โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นางเอกดัง อดีตลูกรักช่องมากสี ไขข้อข้องใจ จบ ดร. ได้ยังไง ไม่เห็นไปเรียน!?

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ก.พ. 2566 เวลา 05.42 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2566 เวลา 05.38 น. • The Bangkok Insight

ทับทิม อัญรินทร์ เปิดใจครั้งแรก หลังไม่ต่อสัญญาช่องมากสี พร้อมไขข้อข้องใจ จบ ดร. ได้ยังไง ไม่เห็นไปเรียน!?

ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระอีกคนแล้ว สำหรับนางเอกสาวตาคม ทับทิม อัญรินทร์ ที่วันนี้จะมาเปิดใจครั้งแรกกับการไม่ต่อสัญญากับช่องมากสีที่อยู่มานานถึง 13 ปี พร้อมย้อนเล่าประสบการณ์เฉียดตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องวัน31

ทับทิม อัญรินทร์

นี่เป็นครั้งแรกที่มานั่งรายการช่องอื่น ?

ทับทิม : ในฐานะนักแสดงอิสระ

หลายคนติดภาพทับทิมอยู่ช่องนั้น อยู่มากี่ปี ?

ทับทิม : 13 ปีค่ะ

การที่เราตัดสินใจก้าวออกมา ตอนนั้นตัดสินใจนานไหม ?

ทับทิม : ตัดสินใจนานมากนะคะ แต่โชคดีผู้ใหญ่เข้าใจ และให้เวลาคิดเต็มที่เลย เพราะว่าก่อนหน้านั้นผู้ใหญ่ก็เรียกเข้าไปคุยในเรื่องของการต่อสัญญา แล้วก็มีละครที่จะวางให้อีก 2 เรื่อง แต่เราดูแล้ว ณ ตอนนั้นด้วยระยะเวลาการทำงานของเรา เราคิดว่ายาวนานแล้ว เราก็มาตัดสินใจว่ายังไงดีกับการต่อสัญญารอบนี้ ก็มีการปรึกษาผู้ใหญ่ในวงการหลายคน พี่ ๆ ในวงการหลายคนมาก ๆ ปรึกษาที่บ้าน ครอบครัว ก็ใช้เวลานานพอสมควร สุดท้ายได้ข้อสรุปว่าสิ่งที่เราอยากจะได้จริง ๆ คือเราอยากมีความก้าวหน้าทางด้านงานละคร เราก็เลยตัดสินใจขอผู้ใหญ่เป็นอิสระ

สุดท้ายจบกันด้วยดี ?

ทับทิม : ด้วยดีค่ะ เพราะผู้ใหญ่เข้าใจ ผู้ใหญ่น่ารักมาก จริง ๆ พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ทุก ๆ คน พี่ ๆ ที่ช่องเรายังเหมือนเดิมนะ เราก็ยังมีความรู้สึกเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ว่าสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงไปก็คือเรื่องของการปรับเปลี่ยนการทำงานก็แค่นั้นเอง

แต่เรายังมีรายการที่อยู่ช่องนั้น ?

ทับทิม : มีค่ะ เป็นรายการที่ทับทิมทำด้วยกันกับเทโร แล้วอยู่ช่องนั้น ส่วนละครยังเหมือนเดิม เราเป็นนักแสดงอิสระเราสามารถร่วมงานได้กับทุกที่ อย่างทางช่องเดิมมีบทที่น่าสนใจ อยากให้เรากลับไปเล่น แล้วเวลาลงตัวพอดี ก็ยินดีมาก ๆ เลยที่จะกลับไปเล่น

ทับทิม อัญรินทร์

ตอนคุณลูกไม่ต่อสัญญา คุณแม่ใจหายด้วยไหม ?

คุณแม่ : ก็คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว น่าจะไปผจญโลกภายนอกบ้าง เพราะอยู่มา 13 ปีแล้ว แม่ก็เห็นด้วย กับผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรจากกันด้วยดี

ออกมาเป็นนักแสดงอิสระช่องอื่นเขารู้หรือยัง ?

ทับทิม : รู้ ๆ จริง ๆ ก่อนหน้าที่จะอิสระ มีผู้ใหญ่หลาย ๆ ที่สนใจติดต่อเข้ามาตลอด ต้องขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่อยากร่วมงานกับทับทิม แต่ ณ ช่วงเวลานั้นเราอาจจะไม่สะดวก ด้วยอยู่ในสัญญาด้วย หลังจากที่เราอิสระ ด้วยช่วงเวลา จังหวะอะไรมันลงตัวพอดี ทุกคนก็ได้เห็นว่าเราเปิดตัวกับ พี่ฉอด พี่เอส ไปก่อน

ความแตกต่างระหว่างอยู่ค่ายกับอิสระเป็นยังไงบ้าง ?

