โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุเกิดที่ “สถานีกลางบางซื่อ” ปมร้อนรถไฟ-ค่าติดตั้งป้าย 33 ล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. 2566 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2566 เวลา 01.43 น.

เหตุเกิดที่ Bang Sue Grand Station-สถานีกลางบางซื่อ แต่อุณหภูมิร้อนฉ่าไปถึงกระทรวงคมนาคม

ล่าสุด “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบกระทู้สด “จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์” ส.ส.พรรคก้าวไกล เรื่อง กรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จ้างปรับปรุงป้ายสถานีกลางบางซื่อ มูลค่า 33 ล้านบาท

เหตุใดจึงต้องขอพระราชทานชื่อใหม่ และราคาที่ต้องใช้กว่า 33 ล้านบาท แพงไปหรือไม่ รวมทั้งเหตุใดต้องใช้วิธีการเฉพาะเจาะจงในการจัดซื้อจัดจ้าง

คำชี้แจงเหตุผล “เปลี่ยนชื่อ”

คำชี้แจงของ “รมว.ศักดิ์สยาม” ระบุว่า การขอพระราชทานชื่อไม่ใช่เพราะความต้องการส่วนตัว แต่เป็นการเปลี่ยนตามประเพณีปฏิบัติ เช่นเดียวกับโครงการใหญ่ ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น สนามบินหนองงูเห่าที่เปลี่ยนเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ

พร้อมชี้แจงด้วยว่า กระทรวงคมนาคมริเริ่มการขอพระราชทานชื่อมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 ก่อนที่จะมีการเปิดให้บริการใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงและสถานีกลางบางซื่อในปีเดียวกัน

หลังจากนั้น ได้มีหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อ เมื่อ 8 มิถุนายน 2565

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย ได้รับรายงานจากการรถไฟฯว่า ราคาดังกล่าวไม่ใช่เพียงแค่ตัวป้าย แต่ยังมีการดำเนินการอื่น เช่น ค่ารื้อถอน การติดตั้งกระจกใหม่ เป็นไปตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างและบริหารงานพัสดุภาครัฐ ปี 2560

ส่วนสาเหตุที่ใช้วิธีแบบเฉพาะเจาะจง เนื่องจากเป็นการก่อสร้างที่กระทบกับโครงการเดิมที่ดำเนินการอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการค้ำประกัน และเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ประกอบด้วยทุกภาคส่วน ซึ่งจะรายงานผลภายใน 15 วัน

“เรื่องการเปลี่ยนชื่อ เป็นเรื่องประเพณีปฏิบัติ ไม่ใช่เป็นความต้องการของผม”คำกล่าวย้ำของ “ศักดิ์สยาม”

พระราชทานนาม 2 ก.ย. 65

ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือเลขที่ นร.0508/14784 ลงวันที่ 2 กันยายน 2565 เรื่อง ขอพระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) และสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) และสถานีกลางบางซื่อ

สำนักพระราชวังแจ้งว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟฯ และสถานีกลางบางซื่อ ดังนี้

พระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ระยะที่ 1 ว่า“นครวิถี”

พระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) ระยะที่ 1 ว่า “ธานีรัถยา”

พระราชทานชื่อสถานีกลางบางซื่อ ว่า “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์”

เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 กระทรวงคมนาคมจึงได้สั่งการให้ ร.ฟ.ท. ติดตั้งป้ายชื่อพระราชทานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

กก.รายงานผล 18 ม.ค. 66

สําหรับลักษณะป้ายชื่อพระราชทาน “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” บริเวณโดมด้านหน้าสถานีกลางทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ประกอบด้วย

1) ตัวอักษรภาษาไทย “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” ขนาดสูง 3 เมตร กว้าง 2.6 เมตร หนา 40 เซนติเมตร

2) ตัวอักษรภาษาอังกฤษ “Krung Thep Aphiwat Central Terminal” ขนาดสูง 2.1 เมตร กว้าง 2.2 เมตร หนา 40 เซนติเมตร

ผลิตตัวอักษรด้วยอะคริลิกสีขาวนม ยกขอบ และซ่อนไฟด้านหลัง ทางการรถไฟฯได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงานและราคากลาง โครงการจัดทําป้ายชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์ เมื่อ 6 ตุลาคม 2565

