โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"จุรินทร์" ยินดีผู้สำเร็จหลักสูตร TEPCoT หนุนร่วมสร้างแต้มต่อให้ประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ม.ค. 2566 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2566 เวลา 08.52 น.

“จุรินทร์” มอบวุฒิบัตรผู้สำเร็จหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) รุ่น 13-14 ดันสร้างเงิน สร้างแต้มต่อ สร้างอนาคตให้ประเทศ

วันที่ 23 มกราคม 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ TEPCoT (Top Executive Program in Commerce and Trade) รุ่นที่ 13 และรุ่นที่ 14 ว่า หลักสูตรนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายส่วน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์หลักสูตรสร้างบุคลากรชั้นนำของประเทศ ให้มีวิสัยทัศน์สามารถวางกลยุทธ์เพื่อวางตำแหน่งของประเทศในการแข่งขันทางการค้าในเวทีโลกและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยให้เจริญก้าวหน้าเท่าทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่ตนมาทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สามารถแก้ปัญหาการค้า จึงเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วและแก้ปัญหาอุปสรรคได้เยอะ ตัวเลขการส่งออกเป็นบวกเพียงไม่กี่ประเทศจากสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น ปี’64 ทำได้ 8.5 ล้านล้านบาท แต่ปี’65 ตนเชื่อว่าจะทำได้เกือบ 10 ล้านล้านบาท

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ทุกภาคส่วนมีส่วนสำคัญในการสร้างเงินสร้างอนาคตให้กับประเทศไทย และเราต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการเกษตร เวลเนสและสังคมผู้สูงอายุ ทั้งหมดต้องเดินหน้าไปสู่ความยั่งยืนเป็นข้อสรุปที่ถูกต้องที่สุด เป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องทำ และที่สำคัญคือสิ่งที่โลกต้องการ สุดท้ายเราก็ต้องทำ เพราะกลายเป็นกติกาโลก

ทั้งนี้ เรากำลังต้องเผชิญกับปัญหา 1.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์หรือปัญหาความขัดแย้งของโลก จับขั้ว แบ่งข้าง เอาเศรษฐกิจการค้ามัดรวมกับการเมือง และมีการบังคับเลือกข้าง 3-4 กลไกใหญ่ เช่น 1) RCEP ที่จีนเป็นพี่ใหญ่ ซึ่งสำเร็จมีผลบังคับใช้แล้ว 2) อินโดแปซิฟิกที่สหรัฐกำลังเป็นหัวเรือรวบรวมสมาชิก จุดยืนประเทศไทยเราต้องเลือกอาเซียน จับมือกับประเทศสมาชิกให้เราตัวโตขึ้น เป็นยุทธศาสตร์ที่ประเทศไทยต้องยืน 3) เอเปค มีทั้งจีน สหรัฐ อนาคตจะพัฒนาเป็น FTA มี GDP 2 ใน 3 ของโลก ถ้าเจรจาสำเร็จแต่คงอีกยาวนานพอสมควร

2.ความยั่งยืน แปลความหมายได้สองอย่าง 1) ทางบวก คือสิ่งแวดล้อมและอื่น ๆ และ 2) ทางลบ ในอนาคตจะเป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าของประเทศที่ถูกตราหน้าว่าไม่ไปสู่ความยั่งยืน

3.ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เติบโตน้อยลง ปีนี้โต 2.7% ทำการค้าจะลดความคล่องตัว การส่งออกได้รับผลกระทบ ต้องเร่งทะลวงความท้าทาย ภาครัฐต้องจับมือกับภาคเอกชนเดินหน้าต่อไป ปีนี้เราจะบุกตลาดที่มีศักยภาพอย่างน้อย 3 ตลาดที่ยังบวก เช่นตะวันออกกลาง

ตนจะเดินทางไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) วันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ เพื่อตั้งสภาความร่วมมือเอกชน 2 ประเทศ และจะไปเซ็น MoU กับบริษัทโลจิสติกส์ทางเรือยักษ์ใหญ่ที่สุดของ UAE มีเครือข่าย 40 ท่าเรือทั่วโลก เพื่อสร้างเงินสร้างอนาคตไว้ให้ประเทศ และเร่งทำ FTA สร้างแต้มต่อให้อนาคต

“ตอนนี้ไทยมี 14 FTA กับ 18 ประเทศ ต้องเร่งเพิ่มโดยเฉพาะกับอียู ติดขัดจากช่วงยึดอำนาจเลิกเจรจา วันนี้เกือบเสร็จเหลือฝ่ายการเมืองแสดงเจตจำนง เพื่อส่งออกสินค้าได้ตลาดใหม่ภาษีเป็นศูนย์ในอนาคต พรุ่งนี้ผมจะไปบรัสเซลล์ เพื่อพบรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีการค้าสหภาพยุโรป จะได้ประชุมหาข้อสรุปนับหนึ่งทางการเมือง ตนหวังว่าไปเที่ยวนี้จะนำความสำเร็จกลับมา ถ้าได้นับหนึ่งเมื่อไหร่เราจะสร้างเงินสร้างอนาคตให้กับประเทศไทยต่อไป”

TEPCoT เป็นหลักสูตรที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหอการค้าไทย เปิดการอบรมมาตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน โดย TEPCoT เป็นหลักสูตรที่มุ่งสร้างวิสัยทัศน์ที่ได้มาจากการบูรณาการองค์ความรู้ แนวคิด ประสบการณ์ทางการค้า การพาณิชย์ด้านต่าง ๆ และเสริมสร้างเครือข่ายแก่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะเป็นผู้นำและพัฒนาเศรษฐกิจและการพาณิชย์ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต นำพาประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจของเอเชีย และสามารถแข่งขันได้อย่างโดดเด่นในเวทีโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...