ทับทิม : มันตื่นเต้น มันจะเจออะไรก็ไม่รู้ข้างนอกที่เราจะต้องไปเผชิญ มันเลยกลายเป็นว่าเราได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา

มันรู้สึกเหมือนกลับไปทำงานใหม่ครั้งแรกเลยไหม ?

ทับทิม : เป็นค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราแฮปปี้กับการทำงานมากเลย

เวลาออกมาถ้าไม่ได้เป็นบทนางเอกนี่เราโอเคไหม ?

ทับทิม : ทับทิมพูดเสมอนะว่าทับทิมเป็นนักแสดง สิ่งที่ทับทิบคิดเลยคือเราอยากเล่นในสิ่งที่เราอยากเล่นจริง ๆ แล้วบทไหนที่ทำให้เรามีพัฒนาการ เราได้ฝึกฝนฝีมือ เราอยากก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

บางคนชอบบอกว่าออกจากค่ายเดิมต้องไม่มีงาน งานน้อยกว่าอยู่ค่าย เรารู้สึกยังไงบ้าง ?

ทับทิม : ทุกคนมีสิทธิ์คิด แต่เราก็ไม่ได้ไปซีเรียสตรงนั้น เรารู้ความต้องการของเราคืออะไร สิ่งที่เราต้องการ ณ ตอนนี้คือในเรื่องความก้าวหน้าในด้านงานละคร สิ่งที่เราต้องการคือในเรื่องของการพัฒนาฝีมือ ได้เจอบทใหม่ ๆ บทแปลก ๆ ที่เรายังไม่เคยเล่น เจอนักแสดงใหม่ ๆ เคมีใหม่ ๆ แบบนี้มากกว่า

ทับทิม อัญรินทร์

เราถ่ายละครตั้งแต่เด็กตอนอายุ 18 เวลาช่วงชีวิตวัยรุ่นแทบไม่มีเลย ?

ทับทิม : ถามว่าหายไปไหม เราก็ไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเหมือนคนอื่น ๆ เพราะทับทิมเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 14 ช่วงมัธยมปลายเรามีงานประจำด้วยนะ ที่เป็นรายการสด เราต้องมาเป็นพิธีกรหลังเลิกเรียนทุกวัน ก็ 5 วันก็หมดแล้ว เลิกเรียนเสร็จไปทำงานต่อ เหนื่อยกลับบ้านนอน ตื่นเช้ามาก็ไปเรียนต่อก็จะเป็นลักษณะนี้ แต่จะมีแค่ช่วงมหาวิทยาลัย ปี 1 เทอม 1 ที่ได้ใช้ชีวิตเฟรชชี่เต็ม ๆ แต่ไม่ได้ไปรับน้องนะ เพราะเขาต้องไปค้าง ไปต่างจังหวัด คุณแม่ไม่ให้ไป

คุณแม่ทุ่มเทให้เรา 24 ชม. แต่เคยแอบน้อยใจคุณแม่ด้วยใช่ไหม ?

ทับทิม : ก็มีบ้างในเมื่อเราอยู่ด้วยกัน 24 ชม. บางเรื่องเราอาจจะไม่เข้าใจกัน คิดเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งเราจะแบบคุยกันตรง ๆ นะ แต่จะดูท่าทีคุณแม่ก่อนว่าเราควรที่จะเข้าไปพูดหรือว่ารอก่อน

เคยแอบคิดว่าแม่ไม่รักหนูเลยใช่ไหม ?

ทับทิม : ก็แอบมีบ้าง บางทีเราตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้ว แต่ว่าบางทีคุณแม่จะคิดอีกแบบว่าอันนี้ไม่ควรทำนะ อันนี้ไม่สมควร เราก็แบบทำไม เราก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีนี่นา แม่ไม่เชื่อใจเราเหรอ เราก็แอบน้อยใจว่าคุณแม่เลี้ยงเรามาอย่างดีที่สุดนะ น่าจะแบบเชื่อใจเราบ้างว่าสิ่งที่เราทำคือสิ่งที่คุณแม่ปลูกฝังมาอย่างดีแล้ว

คุณแม่ : ก็ไม่มีอะไรมาก จริง ๆ อยากสอนเขาให้เป็นคนดี อีกอย่างกลัวไม่ทันโลก เพราะเขาจะอยู่กับเราตลอด แล้วเขาก็เป็นคนมองโลกในแง่ดีตลอด คือทุก ๆ เรื่องที่เขาคิด อยากให้เขารู้ว่าไม่มีอะไร แค่แม่ห่วงและหวงแค่นั้นเอง

จริง ๆ แม่ไม่ได้ปิดเรื่องแฟนใช่ไหม ถ้ามีคนดี ๆ มาจีบแม่ก็โอเคใช่ไหม ?

