โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือกตั้งซ่อมหลักสี่ 4 พรรคสู้ พปชร.ขายลุงตู่ เพื่อไทยเคาะทุกประตูบ้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ธ.ค. 2564 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2564 เวลา 04.18 น.

รายงานพิเศษ

ศึกเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ กทม.แทน “สิระ เจนจาคะ” ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสอยร่วงลงจากเวทีผู้แทนอันทรงเกียรติ เนื่องจากเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกคดีฉ้อโกงเมื่อปี 2538 สะดุดคุณสมบัติ-ลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2560

ผลต่อเนื่องที่ตามมาจากคำวินิจฉัยของคดี “สิระ” อาจเจอ “ดาบสอง” ข้อหารู้อยู่แล้วว่าตัวเองขาดคุณสมบัติแต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถหยิบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไป “ต่อยอด” เอาผิดในคดีอาญาได้

โดยดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 151 ฐานรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแต่ยังลงสมัคร ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

ดาบสาม เรื่องการเรียกเงินคืนตามมาตรา 151 วรรคท้ายระบุว่า ให้ศาลมีคําสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดํารงตําแหน่งดังกล่าวให้แก่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ดาบที่สี่ บ่วงกรรมของ “สิระ” อาจไปกระทบชิ่งผู้ที่เซ็นชื่อรับรองให้ “สิระ” ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562 คือหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐตอนเลือกตั้งปี 2562 นั่นคือ อุตตม สาวนายน ตาม พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 120 ที่ระบุว่า หัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดออกหนังสือรับรองผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกําหนด 5 ปี และพรรคพลังประชารัฐอาจเสี่ยงถูกยุบพรรคอีกด้วย!

เอฟเฟ็กต์ของ “สิระ” กระทบไปหลายต่อหลายทอด และที่สำคัญคือจะต้องมีการเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ใหม่ ผลคะแนนเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ที่ “สิระ” เป็นอันดับหนึ่ง ที่ได้ 33,321 คะแนน เอาชนะสุรชาติ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทย ที่ได้ 30,564 คะแนน เฉือนกันแค่หลักพันคะแนน เพราะมีอันดับ 3 กฤษณุชา สรรเสริญ จากพรรคอนาคตใหม่ มาตัดคะแนน 23,693 คะแนน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ โดย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ได้อันดับ 4 มี 15,102 คะแนน

พลังประชารัฐขายผลงานลุงตู่

เมื่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่อาจจะระเบิดศึกในปี 2565 ช่วงกลางปี ทำให้การเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ กทม.กลายเป็นการโหมโรงศึกเลือกตั้ง กทม.ไปโดยปริยาย

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) “ตัวต้นเรื่อง” แกนนำ-ส.ส.กทม. จับกลุ่มลุ้น “คดีสิระ” จนถึง“นาทีสุดท้าย” ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้อดีต ส.ส.เขต 9 กทม. พปชร.พ้นจากสมาชิกภาพ

ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ชื่อของ “สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ” ที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขต 10-ดอนเมือง พปชร.ถูกส่งมาเป็นหนึ่งใน “มวยแทน” ผู้เป็นสามี

“จักรพันธ์ พรนิมิตร” ส.ส.เขต 10 พลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้าภาค กทม. วิเคราะห์การเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย คือ 1.พรรคการเมืองที่สังกัด 2.นโยบาย 3.ชื่อผู้ถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี

“สำหรับประชาชนใน กทม. การที่ผู้แทนฯ
ได้ออกสื่อได้เห็นในระดับภาพกว้าง 
มีส่วนทำให้คนจำได้ ผู้แทนฯ กทม.ต้องมีสมดุลระหว่างงานในพื้นที่กับงานเชิงนโยบายที่ให้ชาวบ้านเห็นว่าผลักดันอะไรบ้าง”

“การเลือกตั้งเมื่อปี’62 คน กทม.เลือกเพราะคนที่พรรคเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างประชาธิปัตย์กับพลังประชารัฐ คิดว่าการเลือกตั้ง (ทั่วไป) ครั้งหน้าก็ยังเป็นแบบเดิมอีก ยังเชื่อว่าตัวบุคคลที่เสนอเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นปัจจัยในการเลือก ส.ส.กทม.”

ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.ครั้งนี้ “จักรพันธ์” ยังเชื่อว่า 3 ปัจจัยดังกล่าวยังมีผลต่อการตัดสินใจของคน กทม.อยู่ แต่ได้เพิ่ม “ปัจจัยใหม่” คือ “ผลงานของรัฐบาล”

“เรื่องผลงานรัฐบาล ความนิยมของท่านนายกฯ บวกกับนโยบายของพรรคยังสำคัญอยู่ สำคัญพอ ๆ กัน”

“ส่วนตัวผู้ลงสมัครก็ต้องดูคุณสมบัติเบื้องต้น พิจารณาเป็นรายบุคคล เพราะการเลือกตั้งซ่อมคนเห็นชัด ไม่เหมือนการเลือกตั้งทั่วไป เป็นเรื่องของภาพรวมของประเทศ”

“แต่พอเป็นการเลือกตั้งซ่อมเขตใดเขตหนึ่ง เรื่องตัวบุคคลก็จะชัดเจนขึ้นมา ต้องดูคุณสมบัติของตัวบุคคลละเอียดมากขึ้น เช่น การลงพื้นที่ต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะคน กทม.ไม่ได้เลือกที่ตัวคน ดูที่นโยบาย ดูที่ผลงาน”

“กก.บห.พปชร.รายหนึ่ง” เปิดเผยว่า ที่มีข่าวว่านางสรัลรัศมิ์เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หลักสี่ ในการเลือกตั้งครั้งหน้ายังไม่ได้เคา เป็นเพียงบุคคลที่เสนอตัวลง ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าไว้เท่านั้น

ส่วนใครจะลงเขตยังไม่ได้เคาะ เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้าการแบ่งเขตต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว และจำนวน ส.ส.เขต กทม.เพิ่มขึ้น

“เป็นเพียงรับทราบไว้ก่อนว่ามีคนที่แสดงความจำนงกี่คน ยังไม่ได้เคาะเรื่องเขต ยกเว้นเขตที่มี ส.ส.เดิมอยู่แล้ว ส่วนคนที่ไม่ใช่ ส.ส.ยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”

พลังประชารัฐคิดหนัก จะเอานามสกุล “เจนจาคะ” ที่ยัง “เปื้อนมลทิน” คำพิพากษา
ศาลแขวงปทุมวัน-ศาลรัฐธรรมนูญใส่ตะกร้าล้างน้ำให้ “ชาวหลักสี่” เข้าสภาอีกครั้ง

พท.เคาะทุกประตูบ้าน

พรรคเพื่อไทยไม่ต้องคิดให้ปวดหัว เพราะส่งคนเดิม คือ “สุรชาติ เทียนทอง” แชมป์เก่าในการเลือกตั้งปี 2554 แม้ปี 2562 จะพลาดเป็นอันดับ 2 แต่ก็เพราะมีพรรคการเมืองฟากเดียวกันอย่าง “อนาคตใหม่” ไปตัดคะแนน แพ้ “สิระ” อันดับที่หนึ่งไป 2,700 คะแนน ดังนั้น “สุรชาติ” จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

“วิชาญ มีนชัยนันท์” ประธาน ส.ส. กทม. และประธานโซน 3 กทม. ในฐานะผู้รับผิดชอบตรงในการเลือกตั้งเขตดอนเมือง สายไหม บางเขน บึงกุ่ม คันนายาว มีนบุรี คันนายาว และบางกะปิ เปิดเผยยุทธศาสตร์การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ว่าจะเน้นการพบปะประชาชนในพื้นที่แบบ “เคาะประตู” ทุกบ้าน

เนื่องจากการเลือกตั้งซ่อมไม่เหมือนการเลือกตั้งทั่วไป อีกทั้งเราเป็น “ฝ่ายค้าน” จึงต้องเสนอการทำงานของฝ่ายค้าน เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาประชาชนเพื่อนำไปบอกต่อในสภา

อีกทั้งจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในสภา เพราะรัฐบาลปัจจุบันบริหารงานอะไรแปลก ๆ

แม้เป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้ขายผลงานแบบฝ่ายรัฐบาล แต่ “วิชาญ” เชื่อว่า “สุรชาติ” มีโอกาสชนะ โดยยกตัวอย่างการเลือกตั้งซ่อมในยุคพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เวลาเลือกตั้งซ่อมคนก็เลือกพรรคประชาธิปัตย์เพื่อไปตรวจสอบการทำงานพรรคเพื่อไทยอันนี้ก็เช่นเดียวกัน

