โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เลดี้ซูซาน ฮัสซีย์ คือใคร ทำไมบดบังทริปเจ้าชายวิลเลียม-เคท เยือนสหรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ธ.ค. 2565 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2565 เวลา 11.38 น.
Britain's Prince William, Catherine, Princess of Wales in Boston, U.S., November 30, 2022. REUTERS/Brian Snyder/Pool

เสด็จข้ามทวีปไปถึงอเมริกา เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท เจอปมวุ่นวายกรณี เลดี้ซูซาน ฮัสซีย์ แม่ทูนหัวของเจ้าชาย ตามไปบดบัง

วันที่ 1 ธันวาคม 2565 เดอะการ์เดียน รายงานประเด็นพิพาทบดบังทริปการเยือนสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในรอบ 8 ปีของ เจ้าชายวิลเลียม และเคท เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ จากกรณี เลดี้ซูซาน ฮัสซีย์ แม่ทูนหัวของเจ้าชายวิลเลียม ต้องลาออกจากงานรับใช้ราชวงศ์ เพราะบทสนทนาที่มีลักษณะเหยียดสีผิว

ทริปเยือนอเมริกาครั้งนี้ นับว่าเป็นทริปเยือนต่างประเทศครั้งแรกของเจ้าชายวิลเลียม ในฐานะองค์รัชทายาทลำดับที่ 1 นับจากที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขึ้นครองราชย์

เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทเคยเสด็จเยือนสหรัฐ เมื่อปี 2557 ที่นครนิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน ทั้งยังพบปะกับนายบารัก โอบามา ซึ่งเป็นประธานาธิบดีในตอนนั้น และนายโจ ไบเดน ที่เป็นรองประธานาธิบดี ส่วนครั้งนี้ ทั้งสองพระองค์จะทรงพบปะนายไบเดน ในฐานะประธานาธิบดี

เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคททรงเริ่มต้นทริปเยือนสหรัฐ 3 วัน ที่เมืองบอสตัน มุ่งเน้นเรื่องการรณรงค์ต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ แต่กลับมีประเด็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องเหยียดสีผิวโหมขึ้นบดบัง ทั้งจากกรณีเมแกน มาร์เคิล และเจ้าชายแฮร์รี จนมาถึงกรณีเลดี้ซูซาน

เบื้องต้นโฆษกของเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์แถลงว่า “การเหยียดสีผิวเชื้อชาติต้องไม่มีพื้นที่ในสังคมของเรา ความเห็นเหล่านี้เป็นเรื่องรับไม่ได้ และถูกต้องแล้ว ที่บุคคลได้ลาออกไปโดยมีผลทันที”

โฆษกกล่าวย้ำว่า เจ้าชายวิลเลียมทรงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในเรื่องนี้ แต่ทรงเชื่อว่าเป็นหนทางที่ถูกต้องแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อปีก่อน เจ้าชายวิลเลียมทรงเคยยืนยันว่า ครอบครัวของราชวงศ์ไม่ใช่ครอบครัวของคนที่เหยียดสีผิว หลังจากเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนเคยกล่าวหาว่า มีบุคคลในราชวงศ์ที่ถามถึงสีผิวของพระโอรสอาร์ชี

เลดี้ ซูซาน ฮัสซีย์ คือใคร?

สตรีที่ทำงานรับใช้ราชวงศ์อังกฤษมาอย่างยาวนาน เลดี้ ซูซาน เป็นแม่ทูนหัวคนหนึ่งใน 6 คนของเจ้าชายวิลเลียม และมีตำแหน่ง Woman of the Bedchamber หรือนางห้องบรรทมของสมเด็จพระราชินี ซึ่งถือเป็นตำแหน่งพิเศษเหนือนางสนองพระโอษฐ์

เลดี้ ซูซาน วัย 83 ปี ทำงานรับใช้ควีนเอลิซาเบธที่สอง มานานเกิน 60 ปี และล่าสุดก่อนที่จะลาออก เป็นข้าราชสำนักของสมเด็จพระราชินี คามิลลา

เกิดปี 1939 หรือพ.ศ. 2482 เป็นลูกสาวคนสุดท้อง คนที่ 5 ของเอิร์ล วัลเดอเกรฟ ที่ 12 และแมรี เฮอร์ไมโอนี พี่ชายคือ วิลเลียม วัลเดอเกรฟเคยเป็นรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษนิยม

เลดี้ ซูซาน เริ่มทำงานให้พระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อปี 1960 หรือ พ.ศ. 2503 เป็นปีเดียวกับที่ควีนทรงมีพระประสูติกาล เจ้าชายแอนดรูว์ รัชทายาทองค์ที่ 3

บทบาทหน้าที่หลักของเลดี้ ซูซาน คือช่วยตอบจดหมายและฝึกอบรมนางกำนัล เนื่องจากมีความรู้เรื่องงานต่าง ๆ ของสำนักพระราชวังเป็นอย่างดี เป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งของควีน และมักใช้เวลากับควีนที่พระตำหนักบัลมอรัล

นางสนองพระโอษฐ์ท่านนี้เคยนั่งรถพระที่นั่ง เบนต์ลีย์ ไปพร้อมกับควีน เพื่อไปร่วมพิธีพระศพเจ้าชายฟิลิปที่สิ้นพระชนม์ เมื่อเดือนเมษายน 2564 และทำหน้าที่นำสมาชิกของสำนักพระราชวังที่งานพระราชพิธีพระศพควีน ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อเดือนกันยายนปีนี้

เมื่อสัปดาห์ก่อน เลดี้ซูซานเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสตรีข้าหลวง หรือ Ladies of the Household 1 ใน 3 คนเพื่อรับสนองงานพระราชพิธีอย่างเป็นทางการของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

เลดี้ซู ซาน แต่งงานกับ มาร์มาดยุค ฮัสซีย์ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานของบรรษัท บีบีซี นาน 10 ปี และเสียชีวิตไปเมื่อปี 2546 ขณะอายุ 83 ปี เลดี้ ซูซาน มีลูกสาวคือ เลดี้ แคตเธอรีน บรูก เป็นเพื่อนสนิทของควีนคามิลลา และเพิ่งได้รับให้เป็นหนึ่งใน 6 ผู้ติดตามของพระองค์

ซีรีส์ The Crown ของเน็ตฟลิกซ์ มีตัวละคร เลดี้ ซูซาน ปรากฏในซีซั่นที่ 5 ด้วย

สำหรับกรณีอื้ออึงที่ทำให้เลดี้ซูซาน ต้องลาออกจากงานรับใช้วัง มาจากการสนทนากับ เอ็นกอซี ฟูลานี (Ngozi Fulani) ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร กลุ่มซิสทาห์ สเปซ ที่ทำงานรณรงค์ให้ผู้รอดพ้นจากการถูกทำร้ายในครอบครัว เพื่อต่อต้านความรุนแรง

จากรายงานข่าวที่เรียกบุคคลในงานเลี้ยงเมื่อวันอังคารที่วังว่า “Lady SH” เริ่มบทสนทนากับฟูลานี ด้วยคำถามว่า คุณมาจากที่ไหนคะ เมื่อฟูลานีบอกว่าเธอเป็นคนอังกฤษ เลดี้กลับซักต่อว่า “ไม่ใช่สิ หมายถึงว่าคุณน่ะมาจากไหนของแอฟริกา”

ฟูลานีอธิบายว่า เธอเกิดและเติบโตในอังกฤษ เป็นคนอังกฤษ แต่เลดี้ก็ไม่ยอมลดละ พยายามจะคาดคั้นให้คู่สนทนายอมจำนนถึงรากเหง้าต้นตระกูลว่า ไม่ได้อยู่ในอังกฤษ แต่มาจากแอฟริกาหรือแคริบเบียน

คนที่ได้ยินบทสนทนานี้คือ แมนดู รีด ผู้นำพรรคความเท่าเทียมของสตรี กล่าวว่า เลดี้ทำราวกับเป็นการสอบสวนฟูลานี

ขณะที่สำนักพระราชวังบักกิงแฮม ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องร้ายแรง และมองว่าความเห็นดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับ และน่าเสียใจอย่างยิ่ง

“ขณะเดียวกัน บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้อยากขอโทษที่ไปกระทบจิตใจผู้อื่น และขอลาออกจากตำแหน่งอันมีเกียรติโดยให้มีผลทันที” สำนักพระราชวังระบุ

……

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...