ของขึ้น ! กันจอมพลัง เดือดดาลด่ากราดแฟนใหม่ยาย เอาหนังสติ๊กจ่อตาหลานสาวจนตาบอด
ของขึ้น! กันจอมพลัง เดือดดาลด่ากราดแฟนใหม่ยาย เอาหนังสติ๊กจ่อตาหลานสาวจนตาบอด ยังมีหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง บอกไม่ได้ตั้งใตั้งใจ!
จากกรณีกันจอมพลังช่วยสู้ ออกมาโพสต์แชร์เรื่องราวของเด็กหญิงวัย11 ปีถูกแฟนใหม่ของยาย กระทำอนาจารจนไปฟ้องแม่เมื่อแม่ตามไปเอาเรื่องแฟนใหม่ยาย ข่มขู่คุกคามนำหนังสติ๊กมายิงตาเด็กจนตาบอด ทางด้านยายก็เข้ามาขู่แม่ให้ถอนแจ้งความ เข้าข้างสามีใหม่!
วันนี้(24 มิถุนายน)กัน จอมพลัง และทีมงาน ได้เดินทางมายัง สภ.พนมดงรัก ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พร้อมกับเด็กหญิง วัย11 ปี เหยื่อผู้เคราะห์ราย และมารดาชาวเมียนมา วัย28 ปี โดยระหว่างมีการซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ด้านล่างหน้า สภ.พนมดงรัก ระหว่างนั้น นายสุที อายุ32 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นสามีใหม่ของนางแก้ว ยายของเด็กหญิง ได้ขี่รถจักรยานยนต์ซาเล้งพ่วงข้าง มาพร้อมกับเพื่อนชายคนสนิทชาวเมียนมา คนที่เคยพากันไปข่มขู่แม่เด็กหลังก่อเหตุ
เมื่อมาถึง สภ.พนมดงรัก ได้ชี้ไม้ชี้มือมาทางสองแม่ลูกที่กำลังยืนคุยกับกัน จอมพลังอยู่ ระหว่างนั้น กัน จอมพลัง ไม่พอใจหลังทราบว่าผู้ก่อเหตุกล้าตามมาถึงที่ ทำให้ กัน จอมพลัง ไม่รอช้า ได้เดินปรี่เข้าไปหา พร้อมกับด่านายสุที และเพื่อนของนายสุที ด้วยถ้อยคำที่ไม่พอใจ ที่ทั้ง2 คน มีพฤติกรรมท้าทาย ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองไทย ทั้งที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทย และโกรธอย่างรุนแรงที่ทำให้เด็กหญิงอายุ11 ขวบ ต้องตาบอด
ซึ่ง นายสุที ผู้ก่อเหตุพยายามแก้ตัวว่าไม่ได้ชี้หน้า และไม่ได้ตั้งใจใช้หนังสติ๊กยิงตาเด็กหญิง เป็นเพียงลูกหลง ซึ่งกันจอมพลัง พยายามซักถามว่าทำไม่ต้องทำร้ายเด็กและผู้หหญิงทั้งที่มาอาศัยในประเทศไทย จากนั้นกัน จอมพลัง ได้เดินขึ้น สภ.พนมดงรัก เพื่อเข้าพบกับ พ.ต.อ.นพดล พินิจอักษร ผกก.สภ.พนมดงรัก พร้อมสอบถามความคืบหน้าของคดี ซึ่ง ผกก.สภ.พนมดงรัก ให้คำตอบว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการดำเนินคดีกับนางแก้วและนายสุทีไปแล้วในหลายข้อหา โดยเฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส
และตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ตำรวจได้ไประงับเหตุ และจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีทันที ส่วนเด็กหญิงได้มีการส่งตัวไปรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ที่ กทม. และได้มีการผ่าตัดแก้วตาด้านขวา1 ข้าง ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลยืนยันจากทางแพทย์ในวันที่11 ก.ค. 67 ว่าตาบอดหรือไม่ ส่วนนางแก้วหลังจากก่อเหตุเมื่อวันที่15 พ.ค.67 และได้ถูกดำเนินคดี ตำรวจได้ปล่อยตัวกลับไป ระหว่างรอดำเนินคดีตามกรอบกฎหมาย แต่นางแก้ว กลับไปข่มขู่แม่ของเด็กหญิงเคราะห์ร้าย เป็นการทำผิดเงื่อนไข ตำรวจจึงได้ใช้อำนาจตามกฎหมายไปจับกุมและควบคุมตัวไปฝากขัง เพราะมีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้เสียหาย ส่วนนายสุที ยังไม่ได้ถูกคุมตัว เพราะอยู่ระหว่างดำเนินคดี และยังไม่มีพฤติการณ์ข่มขู่และไม่ได้หลบหนี
ด้าน แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า ตนเองเช่าบ้านพัก อยู่ในหมู่บ้านหัวอ่าง ต.บักได อ.พนมดงรัก ส่วนแม่และสามีใหม่ เช่าอยู่ที่หมู่บ้านอำปึล ต.บักได อ.พนมดงรัก คนละหมู่บ้าน ก่อนหน้านี้ก็มีปัญหากับแม่เกี่ยวกับเรื่องทำมาหากินค้าขายต่างๆ มาหลายครั้ง และก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวมาบอกว่าสามียายคนใหม่ มาลวนลามจับลูบคลำหน้าอก ตนจึงบอกกับแม่ไป แม่ก็ไม่เชื่อและไม่พอใจ พาสามีใหม่บุกมาทำร้ายตนเองถึงบ้านเช่า ทั้งที่ตนเองก็ปิดล็อกประตูบ้านไว้แล้ว เขาก็กระชากประตู บอกให้ออกมาคุย ตนบอกไม่ออกรอตำรวจมาก่อน เขาก็ดึงกระชากหน้าต่างที่ตนมัดเชือกไว้ และยิงหนังสติ๊กมาโดนโทรศัพท์จนแตก ตนจึงเปิดประตู ก่อนที่แม่จึงกระชากตนและเอาไม้ตี
ส่วนพ่อเลี้ยงก็ยิงหนังสติ๊กใส่หลังของตน ตนจึงบอกให้ลูกถ่ายรูปไว้ พอเขาได้ยิน ก็ยิงหนังสติ๊กใส่ตาลูกสาว เขาตั้งใจยิงใส่ตาเลย ไม่ใช่ลูกหลงอย่างที่เขาอ้าง พอลูกสาวตนเจ็บ เขาก็ไปเอามีดหลังบ้านมาจะแทงตน และได้สู้กันไปมาหลังจากนั้นตำรวจก็มาพอดี เขาก็ยอมรับว่าเป็นคนทำเอง ตำรวจก็จับไป แต่ตนไปแจ้งความอีกวันหลังจากถูกทำร้ายซึ่งตำรวจได้ปล่อยตัวพ่อเลี้ยงไปแล้ว บอกว่าผู้ต้องหาเมาอาละวาด ตนก็ถามว่าปล่อยตัวไปได้ยังไง ลูกสาวก็ตาบอดถูกทำร้ายขนาดนี้ ตำรวจบอกแม่มาช้าเอง
หลังจากนั้น แม่ตนก็มาข่มขู่ บอกว่าอย่าบอกความจริง ให้ถอนแจ้งความ และยายก็ไปบอกที่โรงเรียนว่าเด็กไม่ได้ตาบอดจริง อ้างเหตุผลต่างๆนาๆ หลังจากนั้นก็พาลูกน้องมาหาตนที่บ้าน ให้ถอนแจ้งความ ให้ออกจากที่นี่ ถ้าไม่ทำตามก็จะทำร้ายตนเองอีก และบอกว่าลูกสาวตาบอดยังน้อยไป เขามาข่มขู่ขนาดนี้ ตนจึงไปแจ้งความอีก และแจ้งให้คุณกัน จอมพลัง มาช่วย อยากให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด