โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มัน(ส์)คุ้มกว่าที่คิด! เมื่อได้ไป Work ที่ Walt Disney World ในอเมริกา 3 ครั้ง 2 โปรแกรม (ICP & CRP)

Dek-D.com

อัพเดต 14 ธ.ค. 2565 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2565 เวลา 09.36 น. • DEK-D.com
รีวิว Disney International College Program (ICP) และ Disney's Cultural Representative Program (CRP)

สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครอยากแต่งแต้มสีสันให้ชีวิตช่วงวัยเรียนน่าตื่นเต้นกว่าที่เคย และได้ประสบการณ์สุดท้าทายในแบบที่จินตนาการไม่ถึง วันนี้เราจะพาทุกคนไปท่องโลก(การทำงาน)ในดินแดนที่สวยเหมือนเวทมนตร์ ผ่านประสบการณ์ของ “พี่กรุ๋งกริ๋ง”ที่เคยรู้สึกว่าตัวเองไม่น่าจะตรงสเปคของดิสนีย์นับตั้งแต่สกิลภาษาจนถึงบุ แต่วันหนึ่งได้ก้าวออกจาก comfort zone ไปทำงานที่ “Walt Disney World” ในอเมริกาถึง 3 ครั้ง 2 โปรแกรม

  • ครั้งที่ 1-2 Disney International College Program (ICP) ที่นิสิต-นักศึกษาชั้นปี 2, ปี 3, ปี 4 สามารถสมัครได้
  • ครั้งที่ 3 Disney's Cultural Representative Program (CRP) สมัครได้หลังเรียนจบ ป.ตรี โดยต้องเคยผ่านโปรแกรม ICP มาก่อนและมีประวัติการทำงานดี

ในนี้จะรีวิวตั้งแต่การเตรียมตัว, การสมัคร, บรรยากาศการทำงานของทั้ง 2 โปรแกรม, สวัสดิการ, ความเป็นอยู่ พร้อมแทรกเกร็ดความรู้และคำแนะนำที่น่าสนใจด้วย พร้อมแล้วลุยกันเลยค่ะ!

รายละเอียดโครงการ Disney ICP

Note:

  • ดิสนีย์เรียกลูกค้าว่า “Guest” และเรียกคนที่ทำงานในดิสนีย์ว่า“Cast Member”ประมาณว่าพวกเค้าคือพนักงานที่ต้องทำโชว์(หน้าที่)ของตัวเองให้ออกมาดีที่สุด
  • Role (โรล) ในทีนี้หมายถึงบทบาท/ตำแหน่ง/หน้าที่ของ Cast Member

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

ความฝันวัยเด็กของคุณคืออะไร?
.
.
.

ความฝันของพี่คืออยากไปต่างประเทศโดยเฉพาะ "อเมริกา" แต่รู้สึกไกลตัวเพราะพี่เองก็มาทางวิทย์-คณิต แล้วไม่ค่อยได้ภาษาอังกฤษด้วย จำได้เลยว่าตอน ม.ปลายที่โรงเรียนให้สอบ CU-TEP พี่สอบได้เทียบเท่า IELTS 3.5เองค่ะ

จนมารู้จัก Disney International Programs จากรุ่นพี่ที่เคยไปโครงการนี้ ตอนนั้นพี่คือเด็กจิตวิทยาจุฬาฯ ปี 2 อายุ 19 ภาษายังไม่ค่อยได้เหมือนเดิม และบุยังไปทาง Introvert ที่ไม่น่าจะตรงสเปคของดิสนีย์ แต่ก็บอกตัวเองว่าต้องลอง เราจะเอาจริง เพราะเป็นโอกาสให้ได้ไปอเมริกา ใช้เวลาเตรียมตัวประมาณ 2-3 เดือน โดยการฝึกภาษาอังกฤษทุกวันหลังเลิกเรียน วันละ 5-6 ชั่วโมง เน้นการพูดและการฟัง

สำหรับโปรแกรม Disney International College Program (ICP) ผู้สมัครแต่ละประเทศจะมีรายชื่อบทบาท (roles) ที่สมัครได้แตกต่างกัน เช่น Lifeguard, Merchandise, Quick Service Food & Beverage, Attraction, Custodial และอื่นๆ (อาจมีการเปลี่ยนแปลง) ส่วนสถานที่ทำงานคือ Walt Disney World Resort ในรัฐ Florida สหรัฐอเมริกา

