โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุ๋ย – คริส นั่งคุยนานที่สุด หลังเลิกกันมา 10 กว่าปี เป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ยังไง?

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 ธ.ค. 2564 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 04.23 น. • The Bangkok Insight

อุ๋ย-คริส นั่งคุยนานที่สุด หลังเลิกกันมา 10 กว่าปี เป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ยังไง คริส เผยจุดเปลี่ยนชีวิตหลังต้องสูญเสียครั้งใหญ่ พร้อมบอกวิธีการจัดความทุกข์

มีหลายคู่ในวงการบันเทิงที่ถึงแม้จะเลิกรากันไปแล้ว แต่ก็ยังคงกลับมาเป็นเพื่อนได้เหมือนเดิม ด้วยความปรารถนาดีต่อกัน เช่นเดียวกับ อุ๋ย บุดด้าเบลส และคริส หอวัง ที่ตั้งแต่เลิกรากันไปกว่า 10 ปี ก็ยังคงเป็นเพื่อนที่หวังดีต่อกันและกัน

อุ๋ย-คริส นั่งคุยนานที่สุด หลังเลิกกันมา 10 กว่าปี เป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ยังไง?

ล่าสุด (26 ธ.ค.) อุ๋ย ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านช่องยูทูบ อุ๋ย บุดด้าเบลส ถึงจุดเปลี่ยนชีวิตหลังต้องสูญเสียครั้งใหญ่ รวมถึงการจัดการความทุกข์ที่เกิดขึ้น และเผยชีวิตว่าเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ยังไง

หลังจากเสียปะป๊าไปเปลี่ยนไปยังไง ?
ที่ผ่านมาทำงานมาเก็บตังค์ คริสก็ใช้เยอะแต่ยังพอมีสติที่เก็บเงินไว้บ้าง แล้วคริสก็มีความบ้า ๆ บอ ๆ อาจจะโดนเทรนมาจากเรียนบัลเลต์ อันนี้จริง ๆ อุ๋ยเป็นคนสอนคริสด้วย เมื่อ 15 ปีที่แล้ว อุ๋ยเป็นคนสอนคริส เพราะตอนนั้นได้เงินเดือนจากไอเอสบี อุ๋ยก็เป็นคนบอกคริสว่า ยูก็แยกไปเลย ก้อนนี้ให้ปาป๊าหม่ามี้ ก้อนนี้เก็บไว้ผ่อนรถ ก้อนนี้จ่ายเครดิตการ์ด แต่พอสเกลมันใหญ่ขึ้น ลิ้นชักนี้อาจจะผ่อนรถทุกคน จ่ายบัตรเรา และต้องจ่ายของปาป๊าหม่ามี้ด้วย ลิ้นชักเราก็ใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นเงินที่เราหาได้ สัดส่วนก็ต้องเก็บในลิ้นชักมากขึ้น แล้วทีนี้วิธีคิดว่าการเก็บลิ้นชักแต่ละอัน ต้องดูก่อนว่าที่เราอยากใช้ในหัวเนี่ย มันใช้เท่าไหร่ต่อเดือน สมมติมันล้านนึง ห้าหมื่น มันไม่สำคัญ แต่ว่าฝันว่าจะอยากใช้เท่าไหร่ แต่มันสำคัญที่ว่าต้องหาให้ได้มากกว่าที่ใส่ในลิ้้นชัก

ส่วนในเรื่องเหตุการณ์ปะป๊าเสียทำให้ต้องเตรียมตัว ใช้คำว่าเตรียมตัว วันที่เข้าโรงพยาบาล 6 วัน โรคเกี่ยวกับหัวใจ รพ.จะให้เซ็นไว้เผื่อเกิดอะไร เช่นอันนี้ไว้บายพาส รวมกันทั้งหมดไม่รู้กี่ล้าน แต่เราเซ็นไว้ก่อน นอนอยู่ที่บ้านก็ช็อค ๆ เหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าการเซ็นอันไหนจะใช้ก่อน ไม่ได้อยู่ในลิ้นชักเราสักอัน มันอยู่ในลิ้นชักเผื่อชีวิตเรา คือเราต้องเปิดตู้เซฟอันนี้ ขอบคุณความบ้าคลั่งตัวเองที่ทำลิ้นชักพวกนี้ ขอบคุณคนจ้างงานทั้งหมดทำให้คริสโชคดีที่มีตู้เซฟนี้ได้ ในวันที่บุพาการีเราไม่สบาย ไม่ว่าเราจะมีเท่าไหร่ ไม่ว่าเราจะมีตู้เซฟนี้หรือไม่ เราต้องเซฟ คืออยากให้ทุกคนเริ่มทีมีตู้เซฟ

