โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 1 ผ่านฟ้าเปลี่ยวสุด พญาไทมีโขลงช้าง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ธ.ค. 2568 เวลา 00.13 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2568 เวลา 00.10 น.
บริเวณ “ผ่านฟ้า” ช่วงปลายรัชกาลที่ 4

กรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 1 ผ่านฟ้าเปลี่ยวสุด พญาไทมีโขลงช้าง

ผ่านฟ้า วันนี้เป็นแหล่งชุมชน ที่มีวัดวาอาราม, หน่วยงานราชการ, บ้านเรือนประชาชน, ร้านอาหารเจ้าอร่อย ฯลฯ และรถติด แต่ย้อนไปนับตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ขึ้นไป ผ่านฟ้า เป็นย่านหนึ่งของ กรุงเทพฯ ที่เรียกว่า “เปลี่ยว”

ที่ว่า “เปลี่ยว” นั้นเปลี่ยวขนาดไหนมาดูกัน

สมัยรัชกาลที่ 5 ยังไม่ได้สร้างถนนราชดำเนิน และยังไม่มีสะพานผ่านฟ้าลีลาศที่จะข้ามคลองบางลำภูหรือคลองรอบกรุง ด้านในกำแพงพระนครใกล้ๆ กับป้อมมหากาฬ มีบ้านเรือนประชาชนอยู่เพียงไม่กี่หลังคาเรือน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นร่องสวน ส่วนด้านนอกกำแพงก็ยิ่งเปลี่ยวหนักเข้าไปอีก มีสภาพไม่ต่างกับชนบท มีบ้านเพียงไม่กี่หลังบริเวณริมคลองตรงข้ามกับป้อมมหากาฬ

ถ้าถอยกลับไปสมัยรัชกาลที่ 1 ผ่านฟ้าไม่ใช่แค่เปลี่ยวธรรมดา แต่ต้องเรียกว่าเปลี่ยวสุดๆๆ

สมัยรัชกาลที่ 1 กำแพงพระนคร, คลองรอบกรุง อย่างคลองโอ่งอ่าง คลองบางลำพู รวมถึงคลองมหานาค เพิ่งจะสร้างและขุด บริเวณนี้จึงมีแต่ป้อมกำแพงพระนครอย่างเดียวที่ตั้งอยู่ แม้แต่วัดสระเกศก็ยังไม่มีพระเจดีย์ภูเขาทอง เพิ่งมาสร้างในสมัยหลัง (รัชกาลที่ 3) พื้นที่ห่างจากกำแพงพระนครเพียงไม่ไกลนักมีสภาพเป็นป่าดง เช่น บริเวณทุ่งพญาไทขณะนั้น เป็นดงใหญ่มีสัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่ เช่น โขลงช้าง, ฝูงลิง, หมูป่า, กวาง ฯลฯ

ทว่าด้วยสภาพสังคมขณะนั้นแม้จะ “เปลี่ยว” ขนาดไหนคาดว่าคงยังไม่ถึงขั้นวิ่งราวชิงทรัพย์ แต่ก็มีเหตุระทึกขวัญ อย่าง “จระเข้คาบคน”

จระเข้คาบคนที่ย่านผ่านฟ้า กรุงเทพฯ

คนที่ถูกจระเข้คาบไปคือ นายทองอยู่ บุตรชายคนโตของพระยาพิทักษ์สาลี ขุนนางวังหน้า (ขณะนั้นรัชกาลที่ 2 ทรงเป็นวังหน้า) มีบ้านอยู่ที่บ้านสนามควาย ตำบลคลองบางลำภู (บริเวณสะพานมหาดไทยอุทิศปัจจุบัน) ซึ่งใน “ประวัติตระกูล 3 ตระกูล” บันทึกว่า

“พระยาพิทักษ์สาลีได้นำนายทองอยู่ถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ทรงโปรดปรานให้ฝึกหัดเป็นตัวพระราม พออายุครบอุปสมบทก็ทูลลาอุปสมบทแล้วมาจัดการบ้านเรือน และปลูกปะรำดาผ้ากว่าจะแล้วเสร็จเป็นเวลา 5 ทุ่มเศษ ก็ชวนบ่าวไพร่ที่ช่วยทำงานลงอาบน้ำที่ท่าบ้าน ทันใดนั้นจระเข้ก็คาบเอานายทองอยู่ไป**