ช่วงเปิดรับสมัครจะประมาณเดือนกันยายน – ตุลาคม ต้องคอยติดตามหน้าเพจ London Houseและศึกษาข้อมูลโครงการอย่างละเอียดได้ที่หน้าเว็บ http://londonhouse-cm.com/disney-program.htmlวิธีสมัครจะอยู่ส่วนท้ายเลย~

โปรแกรม ICP จะมีสัมภาษณ์รอบแรกกับทาง London House เพื่อดูทัศนคติและการสื่อสาร จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่จาก Disney บินตรงจากอเมริกามาสัมภาษณ์รอบสองค่ะ คำถามก็จะเจาะลึกและชัดเจนขึ้น ถามเกี่ยวกับ role ที่อยากทำและประสบการณ์ โดยจะวัดไหวพริบและทักษะการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ตอนพี่สมัคร Merchandise ก็มีเล่าว่าเคยเปิดร้านขายของ และเคยร่วมงานอีเวนต์แนวนี้มาก่อน ถ้าใครมีประสบการณ์อื่นๆ ก็เล่าเชื่อมโยงได้เหมือนกัน

จริงๆ ครั้งแรกไม่ผ่านสัมภาษณ์เพราะไม่เข้าใจคำถาม แต่โชคดีปีนั้นมีเปิดรอบพิเศษ พี่ก็เลยฝึกภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นจนตอบกรรมการได้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติขึ้น ในที่สุดพี่ก็ได้ไปทำงานที่ดิสนีย์แล้วค่ะ~

. . . . . .

เริ่มชีวิตทำงานที่ดิสนีย์
บรรยากาศมัน(ส์)ดีแบบนี้!

พี่มีโอกาสได้มาทำงานในสถานที่สวยๆ รายล้อมด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม ซึ่งจุดร่วมคือบุที่ friendly และ active เดินเจอใครทักทายได้หมด ที่สำคัญทางดิสนีย์ยังมีบทลงโทษชัดเจนเพื่อไม่ให้มีการเหยียดเชื้อชาติและรสนิยมทางเพศเกิดขึ้นด้วย

ปี 2011-2012 พี่สมัคร ICP แล้วไปทำงานในส่วน Merchandise ที่“Downtown Disney West Side” (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Disney Springs) เริ่มมาวันแรกพี่ก็ได้เข้าอบรมความปลอดภัยและการให้บริการ จากนั้นจะได้ฝึกพร้อมปฏิบัติจริง หรือที่เรียกว่า On-the-job training

บางคนได้ประจำร้านใหญ่ร้านเดียว แต่อย่างพี่ได้เวียนทำหลายร้านคือ

  • D Street (ปัจจุบันเป็น Star Wars Galactic Outpost)
  • DisneyQuest (ปัจจุบันไม่มีแล้ว)
  • Disney's Candy Cauldron

สำหรับ Disney's Candy Cauldronเป็นร้านขายแอปเปิลที่ทำหน้าตาเป็นคาแรกเตอร์ต่างๆ ซึ่งหน้าที่ของเราคือการขายและหั่น โดยต้องถามเกสต์ก่อนทุกครั้งว่าต้องการให้ ห่อ/ไม่ห่อ และ หั่น/ไม่หั่น แล้วถ้าหั่นอยากให้แบ่งเป็นกี่เสี้ยว (4 เสี้ยว, 6 เสี้ยว หรือ 8 เสี้ยว) ตลอดเวลาทำงานเราต้องสวมถุงมือและมีกระดาษไขรองมีดสำหรับหั่นด้วย

Note:

  • เวลาการทำงาน:ขั้นต่ำ 30 ชั่วโมง/สัปดาห์, ปกติประมาณ 40-45 ชั่วโมง/สัปดาห์
  • ที่พัก: ในหมู่บ้านดิสนีย์ (มีค่าใช้จ่าย)
  • อัตราค่าจ้าง: ปัจจุบัน $14 ต่อชั่วโมง ตามตำแหน่งงาน ซึ่งกฎหมายของอเมริกา ถ้าทำงานเกิน 40 ชม./สัปดาห์ จะได้ค่าแรงมากกว่าเดิม 1.5 เท่า
  • เราสามารถทำงานเพิ่ม (take shift) ได้ด้วย อย่างเช่นตอนทำฝ่าย Merchandise ที่ร้าน Disney's Candy Cauldron พี่ต้องเข้าอบรมความรู้เรื่องอาหาร ทำให้สามารถ take shift ไปทำงานฝ่าย Food & Beverage ได้ค่ะ

