โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เอกชนแห่ระดมทุนต่อ คาดหุ้นกู้ออกใหม่ปีกระต่าย ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ม.ค. 2566 เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2566 เวลา 04.26 น.
Photo by Julio Cesar AGUILAR / AFP

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย คาดการณ์ปี 2566 เอกชนต้องการระดมทุนต่อเนื่อง หนุนยอดออกหุ้นกู้ใหม่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท หลังปี 2565 ยอดหุ้นกู้ใหม่ทำออลไทม์ไฮแตะ 1.27 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนหน้า รายใหม่ออกเพิ่มขึ้น 30 บริษัท จาก 15 เซ็กเตอร์ ฟากมูลค่าคงค้างบอนด์รักษ์โลกเขียวสูงกว่า 501,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 66% มี 11 บริษัทเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลบนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง รวม 11 รุ่น มูลค่ารวม 29,074 ล้านบาท ประเมินปีนี้ กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยน 2-3 ครั้ง สู่ระดับ 1.75-2% บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในกรอบ 20-30 bps

วันที่ 11 มกราคม 2566 ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า คาดการณ์ในปี 2566 น่าจะได้เห็นยอดการออกหุ้นกู้ระยะยาวไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท จากความต้องการของภาคเอกชนในการออกหุ้นกู้ที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง

หลังจากยอดการออกหุ้นกู้ในปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ที่ 1.27 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นการเพิ่มขึ้นจากการออกของผู้ออกทั้งกลุ่ม Investment grade และกลุ่ม High yield รวมถึง Non-rated จากความต้องการที่สูงของภาคเอกชนในการออกหุ้นกู้เพื่อล็อกต้นทุนทางการเงินและเตรียมการรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

โดยในปี 2565 ได้มีผู้ออกหุ้นกู้ระยะยาวรายใหม่ (Newcomer) จำนวน 30 บริษัท จาก 15 หมวดธุรกิจ ส่วนหมวดธุรกิจที่มีการออกหุ้นกู้ระยะยาวสูงสุด 5 อันดับแรกคือ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ดร.สมจินต์กล่าวอีกว่า สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2565 มีการเติบโตที่โด่ดเด่น โดยเห็นได้จากพัฒนาการ 5 ด้านที่สำคัญ คือ 1.การออกหุ้นกู้ทำออลไทม์ไฮที่ 1.27 ล้านล้านบาท นับเป็นปีที่ 3 ที่ยอดการออกหุ้นกู้ระยะยาวทะลุ 1 ล้านล้านบาท 2.การเสนอขายตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน หรือ ESG Bonds (Environmental, Social and Governance) เพิ่มขึ้น 21% ในปี 2565 มีมูลค่าการออกรวม 210,994 ล้านบาท ทำให้มูลค่าคงค้างของ ESG Bonds สิ้นปี 2565 ขึ้นมาอยู่ที่ 501,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 66% จากสิ้นปี 2564

3.การเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัล (Digital Bond) บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตังในปี 2565 รวม 11 รุ่นจากผู้ออก 8 ราย คิดเป็นมูลค่ารวม 29,074 ล้านบาท 4.มีบริษัทหลักทรัพย์ที่เริ่มเข้าสู่ธุรกิจตราสารหนี้ (New Players) จำนวน 5 บริษัท และ 5.โมบายแอปพลิเคชั่น MeBond ที่พัฒนาโดย ThaiBMA ได้รับความนิยมจากนักลงทุนตราสารหนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มียอดดาวน์โหลดทะลุ 35,000 ครั้งในปี 2565 เพิ่มขึ้นกว่า 23,000 ดาวน์โหลดจากปี 2564

โดยมีมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 15.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากปี 2564 โดยมาจากตราสารหนี้ภาครัฐและหุ้นกู้ภาคเอกชนที่ขยายตัวในอัตรา 14% และ 9% ทำให้มีมูลค่าคงค้างที่ 7.77 ล้านล้านบาท และ 4.57 ล้านล้านบาท ตามลำดับ

ส่วนกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund flow) ในปี 2565 นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิในช่วงไตรมาส 1 ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการขายสุทธิในช่วงไตรมาส 2-3 แล้วจึงกลับเข้าซื้อสุทธิอีกครั้งในไตรมาส 4 เมื่อรวมทั้งปีพบว่านักลงทุนต่างชาติมียอดการซื้อสุทธิสะสมอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท โดยสิ้นปี 2565 นักลงทุนต่างชาติมียอดการถือครองตราสารหนี้ไทยที่ระดับ 1.07 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.8% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยอายุคงเหลือเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่นักลงทุนต่างชาติถือครองเท่ากับ 7.96 ปี

สำหรับการเคลื่อนไหวของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Government bond yieldcurve) ในปี 2565 ปรับตัวสูงขึ้นทุกรุ่นอายุ ตามทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องของเฟด เพื่อคุมอัตราเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ทั้งปีมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ครั้ง รวม 0.75% มาอยู่ที่ 1.25% ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ไทยรุ่นอายุ 2 ปี ปรับตัวสูงขึ้น 0.97% จากสิ้นปีที่แล้วมาอยู่ที่ 1.63% ณ สิ้นปี 2565 ส่วนบอนด์ยีลด์ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้น 0.74% มาอยู่ที่ 2.64% เมื่อสิ้นปี 2565

ด้านเส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate bond yield curve) อายุ 5 ปีของหุ้นกู้ทุกอันดับเครดิตปรับตัวสูงขึ้นในปี 2565 ในทิศทางเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้อายุ 5 ปีของผู้ออกทุกอันดับเครดิตสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 59 pbs โดยสิ้นปี 2565 อันดับเครดิต AAA ขยับขึ้นมาที่ 2.72%, AA ที่ 3.07%, A ที่ 3.25%, BBB+ ที่ 4.31% และ BBB ที่ 5.03%

ทั้งนี้ขณะที่การสำรวจการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของผู้ร่วมตลาด คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2-3 ครั้งในปี 2566 สู่ระดับ 1.75-2% ส่วนบอนด์ยีลด์รุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี ตลาดมีการคาดการณ์ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในกรอบ 20-30 bps จากสิ้นปี 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...