โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 กองทุนรวมตราสารหนี้ ผลตอบแทน 1–3 ปี กำไรล้วนๆ

Wealth Me Up

เผยแพร่ 30 พ.ย. 2565 เวลา 08.30 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Facebook| Line | Youtube | Instagram

ถ้าประเมินว่า“เศรษฐกิจถดถอย” มาแน่ในปี2566 การแบ่งเงินไปลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ถือเป็นการกระจายการลงทุนพร้อมๆ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับความเสี่ยงท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและไม่มีความแน่นอน

จากนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา(เฟด) ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ภาพการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตและทำให้การลงทุนในตราสารหนี้น่าสนใจมากขึ้น เพราะเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่มีความเสี่ยงที่ต่ำ ขณะเดียวกันมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในระดับที่ดี

ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา อยู่ในระดับสูงกว่า4% ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในรอบกว่า10 ปี โดยอัตราผลตอบแทนดังกล่าวคาดว่าเป็นระดับที่รับข่าวที่เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแตะระดับ5% ในปี2566 ไปมากพอสมควรแล้ว

นอกจากนี้ ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี2566 ตามที่นักวิเคราะห์ นักลงทุนทั่วโลกคาดเอาไว้ ทำให้เฟดมีความจำเป็นที่ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ราคาตราสารหนี้รวมทั้งพันธบัตรระยะกลางถึงระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้นก็จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างกำไรอีกต่อหนึ่งสำหรับการเข้าลงทุนในตราสารหนี้

ถ้าประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาน่าจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี2566 การลงทุนในช่วงนี้จึงควรมองหาการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีเพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ด้วยการอาศัยจังหวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา(Bond Yield) ปรับตัวขึ้นมาสูงที่ระดับกว่า4% โดยเน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่มีเครดิตเรตติ้งสูงๆ เช่นA ขึ้นไป และอายุตราสารหนี้ระยะปานกลาง(ประมาณ3-5 ปีขึ้นไป) เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในช่วง1 ปีข้างหน้าและยังเป็นการกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุนอีกด้วย

สำหรับกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นกู้ ก็ให้พิจารณาหุ้นกู้ที่มีอายุครบกำหนดสั้นๆ และมีคุณภาพที่ดีเพื่อทำให้มีความเสี่ยงจากการลงทุนลดต่ำลง เช่น พิจารณาส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากพันธบัตรรัฐบาล(Credit Spreads) ของหุ้นกู้นั้นๆ

ถ้าCredit Spreads ยิ่งมาก แปลว่า ตราสารนั้นยิ่งมีความเสี่ยงที่มากและมีคุณภาพที่ต่ำ อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่จะเจอบริษัทล้มละลายหรือไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้นั้นยังมีน้อยในปัจจุบัน ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้ยังได้รับผลตอบแทนที่ดีและความเสี่ยงต่ำ

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...