โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพราะทุกคนมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว เข้าใจการเติบโตของเราและเด็กคนนั้น ผ่านแนวคิด ‘Inner Child’

The Momentum

อัพเดต 26 ม.ค. 2566 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2566 เวลา 05.17 น. • พิมพ์ชนก โรจนันท์

วัยเด็กคือช่วงเวลาอันแสนสั้น ที่ทำให้ชีวิตอันยาวนานมีความหมาย

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ทุกคนมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว’ ซึ่งความเป็นเด็กในที่นี้ คงไม่ได้แปลว่าเราจะยังเป็นเด็กคนเดิมที่ตั้งตารอดูการ์ตูนโปรดเรื่องเดิมในวันหยุด หรือเป็นหนูน้อยที่ร้องไห้งอแงเพราะอยากได้ของเล่น แต่มันคือวิธีคิดหรือพฤติกรรมบางอย่าง ที่เป็นผลมาจากตัวตนและเรื่องราวที่เคยได้พบเจอในวัยเด็ก

คำว่า ‘Inner Child’ หรือความเป็นเด็กในตัวเรา เป็นแนวคิดทางจิตวิทยาที่ถูกนำมาใช้อธิบายว่าการที่เราเป็นเราได้นั้น นอกจากเหตุการณ์ที่เจอและจดจำได้ในตอนโตหรือการพบกับจุดเปลี่ยนบางอย่างแล้ว ช่วงชีวิตตั้งแต่อดีตอันหมายถึงวัยเด็กและช่วงระหว่างการเติบโตก็ยังสำคัญในการสร้างตัวตนของคนคนหนึ่งมากเช่นกัน

แนวคิดดังกล่าวริเริ่มโดย คาร์ล กุสตาฟ ยุง (Carl Gustav Jung) จิตแพทย์ชื่อดังผู้สร้างองค์ความรู้เรื่องจิตวิทยาเชิงวิเคราะห์ โดยแนวคิด Inner Child เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้สำรวจถึงความรู้สึกภายในใจของตนเองว่ายังคงมีลักษณะเหมือนเด็ก ซึ่งคาร์ลเชื่อว่าสิ่งนี้มีอิทธิพลต่อการกระทำของทุกคนในตอนโต และภายในตัวของเรามีเด็กที่ไม่มีวันเติบโตซ่อนอยู่

Inner Child จึงเป็นได้ทั้งความร่าเริงสดใส ความสนุกสนาน การกล้าคิดฝันแบบเด็กที่ไม่ต้องสนใจเงื่อนไขชีวิตอะไรมากมาย หรือการได้คิดถึงเหตุการณ์น่าประทับใจที่นึกทีไรก็รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้คือ Inner Child ที่ช่วยหล่อเลี้ยงตัวตน และทำให้แต่ละวันดำเนินต่อไปอย่างมีชีวิตชีวามากขึ้น

ขณะเดียวกัน Inner Child ก็ยังหมายรวมถึงประสบการณ์ไม่ดี หรือความรู้สึกฝังใจบางอย่างจากประสบการณ์ในตอนเด็กที่กระทบจิตใจจนส่งผลไปถึงตอนโต จนอาจเรียกได้ว่าเป็นบาดแผลทางจิตใจในวัยเด็ก หรือ Childhood Trauma

Childhood Trauma เกิดได้จากหลายสาเหตุ หลักๆ คือการพบเจอกับเหตุการณ์ที่สร้างความรู้สึกหวาดกลัว ไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลที่เกิดขึ้นในทางตรง เช่น การโดนทำร้ายร่างกาย การประสบอุบัติเหตุ การถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือบาดแผลในจิตใจจากการได้พบเห็นและซึมซับความรุนแรง อย่างการเห็นผู้ใหญ่ทะเลาะกัน หรือต้องโดนดุด่าจนฝังใจ ซึ่งบาดแผลที่ว่านั้นมันไม่ได้จบลงแค่ในช่วงวัยเด็ก

‘โหยหาความรักจากคนอื่นมาก เพราะตอนเด็กไม่เคยรู้สึกถึงความรักที่พ่อแม่ควรจะมีให้’

‘เติบโตพร้อมกับการที่ต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลาว่าเป็นคนเก่ง เพราะจะถูกผู้ใหญ่ชื่นชมต่อเมื่อประสบความสำเร็จ’

‘เชื่อว่าตัวเองคือสาเหตุของปัญหา แม้ว่าจะเป็นเหยื่อ’

เรื่องราวในใจที่ถูกแสดงออกผ่านพฤติกรรมต่างๆ อาจเป็นผลมาจากประสบการณ์ในวัยเด็ก แนวคิด Inner Child จึงได้ถูกนำมาใช้มากในการบำบัดจิต เพื่อรักษาบาดแผลทางจิตใจแก่เด็กน้อยที่กำลังเจ็บปวดอยู่ในร่างผู้ใหญ่ โดยกระบวนการบำบัดจิตมักเป็นไปในรูปแบบของการเริ่มต้นพูดคุย ทำความรู้จักกับตัวเอง เช่น การเขียนจดหมายถึงตัวเองตอนเด็ก

สิ่งสำคัญของการบำบัดจิตด้วยวิธีนี้ คือการได้ค้นพบตัวเอง และยอมรับว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร โอบกอดทั้งสิ่งดีและความเจ็บปวดด้วยจิตใจที่เข้าอกเข้าใจ หรือเป้าหมายว่ามันจะช่วยให้เราได้เห็นตัวเองและสิ่งที่เป็นไปมากขึ้นในอีกมุม

ถึงอย่างนั้น ต้องย้ำว่าทุกปัญหาทางจิตใจหรือทุกพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นผลมาจาก Inner Child เพียงอย่างเดียว เพราะเพียงทฤษฎีเดียวที่คงไม่สามารถปรับใช้ได้กับทุกอย่าง โดยเฉพาะกับปัญหาทางจิตใจที่มีความซับซ้อน และปัจจัยแวดล้อมที่แต่ละคนมีย่อมไม่เหมือนกัน ดังนั้น แม้ว่า Inner Child จะมีประโยชน์ในการช่วยให้เราได้ทบทวนตัวเอง แต่มันก็ไม่ใช่ทางออกของทุกปัญหา และการหมกมุ่นกับอดีตมากเกินไปก็ไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน

บ่อยครั้งเราคิดว่าถ้าย้อนเวลาไปในอดีตและแก้ไขสิ่งหนึ่งได้ อะไรๆ ในตอนนี้อาจดีขึ้น หรือสำหรับคนที่เคยมีช่วงเวลาที่ดี คงเคยหวนนึกถึงวันวานแสนสดใส และคิดว่าอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกครั้งเหลือเกิน

แต่ในเมื่อมันไม่มีทางเกิดขึ้น เราอาจใช้แนวคิด Inner Child ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเชื่อว่าเด็กน้อยคนนั้นก็ยังอยู่ในตัวเราเหมือนเดิม เพียงแต่เติบโตขึ้นและกำลังใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเท่านั้นเอง

ที่มา

https://positivepsychology.com/inner-child-healing/

https://www.harleytherapy.co.uk/counselling/what-is-the-inner-child.htm

https://www.verywellmind.com/what-are-the-effects-of-childhood-trauma-4147640

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...