกคนมีวัตถุดิบมาประกอบอาหารในครัวเรือนอย่างเพียงพอ โดยไม่ได้เน้นเพื่อจำหน่ายแต่ปลูกเพื่อให้มีความเป็นอยู่แบบลดรายจ่ายในครัวเรือน หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า ปลูกอะไรก็กินแบบนั้น โดยไม่ต้องไปหาซื้อจากที่อื่น และเมื่อผลผลิตมีมากขึ้นจึงจะเป็นในเรื่องของการจำหน่ายสร้างรายได้ต่อไป

โดยการดำเนินตลาดของเครือข่ายที่ทำการปลูกพืชแบบปลอดภัยนั้น ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าชาวบ้านที่ส่งผักมาจำหน่ายจะเน้นเป็นการผลิตผักที่เดิมๆ และตายตัว แต่จะทำการสำรวจว่าช่วงนี้ในฤดูกาลนี้มีผลผลิตทางการเกษตรอะไรบ้าง จากนั้นเชฟจะทำการกำหนดเมนูอาหารให้สอดคล้องกับวัตถุดิบที่มี เพื่อให้เครือข่ายสามารถมีผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาลจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี

“เราต้องบอกก่อนว่า การทำตลาดของเรา จะค่อนข้างต่างไปจากที่อื่น ที่อื่นอาจจะมีการกำหนดใช้หลักการทำตลาดนำการผลิต แต่สำหรับเราเน้นในเรื่องของของฤดูกาลเป็นหลัก โดยให้ชาวบ้านที่มีการปลูกพืชเหล่านี้อยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าผลผลิตมีมากจนไม่สามารถบริโภคในครัวเรือนได้ตลอด ก็จะให้นำผลผลิตเหล่านั้นนำออกมาจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้เป็นเงินหมุนเวียนให้กับครอบครัว จึงทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของเราจะเป็นพืชผักและอาหารที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลเท่านั้น ใน 1 ปี ก็จะสลับหมุนเวียนกันไป” คุณธรรมศักดิ์ บอก

สำหรับเนื้อสัตว์อย่างเช่นปลาที่นำมาประกอบอาหารนั้น คุณธรรมศักดิ์ บอกว่า เนื่องจากยักษ์กะโจนมีศูนย์ฝึกเกี่ยวกับวิถีธรรมชาติอยู่หลายพื้นที่ ดังนั้น อาหารทะเลอย่างปลาที่เครือข่ายหามาได้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนนั้น เมื่อมีจำนวนมากพอ ก็จะส่งมาจำหน่ายให้กับร้านเครือข่าย จากนั้นเชฟก็จะนำวัตถุดิบที่ได้แต่ละรายการ มาทำการคัดสรรเพื่อทำเป็นเมนูต่างๆ ต่อไป

จากจุดเด่นของวัตถุดิบที่เป็นวิถีธรรมชาติและได้ตามฤดูกาลนี้เอง จึงทำให้เมนูอาหารของร้านยักษ์กะโจนในแต่ละเดือนก็จะแตกต่างกันไปตามวัตถุดิบที่หาได้ เพราะอาหารธรรมชาติก็ต้องขึ้นกับธรรมชาติ โดยไม่ได้มีการรีบเร่งจากปัจจัยด้านอื่นๆ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของธรรมชาติ อย่างเช่น พืชผักต่างๆ

“ผักพื้นบ้าน ก็คือเราใช้หลักที่ว่า เขาอยู่ที่ไหน เราก็จะให้เขาปลูกผักที่นั่น ซึ่งปัจจุบันผักในพื้นที่ต่างๆ อย่างผักพืชบ้านค่อยๆ หายไป เพราะบางพื้นที่ไปทำพืชเชิงเดี่ยวกัน แต่ที่นี่เราต้องการให้เป็นแบบนั้น ทุกคนยังคงปลูกผักในแบบของตัวเองได้ เพื่อให้มีความหลากหลาย เพราะการปลูกผักแบบนี้ จะทำให้แต่ละเดือนมีผักแต่ละพื้นที่เข้ามาในร้านของเราแตกต่างกันไปแล้วแต่พื้นที่ จึงทำให้วัตถุดิบพวกนี้มีคุณค่าและราคาที่ให้กับชาวบ้านก็ค่อนข้างดีไปด้วย” คุณธรรมศักดิ์ บอก

โดยในอนาคตต่อไปในวันข้างหน้าร้านยักษ์กะโจนจะดำเนินทำการตลาดให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งจะไม่มีการทำเป็นร้านอาหารเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการขยายการทำตลาดให้ใหญ่ขึ้น เพื่อจำหน่ายวัตถุดิบของชาวบ้านที่เป็นวัตถุดิบธรรมชาติได้เข้าถึงมือของผู้บริโภคโดยตรง เพื่อให้ตลาดอาหารสุขภาพที่เกิดจากการกินอาหารที่มีคุณภาพ เป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...