คุณแม่ : ใช่ค่ะ แต่จะคอยดู คอยสกรีนว่าคนนี้ยังไง ศึกษาดูนิสัยใจคอก่อนว่าเป็นยังไง เข้ากับครอบครัวเราได้ไหม ก็ไม่ได้ปิดกั้น

ทับทิม : เรื่องนี้แม่จะดูอย่างเดียวไม่ค่อยพูด แต่ถ้าพูดแสดงว่ามีอะไรผิดปกติแล้วนะ

ทับทิม อัญรินทร์

แล้วเราเคยปรึกษาคุณแม่ไหมว่าคนนี้เป็นยังไง ?

ทับทิม : ปรึกษาตลอด เวลาร้องไห้ เสียใจ ก็มาร้องกับคุณแม่ไง คุณแม่ก็เลยจะรู้ทุกเรื่องว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่แม่ไม่เคยบอกหรือสั่งว่าต้องเลิกหรือไม่ให้คุยกับคนนั้นคนนี้ แต่ให้เราคิดเอง ตัดสินใจเอง แต่แค่จะคอยเตือนตลอดว่าแบบนี้เป็นยังไง แบบนี้เป็นยังไง แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือเราตัดสินใจเอง

ปัจจุบันนี้โอเคแล้ว ?

ทับทิม : ปัจจุบันนี้จริง ๆ จะบอกว่าโสดมาตลอดนะ เพราะยังไม่แต่งก็เรียกว่าโสดใช่ไหม

มีคนคุยหรือเปล่า ?

ทับทิม : มีบ้างค่ะ มีเป็นกำลังใจกรุบกริบ ณ ตอนนี้ก็แฮปปี้ดีนะคะ คนนี้แม่ไม่ค่อยมีอะไรเตือน

คนปัจจุบันคุณแม่มีอะไรเตือนไหม ?

คุณแม่ : ก็ดูอยู่ค่ะ ให้เขาคอยศึกษาไปเอง เรียนรู้ไปเอง

คุยกันมานานหรือยัง ?

ทับทิม : สักระยะหนึ่ง แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทับทิมโฟกัสกับเรื่องงาน เราก็เลยไม่ได้มาโฟกัสเรื่องนี้เท่าไหร่ว่าผ่านระยะเวลามาเท่าไหร่แล้วนะ ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามเวลาของมัน แล้วค่อย ๆ ดูไปเรื่อย ๆ อย่างที่บอกไป เรายังสนุกกับงานอยู่ เหมือนเราเพิ่งได้ทำงานเต็มที่ เพราะเพิ่งเรียนจบอย่างที่ตั้งใจด้วย ถ้าถามว่าอยากแต่งงานไหม อยากนะ เพราะว่ามันก็เป็นความฝันของผู้หญิงหลาย ๆ คน แต่ถ้าถามเรื่องลูกไม่อยากมี เพราะตั้งแต่เด็ก คุยกับเพื่อน เราก็บอกไม่เอา ไม่อยากมีลูก แต่เพื่อนบอกว่าคอยดูนะ เดี๋ยวแต่งก่อนคนแรก แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แต่ง

ทับทิม อัญรินทร์

จริงเหรอที่ผ่าไส้ติ่งแล้วเฉียดตาย ?

ทับทิม : ตอนนั้นมันน่าจะแอคซิเดนอะไรสักอย่าง ปกติผ่าตัดไส้ติ่งแบบส่องกล้อง 3 วันก็ได้ออกแล้ว เพราะว่ามันเป็นเหมือนผ่าตัดเล็ก นิดเดียว แต่ ณ ตอนนั้นเราออกมาจากผ่าตัดไส้ติ่ง อยู่โรงพยาบาลได้ 2 วัน แล้วมันเกิดอะไรไม่รู้ อยู่ ๆ ท้องเราพองขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึก ณ ตอนนั้น เหมือนท้องจะแตกเลย มันขยายขึ้น พองขึ้นจนมันแน่นหน้าอก หายใจไม่ไหวแล้ว คือมันแน่น ได้คำตอบว่าเป็นพังพืดที่ลำไส้จากแผลผ่าตัด เราก็ยังงง ๆ ว่า 2 วันเป็นพังพืดแล้วเหรอ นั่นคือคุณหมอบอกเรามา แต่ ณ ตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น

แล้วเราต้องผ่าตัดใหม่ไหม ?

ทับทิม : ผ่าตัดใหม่ค่ะ ด่วนเลย เพราะตอนนั้นมันเริ่มแน่น เริ่มจุก หายใจไม่ออกแล้ว เหมือนรู้สึกว่าเราจะตายแล้ว ท้องจะแตก จะระเบิดขึ้นมาให้ได้เลย เราก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว ขอเข้าห้องผ่าตัดไม่ไหวแล้ว

เคยรถคว่ำด้วย ?

ทับทิม : เป็นช่วงแรก ๆ ที่เข้าวงการ ถ่ายละครพร้อมกัน 3 เรื่อง คิว 7 วันเต็ม คุณแม่ก็ขับรถ พักผ่อนน้อย น่าจะหลับใน แค่ระยะเวลาสั้น ๆ นิดเดียวเอง ช่วงเช้ามืดกำลังจะไปกอง รถก็ไปชนท้ายรถกระบะแล้วก็พลิกไถลไปกับถนน ซึ่งตอนนั้นถ้าใครจำได้คือเป็นเหตุการณ์ที่ขึ้นหน้า 1 แต่ไม่ได้อยากขึ้นหน้า 1 เพราะอันนี้

ตอนนั้นทับทิมก็หลับอยู่ ?

ทับทิม : หลับค่ะ คือเพิ่งเลิกจากอีกกองไปอีกกอง แล้วได้ยินเสียงปึ้งก็ตกใจตื่น ลืมตาขึ้นมา สภาพห้อยแล้วไฟก็ปุ๊บปั๊บ ๆ เราก็งงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เช็กกับคุณแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น รถชนเหรอ แต่ฝั่งคุณแม่คือเงียบ นิ่งไม่พูดอะไรเลย แต่เราไม่ได้เป็นอะไรเลย มีแค่ช้ำและจุกนิดหน่อย น่าจะคาดเข็มขัดนิรภัยนี่แหละช่วยได้เยอะมาก

คุณแม่ : ณ ตอนนั้นไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้น อยู่ ๆ ก็เห็นแว็บ ๆ เต็มไปหมดเลย เหมือนเราไม่รู้สึกตัว เหมือนหลับในประมาณนั้นแน่นอน แต่พอรถมันคว่ำไปแล้ว แม่ก็นิ่ง ทับทิมเรียก เราก็ยังนิ่งอยู่

ทับทิม : เราก็เลยเป็นคนจัดการทุกอย่างโทรหาคุณพ่อ โทรหาประกัน

ทับทิม อัญรินทร์

เราต้องเรียกเขาว่าด็อกเตอร์นะ ?

ทับทิม : หลายคนสงสัยว่าจบได้ยังไง เอาเวลาที่ไหนไปเรียน ต้องบอกว่าเรียนออนไลน์ล้วน ๆ เลย เพราะตอนนั้นสมัครไป แล้วติดช่วงโควิดพอดีบินไม่ได้

ไม่ได้จบในไทยนะ ?

ทับทิม : เรียนที่ฟิลิปปินส์ ตอนนั้นเราดูเยอะมาก คัดเยอะมากว่าเราจะต่อที่ไหน สุดท้ายเลือกเรียนฟิลิปปินส์เพราะมันอยู่ใกล้ประเทศไทย ถ้าเดินทาง ไป-กลับ ก็ง่ายหน่อย แล้วก็สะดวกต่อการที่เราจะจัดตารางเวลาเรียนได้ แล้วทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะมันอยู่ใกล้ ๆ แต่ปรากฎว่าพอสมัครไป กำลังจะบิน ปิดประเทศ บินไม่ได้เลย ตั้งแต่วันนั้นมา 2 ปีครึ่งคือเรียนออนไลน์ทั้งหมด สอบก็สอบออนไลน์ทั้งหมดเลย

ระหว่างนั้นเราก็ถ่ายละครด้วย ?

ทับทิม : ใช่ แต่มันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือมันไม่กระทบกับงานเราเลย เนื่องจากเราสามารถทำงานได้ปกติ ก็ไปเรียนในกองเอา ถ้าถ่าย เราก็จะบอกพี่ ๆ ว่าขอเวลาสัก 2 ชั่วโมงนะคะ พรีเซนต์งาน จัดเบรกให้ไปถ่ายคนอื่นก่อน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...