โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 5 ตัวเต็งมีลุ้นคว้าแชมป์ “ฟุตบอลโลก 2022”

INN News

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2565 เวลา 05.00 น. • INN News

อีกเเค่ 1 วันเท่านั้น “ฟุตบอลโลก2022”ที่ประเทศกาตาร์ จะเริ่มขึ้นในระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน - 18 ธันวาคม นี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่มีการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1930 ที่ฟุตบอลโลกจะเดินทางมาถึงตะวันออกกลาง

โดยเจ้าภาพมีการทุ่มทุนมหาศาลมากถึง 220,000 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8.3 ล้านล้านบาท เพื่อเนรมิตทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับขึ้นมาบนแผ่นดินทะเลทรายแห่งนี้

ปกติฟุตบอลโลกจะทำการแข่งขันในช่วงกลางปีซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลีกฟุตบอลในยุโรปที่ต้องยอมรับว่าเป็นเสาหลักต้นใหญ่ของวงการลูกหนังโลกปิดพักการแข่งขันในฤดูกาลปกติ นักฟุตบอลที่แข่งให้ต้นสังกัดจนจบฤดูกาลแล้วก็จะมารายงานตัวกับทีมชาติเพื่อทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประเทศได้อย่างเต็มที่ไม่มีอะไรต้องพะวง

แต่ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกย้ายเวลาจัดการแข่งขันมาเป็นช่วงฤดูหนาว หลังจากที่มีความกังวลในเรื่องของสภาพอากาศของกาตาร์ในช่วงเดือนมิถุนายนที่อาจจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพของทั้งนักฟุตบอลและแฟนบอล ทีมใดเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ ทีมไหนม้ามืด เช็คเลย

ฟีฟ่ายืนยันการเปลี่ยนเวลาแข่งขันมาเป็นฤดูหนาว ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ฟุตบอลยุโรปจะต้องถูกพักการแข่งขันกลางฤดูกาลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

นั้นทำให้ทุกทีมชาติมีเวลาเตรียมทีมเพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น แถมบางชาติก็ยังเจอปัญหานักเตะตัวหลักๆบางรายโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานจนไม่สามารถช่วยทีมชาติบ้านเกิดได้กันหลายต่อหลายคน เนื่องจากคิวแข่งของสโมสรต่างๆในช่วงที่ผ่านมาแน่นเอี้ยดจนแทบไม่มีเวลาพักกันเลย

จากประกาศรายชื่อส่วนใหญ่ซุปเปอร์สตาร์ขาประจำก็ยังติดทีมชาติมากันเกือบครบ ดูเเล้ว“ฟุตบอลโลก 2022” ครั้งนี้ก็น่าจะสนุกเเน่ๆ อย่างไรก็ดี ประด็นที่แฟนฟุตบอลให้ความสนใจก็คือ ทีมใดที่มีโอกาสคว้าแชมป์ "ฟุตบอลโลก 2022" ครั้งนี้มากที่สุด หรือทีมเต็งของการแข่งขัน

วันนี้เราจะมาจัดลำดับประเทศ 5 ตัวเต็งที่มีลุ้นคว้าแชมป์ "ฟุตบอลโลก 2022" ในครั้งนี้กันว่ามีทีมไหนบ้าง

อันดับ 5 เยอรมัน หนึ่งในทีมเคยเข้าชิงฟุตบอลโลกมากสมัยที่สุด แชมป์โลกครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2014 สำหรับเยอรมันชุดนี้ผสมผสานผู้เล่นตัวเก๋าและดาวรุ่งฝีเท้าดี ภายใต้กุนซือยอดฝีมืออย่าง ฮันซี่ ฟลิค เยอรมันอยู่ร่วมสายกับ สเปน, ญี่ปุ่น และคอสตาริก้า

อันดับ 4 อาร์เจนติน่า เจ้าของแชมป์โคปา อเมริกาสมัยล่าสุด และอดีตรองแชมป์โลกปี 2014 สิ่งที่น่าจับตามองก็คือนี่อาจเป็นการเล่นทีมชาติครั้งสุดท้ายของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าร่างเล็กวัย 35 ปี กัปตันทีม ก็เป็นได้ อาร์เจนติน่า อยู่ร่วมสายกับ ซาอุดิอาระเบีย, โปแลนด์ และเม็กซิโก

อันดับ 3 โปรตุเกส โดย โปรตุเกสชุดนี้ถูกมองว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษก็ว่าได้มีแข้งอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด ดาวยิงจอมเก๋าวัย 37 ปี ที่จะเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งสุดท้าย , บรูโน่ แฟร์นานเดส, แบร์นาโด้ ซิลวา และ ดิเอโก้ โชต้า สำหรับโปรตุเกสอยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้หนักมากร่วมสายกับ กาน่า, อุรุกวัย และเกาหลีใต้

อันดับ 2. ฝรั่งเศส แชมป์เก่า ของกุนซือ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ยกให้เป็นเต็ง 2 ซึ่งดูจากขุมกำลังก็ถือว่ายังแข็งแกร่งและมีผู้เล่นตัวหลักจากชุดคว้าแชมป์โลกครั้งที่แล้วเยอะมากแนวรุกมีทั้ง คาริม เบนเซม่า, คีเรียน เอ็มบัปเป้ และอุสมาน เดมเบเล่ กองกลางมีปอล ป็อกบา, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ฝรั่งเศสอยู่ร่วมสายกับ เดนมาร์ก, ตูนีเซีย และเปรู ซึ่งถือว่าไม่หนักเลยน่าจะผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ไม่เจออาถรรพ์แชมป์เก่ามักตกรอบแรกอย่างที่เคยประสบมาแล้ว

เเละ อันดับ 1. บราซิล เจ้าของแชมป์โลก 5 สมัยซึ่งมากที่สุดเหนือทุกทีม ผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายในฐานะแชมป์โซนอเมริกาใต้ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมนี้เองทำให้ทีมแซมบ้าก้าวขึ้นมายึดหมายเลขหนึ่งของโลกแทนที่เบลเยี่ยมได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ทัพ “เซเลเซา” นั้นค่อนข้างลงตัวมากๆ โดยเฉพาะแนวรุกชุดนี้ที่มีทั้งเนย์มาร์, วินิซิอุส จูเนียร์, กาเบรียล เชซุส, กาเบรียล มาร์ติเนลลี, ริชาร์ลิสัน, อันโตนี เป็นต้น บราซิลจะอยู่ร่วมสายกับ สวิตเซอร์แลนด์, เซอร์เบีย และแคเมอรูน

นอกจากทั้ง 5 ชาติที่กล่าวมาแล้วก็ยังมีทีมที่จับตามมองอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ฮอลแลนด์ , อังกฤษ ,สเปน เเละ เบลเยี่ยม หรืออาจจะมีทีมอื่ๆที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี่ ที่ก็มีโอกาสปาดหน้าเข้าป้ายก็เป็นได้

ทั้งนี้ศึกฟุตบอลโลก 2022 นัดเปิดสนามจะมีขึ่นในวันอาทิตย์ ที่ 20 พ.ย.นี้ โดยเกมเปิดสนาม เป็นการพบกันระหว่าง กาตาร์ เจ้าภาพ ลงสนามพบ เอกวาดอร์ ที่สนามอัล เบท สเตเดียม แข่งขัน 23.00 น. เวลาประเทศไทย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...