พวกบ่าวที่ลงอาบน้ำกับนายทองอยู่…มาเรียนพระยาพิทักษ์ๆ ก็รีบนำความกราบบังคมทูลพระเลิศหล้าฯ ก็ดำรัสสั่งให้ปิดปากคลองบางลำภูเร็ว ถ้าได้ความประการใด ก็ให้มารายงานได้ทุกเวลา

ขณะเมื่อจระเข้คาบนายทองอยู่ไปนั้น นายทองอยู่ได้จับขี้หมามันบิดและบีบแน่น คิดถึงการบวชและภาวนาพระอรหังเป็นที่พึ่ง มันก็ว่ายทู่ตามผิวน้ำจมไม่ลง พอไปถึงหน้าวัดบางลำภู มันก็วาง [นายทองอยู่]ลงที่ชายเลน พอ [นายทองอยู่]ขยับจะหนีมันๆ ก็เข้าคาบไว้อีก จึงทำนิ่งไม่กระตุกกระติก มันก็วางไว้ดั่งก่อน แล้วมันก็ถอยห่างออกไปประมาณวาเศษ [นายทองอยู่] เสือกตัวถีบขึ้นตลิ่งได้ ประมาณ 6 ทุ่มเศษ [เที่ยงคืนเศษ]ต้องเดินเปลือยกายมาแต่หน้าวัดบางลำภูจนถึงบ้าน

เมื่อพระยาพิทักษ์สาลีกลับจากการปิดคลองบางลำภูถึงบ้าน เห็นหมดหวัง พอจะเข้าเรือนนอน จึงให้สาวใช้ไปปิดประตูนอกชาน ทันใดนั้นสาวใช้ก็ตกใจวุ้ยว้าย ร้องบอกว่า ปีศาจพ่อทองอยู่มายืนนิ่งอยู่นี่แน่เจ้าข้า ทันใดนั้น พระยาพิทักษ์ก็ออกไปดู เห็นลูกก็เข้าประคองกอดพาขึ้นเรือน ล้างโคลนเลนเลือดฝาด แล้วก็เอาผ้าขาวผูกพันบาดแผลไว้ ก็รีบเข้าไปกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ จึงดำรัสสั่งแพทย์ที่อยู่เวรให้รีบไปช่วยรักษาโดยเร็ว แก้ไขให้พูดได้จะได้รู้เรื่องกัน…

หมอก็จัดการทำบาดแผล ใส่น้ำมัน ผูกพันผ้าไว้เรียบร้อยแล้ว เวลา 9 ทุ่มเศษ [ตี 3 เศษ]ก็พอพูดได้บ้างเล็กน้อย พอรุ่งเช้า ก็เล่าเรื่องจระเข้คาบพาไปได้ดี พระยาพิทักษ์ต้องไปกราบบังคมทูลรายการ ให้ทรงทราบเสมอ ประมาณเดือนเศษ แผลก็หายเป็นปรกติ ก็เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลลาอุปสมบทอีก

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทาน เงิน 4 ชั่ง ผ้า 4 สำรับ ดำรัสว่าเงินนั้นช่วยบวชเป็นการบุญ ส่วนผ้านั้นให้เอาไว้ใช้เมื่อลาสิกขาบท แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานนามให้ใหม่ ให้ชื่อนายสมบูรณ์ อ้ายทองอยู่นั้น จระเข้มันกล้องเจ้าปางตาย ดำรัสเท่านั้นแล้วก็คืนเข้าข้างใน ก็กลับบ้านจัดการอุปสมบท ณ ที่วัดสระเกศข้างบ้านนั้นเอง”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เทพชู ทับทอง. กรุงเทพฯ แห่งความหลัง, ห้างหุ้นส่วนจำกัด อักษรบัณฑิต, ไม่ระบุปีที่พิมพ์

ประวัติตระกูล 3 ตระกูล และลิลิตสกุณชาดก พิมพ์ในการฌาปนกิจศพ ท่านฟุ้ง ฤทธาคนี ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 29 มกราคม 2502

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 มกราคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 1 ผ่านฟ้าเปลี่ยวสุด พญาไทมีโขลงช้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...