โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฮลท์ลีดกางแผนเติบโตปี’65 ชูดาต้าต่อยอดร้านขายยา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ธ.ค. 2564 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2564 เวลา 06.45 น.

เฮลท์ลีดเปิดโรดแมปปี’65 ดึงเทคโนโลยีไอที-ดาต้าเบส ปูพรมขยายสาขาเจาะย่านศักยภาพสูง กทม.ปริมณฑล ชี้ 3 ปี เดินหน้าลุยต่างจังหวัดเขตหัวเมืองใหญ่ พร้อมอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภคเพิ่มสัดส่วนยา อาหารเสริม สินค้าสูงวัย รับเทรนด์ ก่อนต่อยอดวิจัยนวัตกรรมใหม่ดันสินค้ารุกไทย-เทศ ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%

เภสัชกรธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจเชนร้านขายยาภายใต้แบรนด์ไอแคร์ ฟาร์แมกซ์ ไวตามินคลับ และซูเปอร์ดรัก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านขายยามีมูลค่าราว 3.5 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% จากการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย ประกอบกับผลต่อเนื่องของกฎหมายวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมในปี’62 ที่กำหนดให้ทุกร้านต้องมีเภสัชกรประจำร้านและติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทำให้ร้านขายยากว่า 5 พันร้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์ต้องทยอยปิดตัวลง ส่งผลให้คู่แข่งในตลาดลดลง สวนทางกับภาพรวมของตลาดยาที่เติบโตขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าวจึงมีแผนสร้างการเติบโตในปี 2565 โดยได้ปรับโครงสร้างใหม่ ตั้งเฮลท์ลีดเป็นบริษัทโฮลดิ้งเข้าถือหุ้นใน 2 ธุรกิจย่อย ได้แก่ บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำกัด ธุรกิจร้านขายยา อาหารเสริม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ และบริษัท เฮลทิเนส จำกัด ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายสินค้านวัตกรรมแบรนด์ Besuto และอาหารเสริม PRIME

พร้อมดึงเทคโนโลยีไอทีเข้ามาส่งเสริมการทำธุรกิจ ผ่านการนำฐานดาต้าเบสร้านยาจาก 26 สาขา วิเคราะห์อินไซต์ผู้บริโภค วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ยาและเวชภัณฑ์ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อสร้างความได้เปรียบในแง่การบริหารจัดการการจัดซื้อและสต๊อกสินค้ากว่า 1 หมื่นเอสเคยู ให้รับมือดีมานด์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ลดการขาดแคลนยา ตลอดจนตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละสาขาได้อย่างแม่นยำ

โดยเฉพาะการนำดาต้าเบสมาใช้ในการขยายสาขาสร้างการเติบโตของ 4 เชนร้านยาในเครือ คือ ไอแคร์ ฟาร์แมกซ์ ไวตามินคลับ และซูเปอร์ดรัก ปีละ 5-6 สาขา บนพื้นที่ 80-150 ตร.ม. ซึ่งเป็นแผนหลักในปี 2565 ภายใต้งบฯลงทุนราว 60 ล้านบาท ซึ่งจะนำข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าในร้านขายยาในเครือทั้ง 26 สาขา มาประมวลเพื่อเฟ้นหาทำเลศักยภาพที่เหมาะสมแก่การเปิดหน้าร้านใหม่ที่สร้างยอดขายได้สูง

และจากข้อมูลสะท้อนได้ว่ากลุ่มลูกค้าของเฮลท์ลีดจะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นหลัก จึงเริ่มขยายสาขาเจาะพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นหลักก่อน โดยจะกระจายรัศมีของร้านขายยาให้อยู่ห่างกันราว 10 กม.ขึ้นไป ขณะเดียวกันในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะเริ่มขยายตัวไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัดตามเขตหัวเมืองใหญ่ซึ่งเป็นตลาดรอง ๆ ลงมา

โดยหากเป็นไอแคร์จะเน้นย่านตลาดและชุมชน ส่วนฟาร์แมกซ์ใช้เจาะย่านธุรกิจกำลังซื้อสูง ขณะที่ซูเปอร์ดรักเป็นแบรนด์ไฟติ้ง เจาะทำเลซื้อสินค้าปริมาณมาก อาทิ หน้าโรงพยาบาล และไวตามินคลับ ชูความเป็นไลฟ์สไตล์ จับคนรุ่นใหม่ จะอยู่ตามคอมมิวนิตี้มอลล์หรือรีเทลเป็นหลัก

นอกจากนี้ ระบบดาต้าเบสยังใช้สำหรับปรับสัดส่วนสินค้าในร้านขายยา โดยจะเน้นไปในเซ็กเมนต์อุปกรณ์ทางการแพทย์และอาหารเสริมมากขึ้น สอดรับสังคมสูงวัยในอนาคต

ขณะเดียวกันได้นำเทคโนโลยีไอทีมาจัดเก็บข้อมูลฐานสมาชิกให้เป็นสัดส่วนผ่านระบบคลาวด์ เพื่อจดจำพฤติกรรมการซื้อสินค้า และการใช้ยาของผู้บริโภคแต่ละคน นำไปสู่การทำ CRM ที่ตรงใจและสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ในลูกค้าได้ โดยในปี’65 ตั้งเป้าการเพิ่มฐานสมาชิกเพิ่มขึ้น 3-4 หมื่นคน จากปัจจุบันมีอยู่ราว 2 แสนคน

ควบคู่กันนี้ เฮลท์ลีดยังได้นำอินไซต์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันมาใช้สำหรับพัฒนาอาหารเสริมแบรนด์ PRIME ขณะนี้จะเน้นไปที่กลุ่มบำรุงสายตาและสมอง รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนิวนอร์มอลที่ต้องทำงานหนักและเผชิญกับแสงจากคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน พร้อมกับต่อยอดวิจัยนวัตกรรมในช่วงโควิด โดยสร้างเจลล้างมือฆ่าเชื้อโควิดขึ้นภายใต้แบรนด์ Besuto รับเทรนด์การใส่ใจสุขอนามัยที่มากขึ้น และในอนาคตยังเตรียมจับมือกับองค์กรอื่น ๆ เพื่อออกสินค้านวัตกรรมเพิ่มเติม

“เป้าหมายระยะสั้นคือการรักษาการเติบโตมากกว่า 10% ขึ้นไป ส่วนเป้าหมายระยะยาวจะเสริมแกร่งบริษัท โดยเพิ่มโฟกัสการพัฒนาสินค้านวัตกรรม เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ” เภสัชกรธัชพล กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...