และคำสั่งใหม่ วันที่ 6 ธันวาคม 2565 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากป้ายชื่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นป้ายขนาดใหญ่ มีความยาวชื่อจำนวนตัวอักษรเพิ่มขึ้นจากเดิม ป้ายอักษรติดตั้งโดยมีเสารับน้ำหนักในตัวอาคารและเจาะทะลุกระจก ตัวอักษรแต่ละตัว

ทั้งนี้ ตามที่มีกระแสข่าวปรากฏในสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ รวมทั้งโซเชียลมีเดีย กระทรวงคมนาคมได้มีคําสั่ง ณ วันที่ 4 มกราคม 2566 แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างในโครงการปรับปรุงป้าย สถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟฯ

โดยกำหนดให้รายงานผลการสอบสวนภายใน 15 วัน หรือภายใน 18 มกราคม 2566 นี้

การรถไฟฯเคลียร์ 5 ปม

ขณะเดียวกัน หน่วยงานต้นสังกัดคือการรถไฟฯ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมประเด็นราคาจัดซื้อจัดจ้างค่าตัวอักษรชื่อ “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” (ดูกราฟิกประกอบ) เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง หลังจากยังมีผู้ที่แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลมีเดียคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในหลายประเด็น สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1.การปรับปรุงป้าย ไม่ได้ปรับเปลี่ยน 56 อักษร แต่ปรับปรุงป้ายชื่อมากถึง 112 ตัวอักษร (110 ตัวอักษร กับ 2 ตราสัญลักษณ์)

2.รายละเอียดการติดตั้งตัวอักษร แบ่งเป็นภาษาไทยฝั่งละ 24 ตัว ภาษาอังกฤษฝั่งละ 31 ตัว และตราสัญลักษณ์การรถไฟฯ ฝั่งละ 1 ตราสัญลักษณ์ รวม 2 ฝั่ง จะมีอักษรภาษาไทย 48 ตัว ภาษาอังกฤษ 62 ตัว รวมทั้งสิ้น 112 ตัวอักษร และ 2 ตราสัญลักษณ์การรถไฟฯ

3.ขอบเขตวงเงิน 33 ล้านบาท ไม่ได้มีเพียงแค่ค่าใช้จ่ายปรับปรุงป้ายชื่อเพียงอย่างเดียว แต่รวมงานรื้อถอน เปลี่ยนผนังกระจก โครงผนังกระจกอะลูมิเนียม ระบบไฟแสงสว่าง ออกแบบด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ตลอดจนการรับประกันความชำรุดบกพร่อง 1 ปี

ดังนั้น การตั้งข้อสังเกตงบประมาณปรับปรุงป้ายชื่อในราคาตัวอักษรละ 5 แสนบาท จึงไม่ใช่ความจริง

4.ที่สำคัญราคาการเปลี่ยนป้ายชื่อดังกล่าว ยังสอดคล้องกับราคาประมาณการของ “ชมรมป้าย” ซึ่งประเมินค่าใช้จ่ายเนื่องจากขนาดตัวอักษรป้ายชื่อมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษอีกด้วย

เปิดกฎหมายจ้างยูนิคฯ “ตรงปก”

5.ประเด็นจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง การรถไฟฯชี้แจงว่า เนื่องจากเป็นการจ้างปรับปรุงเพิ่มเติม แต่สถานที่ทำงานได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ และอยู่ในระหว่างการรับประกันความชำรุดบกพร่องของ “กิจการร่วมค้าเอส ยู” ประกอบด้วย บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น

โดยบริษัทยูนิคฯ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างสถานี และสัญญายังอยู่ในระยะเวลาการรับประกันงานก่อสร้าง ดังนั้นเมื่อจะทำงานปรับปรุงป้ายเพิ่มเติม บริษัทยูนิคฯจึงเป็นเอกชนที่มีความเหมาะสมรับงานปรับปรุงป้ายมากที่สุด

ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 2560 (2) (ค) ที่ให้หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการจัดจ้างจากผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และหลักธรรมาภิบาลทุกประการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...