เวลาทุกข์จัดการยังไง ?
เพิ่งทำเป็นไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะเจอในชีวิตแต่เรื่องเบา ไม่มีอะไรทำให้เสียใจหนัก แต่มีช่วงหนึ่งในชีวิตที่อยากรู้ว่าชีวิตตัวเองจะดำเนินไปยังไง จะแต่งงานไหม ต้องหาแฟนมั้ย ชีวิตอนาคตต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ลิสต์เยอะมาก พอเช็กลิสต์ไม่ตรงสิ่งที่คาดหวัง ล่องลอยว่าตนเองจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ มันก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ ผิดหวัง ตกลงไปอีก ไม่มีใครช่วยเราได้เลย ถ้าใครที่คนอกหักดูนะ ไม่ว่าเพื่อนบอกให้ออกมานั่งกินข้าวกับเรา ไม่ว่านั่งท่ามกลางคนเท่าไหร่ ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง พอเราเปลี่ยนความคิด มันเหมือนไขน็อตลาก่อนเลย มีความสุขแบบไม่ต้องเอาความคาดหวังและอนาคตเราไปผูกกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้

มันวางง่าย ?
ต้องใช้เวลา พอเจอหลาย ๆ อย่างที่เราควบคุมไม่ได้ เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เช่น พอเรามีแฟน แฟนก็ควรขับรถมาส่งเราสิ คือแค่เนี้ยก็ผิดหวังได้แล้ว หรือถ้าเรื่องใหญ่ เราได้งานชิ้นนี้มา แล้วเราจะได้โบนัสเยอะมากแล้วคิดเยอะ เราจะให้พ่อแม่ นุ้นนั่น สมมติมีคนมาปาดหน้า ผิดหวัง ร้องไห้ ๆ ร้องได้ไม่ผิด เรามีความรู้สึก เราผิดหวัง สกิลนี้ได้มาจากการผิดหวัง แล้วดึงตัวเองขึ้นมา ข้าม สกิลการข้าม ให้เราคิดว่าถ้าเราไม่เคยได้ยินจากหัวหน้า เราก็จะไม่เคยฝัน ว่าเราได้โบนัสนี้จะเอาไปทำอะไร

ถ้ามีคนบอกว่าเหลือเวลาในชีวิตอีกแค่ปีเดียว ทำยังไง ?
ใช้เงินให้หมด จะบินแบบใช้ให้หมด ตายไปเอาไปไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ที่หามาได้แบ่งให้หม่ามี้ไปเลย ถ้ามีอยู่ในเซฟตัดเข้าเลย

ความสุขคริสคืออะไร ?
มันมีครั้งนึงที่คิดว่าอะไรที่ทำให้มีความสุข คือ ตัวเอง ทำงานมีความสุข ดีใจที่ยังมีคนเห็นคุณค่าเราในการจ้างเราไปไม่ว่าจะแสดง ทำอะไรก็แล้วแต่ เขาเห็นคุณค่าของเรา ได้เงินตอบแทนเป็นรางวัลในการเห็นคุณค่าของเรา แล้วเก็บใส่ลิ้นชักตู้เซฟ ถึงเวลาใช้เงิน ก็ทำอะไรก็ได้ รางวัลเราจะไปซื้ออะไรก็ได้ฉันก็ยังบ้าซื้อของยี่ห้ออยู่ อยากเล่นสกีหรืออยากมีผู้ชายพาไปลันช์ที่ฝรั่งเศส นั่งเครื่องบินส่วนตัวกลับมา อยากทำแบบนั้น แต่เอาความคาดหวังไปให้ผู้ชายนั้นไม่ได้ ฉันต้องหาเงินเพื่อตัวเองให้ได้ จะมีผู้ชายคนนั้นหรือไม่มีผู้ชายคนนั้นในชีวิต อยากได้อะไรต้องทำให้ตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าทำยังไม่ได้ก็ได้เท่าที่ตัวเองทำ