ว่าด้วยป้ายชื่อของ Cast Member

และจุดเริ่มต้นจนฝึก “ภาษาสเปน”

ปกติวัฒนธรรมชาวอเมริกันจะเรียกนามสกุล (Last Name) แต่ป้ายชื่อที่ดิสนีย์จะมีบอกชื่อจริง (First Name) จังหวัด ประเทศ และภาษาที่สื่อสารได้ *เราต้องไปสอบภาษานั้นๆ เพื่อให้ pin มาติดป้ายชื่อเพิ่ม

จากในภาพจะเห็นว่าตอนมาครั้งที่ 2 พี่สอบภาษาสเปนได้แล้วค่ะ :D

เมื่อก่อนเคยรู้สึกว่าภาษาสเปนฟังยากมากและคงไม่มีโอกาสได้ใช้ พอมาถึงรู้ว่า จริงๆ มีคนที่พูดภาษาสเปนมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และมักจะเป็นภาษาที่เกสต์กับเพื่อนสามารถพูดได้นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ

เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้พี่ฝึกภาษาสเปนจริงจัง โดยมีเพื่อนๆที่ทำงานช่วยกันสอนจนพูดได้หลายประโยค และมีโอกาสฟังสำเนียงสเปนของคนทั่วโลกมายกเว้น Equatorial Guinea (ส่วนตัวคิดว่าสำเนียงชิลีฟังยากสุด รองลงมาคือแถบแคริบเบียน) พอกลับไทยมาก็ลงเรียนวิชาภาษาสเปนของคณะอักษรจุฬาฯ แล้วได้ A วิชานี้มาด้วย~

พี่คิดว่าความยากของภาษาสเปน คือ “ไวยากรณ์” ที่ยากและซับซ้อนกว่าภาษาอังกฤษ ภาษาสเปนจะมีมีเพศ เอกพจน์ และพหูพจน์ แต่ละประเทศยังมีคำสแลงเป็นของตัวเอง อีกทั้งไวยากรณ์ของภาษาสเปนจากสเปนและสเปนที่ใช้ในอเมริกากลางกับอเมริกาใต้ยังแตกต่างกันด้วยค่ะ

. . . . . .

และดิสนีย์อีกครั้ง~

กับโปรแกรม CRP ปี 2014-2015

ครั้งนี้การแข่งขันค่อนข้างสูงเพราะรับคนไทยแค่ 3 คน ไปเป็นตัวแทนเสนอวัฒนธรรมประเทศตัวเอง ตอนสมัครจะต้องอัดเสียงส่งและโชว์ความสามารถที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยต่อหน้าคณะกรรมการ สุดท้ายพี่ก็ได้ไปโปรแกรม Disney Cultural Representative Program (CRP)ทั้งหมด 13 เดือน (ทางดิสนีย์ขยายเวลาทำงานให้ 1 เดือนเพราะได้เป็น Disney Trainer ด้วย) เท่ากับพี่ได้เห็นดิสนีย์ในทุกฤดู ฉลองทุกเทศกาลของดิสนีย์เลย

ใน Walt Disney World มีหลายพาร์ค หนึ่งในนั้นคือ EPCOTซึ่งจะจัดเป็นธีมประเทศ ประกอบด้วยอาคาร เครื่องเล่น ร้านอาหาร ร้านขายของประจำประเทศนั้นๆ แต่ประเทศไทยจะอยู่ภายใน Disney’s Animal Kingdom – Asiaบางสถานีเล่าเรื่องราว ตำนานต่างๆ แล้วแต่ว่าจะโชว์วัฒนธรรมในแง่มุมไห

