ศาลพิพากษาจำคุก "ขุน ชานนท์" 1 เดือน ปรับ 4 พันบาท แต่ไม่เคยกระทำผิดมาก่อน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี
ศาลพิพากษาจำคุก “ขุน ชานนท์” ในคดีขับรถชนผู้ช่วยพยาบาล โดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที เป็นเวลา 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท แต่ไม่เคยกระทำผิดมาก่อน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี
วันนี้ (3 พ.ค.) ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.1413/2565 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีศาลแขวง 2 โจทก์ยื่นฟ้องนายชานนท์ หรือขุน อักขระชาตะ จำเลย ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โดยภายหลังจากที่อัยการยื่นฟ้องแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 78, 160 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท
ขณะที่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56
โดย ขุน ชานนท์ เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้นัดหมาย เพื่อนำตัวส่งฟ้องต่อศาล ในคดีขับรถเฉี่ยวชน แล้วไม่แจ้งเจ้าพนักงาน ส่วนตัวแล้วไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เพราะยอมรับผิดในสิ่งที่ทำลงไปและได้มีการพูดคุยเจรจาจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้เสียหาย รวม 30,000 บาทเรียบร้อยแล้ว
"ตอนนี้อาการของน้องติ๊กก็ดีขึ้นและรับปากว่าถ้าน้องเดือดร้อนหรือมีอะไรให้ช่วยก็พร้อมช่วยเหลือในทุกๆ เรื่อง ยืนยันวันเกิดเหตุไม่ได้มีอาการเมาสุรา แต่หลังเกิดเหตุต้องรีบเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัด จึงไม่ได้ ไปพบตำรวจในวันเกิดเหตุประกอบกับสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดีจึงไม่สามารถติดต่อกับผู้เสียหายได้ จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน ส่วนเรื่องเงินที่เจรจาต่อรองกันนั้น ต้องขอโทษสังคม และ ผู้เสียหายด้วย เพราะความปากไวพูดโดยไม่คิด"
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ “ขุน ชานนท์” ถูกแจ้งข้อหา คือ 1.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย 2.ใบอนุญาตขาดต่ออายุ 3.รถไม่เสียภาษี 4.ไม่ทำ พ.ร.บ.คุ้มครองบุคคลที่ 3 ทั้ง 4 ข้อหานี้ รวมเปรียบเทียบปรับเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท ซึ่งดำเนินการเปรียบเทียบปรับไปแล้วเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา และมีการโอนเงินจำนวน 30,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวและซ่อมรถจักรยานยนต์ให้แล้ว ตามที่ผู้เสียหายร้องขอ แต่ในข้อหาที่ส่งฟ้องวันนี้ เป็นข้อหาเกินอำนาจของพนักงานสอบสวนในการสั่งปรับ พนักงานสอบสวนจึงต้องนำตัวส่งฟ้องต่อศาลตามขั้นตอนทางกฎหมาย