ส่วนเรื่องพรรคพลังประชารัฐอาจส่ง“สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ” ภรรยาสิระลงแทนนั้น “วิชาญ” ประเมินว่า ภรรยาไม่ใช่ตัวนายสิระ และไมได้ถ่ายเลือดเป็นนายสิระ เวลานายสิระลงพื้นที่ภรรยาไม่ได้ตามไปด้วย ขณะที่นายสุรชาติเกาะติดพื้นที่ตลอดจึงคิดว่าไม่มีผลกระทบอะไร

ประชาธิปัตย์ แพ้ไม่ได้

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ชื่อ “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เจ้าของฉายา “มือปราบหูดำ” อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 9 กทม. “นอนมา”

“ผู้การแต้ม” ถูก “วางตัว” ให้เป็นว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขต 10 ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ปัจจุบันแม้มีสถานะ “ส.ส.สอบตก” แต่ยังเกาะติด-ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง “ควงคู่” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค-รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ “แถลงผลงาน”

“แกนนำพรรคประชาธิปัตย์” รายหนึ่งกล่าวว่า ระยะเวลาในการหาเสียงสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.มีไม่มากเพียง 45 วัน ปชป.จะระดมบุคลากรของพรรคที่มีชื่อเสียงมาช่วยหาเสียง บวกกับความนิยมส่วนตัวของ พล.ต.ต.วิชัยเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว การมีระยะเวลาหาเสียงเพียงสั้น ๆ จึงไม่ใช่อุปสรรค

ส่วนความพ่ายแพ้สนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช-ปิดตำนาน “บ้านใหญ่เสนพงศ์” ที่ยังเป็น “แผลสด” จะไม่ทำให้ประชาธิปัตย์ต้อง “อกหักซ้ำสอง” เพราะปัจจัยภายนอกทั้งกระสุน-กระแสของพรรคคู่แข่ง

“การเลือกตั้ง ส.ส.เขต 9 กทม.รอบที่แล้ว ประชาธิปัตย์ไม่ได้แพ้เพราะตัวบุคคล แต่แพ้เพราะกระแสคะแนนของประชาธิปัตย์ถูกแบ่งไปยังพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่พรรคเพื่อไทยคะแนนนิ่งเป็นกอบเป็นกำ”

“การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.รอบนี้ ประชาธิปัตย์จึงแพ้ไม่ได้” แกนนำพรรคประชาธิปัตย์รายเดิมระบุ

ทว่า การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 กทม. ระหว่างพลังประชารัฐกับประชาธิปัตย์ “หนีไม่ออก” ที่จะ “ตัดแต้มกันเอง”

ก้าวไกล ส่ง เพชร กรุณพล

ด้านพรรคก้าวไกลเปลี่ยนตัวผู้สมัคร จากคนเก่า “กฤษณุชา สรรเสริญ” ที่เคยได้อันดับ 3 ในการเลือกตั้งปี 2562 ดึงนักแสดง “กรุณพล เทียนสุวรรณ” มาเป็นตัวเลือกใหม่ให้กับชาวหลักสี่ เพราะนอกจากเขาจะฝากฝีมือการแสดงบนจอแก้ว ยังออกมาวิจารณ์การเมือง ปรากฏตัวให้กำลังใจม็อบราษฎรด้วย

นอกจากนี้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ฉายภาพสิ่งที่จะไปขายในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ชาวหลักสี่ต้องเจอเรื่อง SMEs ในพื้นที่ ซึ่งได้รับรายงานว่าได้รับผลกระทบอยู่เป็นเวลานานพอสมควร จะต้องให้ว่าที่ผู้สมัครเสนอสิ่งที่คิดว่าสำคัญในพื้นที่ จุดอะไรที่เขาอยากจะขาย จะเป็นจุดตัดสินว่าใครจะได้ลงสมัครในนามพรรคก้าวไกล

กล้าทุ่มสุดตัว “ส.ส.คนแรก”

อีกพรรคการเมืองน้องใหม่ที่น่าจับตา-ประมาทไม่ได้ คือ “พรรคกล้า” ของ “กรณ์ จาติกวณิช” หัวหน้าพรรค โดยมีรายงานว่า พรรคกล้า “ทุ่มสุดตัว” เตรียมส่ง “เอ๋” อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 9 กทม. ประเดิม (ว่าที่) ส.ส.คนแรกของพรรค

การเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ครั้งนี้ พลาด…ไม่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...