ตัวอย่างกิจกรรมที่ทำ

  • เข้าร่วมเซสชันพิเศษ“Celebrate World’s Culture”ที่พูดคุยเรื่องวัฒนธรรม (เข้าร่วมฟรีแต่ต้องสมัครล่วงหน้า)
  • เป็นอาสาสมัครในงาน Volunteers: Give Kids The Worldจัดขึ้นที่ Give Kids The World Village เป็นรีสอร์ทที่ช่วยสานฝันเด็กป่วยหนัก
  • เป็นอาสาสมัครในศูนย์เลี้ยงเด็ก แนะนำวัฒนธรรมไทยผ่าน “อาหาร” ซึ่งทางดิสนีย์จัดเตรียมให้ รวมถึงได้ทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆ เช่น พี่ได้สอนการละเล่นของไทยอย่างรีรีข้าวสาร
  • โอกาสฉลองวันสงกรานต์ไทย พี่ได้โชว์รำไทยและพูดคุยเกี่ยวกับประเทศ

และก็เป็นปีที่เที่ยวเยอะอีกเช่นเคยค่ะ 5555 นอกจากสถานที่ต่างๆ กับสวนสนุกในดิสนีย์เอง ก็ยังมีโอกาสไป NASA, สวน Harry P Leu Gardens ใน Orlando, ไปดูหิมะคนเดียวที่ New York, เที่ยวชายหาดและชม Vizcaya Museum & Gardens ที่ Miamiและอีกเยอะมากๆ

. . . . . .

สรุปสวัสดิการสุดปัง

จาก Walt Disney

  • ดิสนีย์จัดเตรียมยูนิฟอร์มให้
  • มีรถรับส่งจากที่ทำงาน ที่พัก และร้านขายของ
  • เข้าสวนสนุกของ Walt Disney World ได้ฟรี จากปกติค่าตั๋วอยู่ที่ $109-$159
  • ในช่วงเวลาปกติจะได้ส่วนลด 20% เมื่อซื้อของจากร้านค้าและร้านอาหารใน Walt Disney World แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือใน 1 ปีจะมี 2 วันที่ลด 40% และยังมีร้านค้าพิเศษสำหรับ Cast Member ที่ซื้อของได้ในราคาที่ลดแล้วถึง 75%

บรรยากาศตอนไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในดิสนีย์

  • ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ พนักงานสามารถลงเรียน Professional Development Coursesของ Walt Disney เป็นคอร์สสั้นๆ คลาสเดียว เช่น Resume Writing (การเขียนเรซูเม่), Interview (การสัมภาษณ์), Personality Development (พัฒนาบุภาพ) ฯลฯ ถ้าเป็นนักเรียนอเมริกันจะสามารถเก็บหน่วยกิตได้เลย และส่วนใหญ่เปิดให้เรียนช่วงกันยายน – ธันวาคมของปีค่ะ

รีวิวคอร์สที่เคยลงเรียน

  • Marketing Youเรียนวิธีโฆษณาตัวเองสำหรับหางาน ซึ่งวิชานี้พี่ประทับใจอาจารย์มากกกก เค้าเป็นผู้หญิงอเมริกันที่เท่ เนี้ยบ เก่ง และตลกครบในคนเดียว สอนตั้งแต่การทำ Presentation และ Resume มีให้ทำแบบทดสอบบุภาพแบบ DiSC และ StrengthsFinder 2.0 ปิดท้ายด้วย Final Day ที่ทุกคนจะได้นำเสนอตัวเองโดยสวมบทบาทอาชีพที่อยากเป็น

  • Seminar: Human Resourcesเรียนรู้ระบบบริหารจัดการมนุษย์ในองค์กรของดิสนีย์ วิชานี้จะแนวนั่งฟังเลกเชอร์แล้ว discuss กับเพื่อนร่วมชั้น

. . . . . .

ช่วงแรกอาจจะท้าทายเพราะด้วยสภาพแวดล้อมใหม่ วัฒนธรรมใหม่ และไม่ใช่ประเทศที่อยู่ใกล้ไทย แต่สุดท้ายแล้วดิสนีย์ช่วยเปิดประสบการณ์และให้บทเรียนกับพี่เยอะมากๆ จนอยากถือโอกาสนี้ฝากถึงน้องๆ Dek-D ว่าอย่ารีบปิดกั้นตัวเองตั้งแต่แรกว่าจะทำไม่ได้ หรือไม่ชอบสิ่งนั้น(ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียนภาษา ฯลฯ) ลองอดทนและใช้เวลาปรับตัวสักระยะ เราอาจค่อยๆ ซึมซับและประทับใจจนอยากกลับมาโครงการนี้อีกเหมือนพี่ก็ได้นะคะ :D

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...