ถ้าเลือกได้อยากตายยังไง ?
อยากนอนหลับแล้วก็ตายไป ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ถ้าจะตายยังไม่อยากตาย คิดว่าวิธีนี้สบายที่สุด ดีสุดคือการหลับไป

มีคนฝากถามมาเราจะเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ขนาดนี้จริง ๆ เลยเหรอ ?
คริสเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าหมดเลย เพราะคริสคิดว่าทุกคนที่เข้ามาในชีวิตสอนประสบการณ์อะไรบางอย่างให้เสมอ แล้วก็ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะจบกันด้วย 1 เหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่ไม่ลงล็อกกัน จะดีหรือไม่ดี แต่ที่ผ่านมาเราได้ใช้ความสุขด้วยกันไปแล้ว ก็จะเก็บสิ่งนั่นไว้ แล้วก็คิดว่าคน ๆ นั้นอย่างน้อยเขาก็เคยเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเรา เลยเป็นเพื่อนกับทุกคน โดยที่ยินดีกับความก้าวหน้าของทุก ๆ สเต็ปในชีวิตที่เห็นในอินสตาแกรม ก็ยังนึกเวลาไถผ่าน เขาทำอะไรอย่างนี้ดีจังเนาะ อะไรแบบนี้

คริสได้ถามอุ๊ยกลับว่า มีคนเวลาเจอกับแฟนเก่าแล้วไม่สามารถเป็นเพื่อนกันแบบนี้ได้ อย่างวันนี้ถ้าคริสมีเรื่องอะไรที่คริสรู้ว่าอุ๋ยรู้ ไม่ว่าคริสจะอยู่กับใคร คริสก็จะโทรหาอุ๋ยได้เลยด้วยความแบบใส ๆ เลย หวังดีจริง ๆ ซึ่งทางด้าน อุ๋ย ก็ได้เสริมขึ้นมาว่า ใช่ไม่มีสักนิดมาปนเรื่องชู้สาวเลย

อุ๋ย ก็ตอบว่า ไม่รู้เหมือนกันถ้าลองนั่งพิจารณาดูน่าจะเกิดจาก ความรู้สึกดีที่ให้แบบไม่คาดหวัง เราไม่ได้หวังจะได้อะไรจากเขา ถึงเขาจะมีความสุขกับคนอื่น คำว่ารักคนจะเข้าใจผิดเยอะนะ คนบอกรักเป็นทุกข์ แต่รักสำหรับอุ๋ยมี 2 แบบ รักแบบเมตตา กับ รักแบบตัณหา ตัณหามันคือเรารักเขาเพราะอยากให้เขาทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้เรา ต้องมีความสุขกับเราเท่านั้น อย่ามีความสุขกับคนอื่น

รักแบบเมตตา เหมือนกับแบบฉันอยากให้เธอมีความสุขโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน พอเวลาผ่านไปเลิกกันไปแล้ว ถ้าเรารักเขาแบบเมตตา เห็นเขาได้ดีมีความสุข ทีครอบครัว มีลูก ดีใจด้วยจริง ๆ ถึงความสุขนั้นไม่มีเราอยู่ด้วย แต่เรารู้สึกดีใจกับเขาด้วยจริง ๆ อันนั้นมันเรียกว่า เมตตา แต่ว่าคนเรามีไม่เท่ากัน ถ้าเราเมตตาเขาได้ เราก็ทำอย่างนั้นได้ ถ้าเรายังคิดถึงอดีตอะไรที่เขาทำให้ไม่พอใจ ยังมีความอิจฉาอยู่ มันก็ยากที่จะไปสู่จุดนั้นได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...