'อนุทิน' ชี้อำนาจผู้ว่าฯ พักงาน 'ชาญ' ด้าน พท.ย้ำต้องรอให้ศาลสั่ง ขณะที่ 'พิธา'ทวงเอ็มโอยูสภา 3 เรื่อง
‘อนุทิน’ ชี้อำนาจผู้ว่าฯ พักงาน ‘ชาญ’ ด้าน พท.ย้ำต้องรอให้ศาลสั่ง ขณะที่ ‘พิธา’ทวงเอ็มโอยูสภา 3 เรื่อง
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายชาญ พวงเพ็ชร์ ว่าที่นายก อบจ.ปทุมธานี จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากมีคดีอยู่ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ว่า รับรองว่าตนไม่เสี่ยงแน่นอน ทุกอย่างมีข้อกฎหมาย ในความเป็นส่วนราชการ ต้องทำตามข้อเสนอแนะของเลขาฯ คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้รับรายงานมาในระดับหนึ่ง คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเบื้องต้น คือผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะมีแนวทางในการดำเนินการ มีขั้นตอนอยู่แล้ว และหากผู้ว่าราชการจังหวัด มีข้อสั่งการใดออกมา และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ปฏิบัติตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน และนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มีคำสั่ง หน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีเพียงสั่งปลดอย่างเดียว อย่าไปให้ถึงจุดนั้นเลย เพราะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ขอให้ทุกท่านได้ทำตามกฎหมายให้ได้มากที่สุดจะได้ไม่ต้องใช้มาตรการอะไร
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ไม่รู้สึกหนักใจอะไรแม้จะเป็นคนของพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือต่อให้เป็นพรรคเดียวกันก็แล้วแต่ ทำผิดกฎหมายเพื่อเอื้อพรรคพวกเพื่อนพ้องไม่ได้ เพราะมีโทษทางอาญา คงไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายไม่ได้
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวเรื่องเดียวกันว่า ในความเห็นตนคิดว่าเรื่องที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นเรื่องของมติทั่วไป ซึ่งคนที่พ้นจากตำแหน่งและกลับมามีตำแหน่ง แล้วมีคดีแบบนี้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ นี่คือคดีทั่วไป ส่วนกรณีนายชาญในความเห็นของตน หากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี เมื่อมีคำร้องไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตเพื่อให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องเป็นอำนาจของศาลที่จะออกคำสั่ง ไม่ใช่เป็นเรื่องของใครที่จะสั่ง
“ทั้งนี้ เรื่องไปที่ศาลแล้ว และหากศาลประทับรับฟ้องแล้ว ศาลมีอำนาจทางกฎหมายในการที่จะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งควรจะเป็นไปตามแนวนี้” นายชูศักดิ์กล่าว
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ซึ่งมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระ ที่ประชุมเปิดโอกาสให้ ส.ส.หารือประเด็นปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) หารือว่า ขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส.ส. และพรรคการเมือง ให้ร่วมผลักดันตามที่ได้สัญญาไว้ในบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ที่พวกเรา พรรคการเมืองต่างๆ ทำร่วมกันเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 หรือ 1 ปีที่ผ่านมา อาจไม่ใช่เอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาลที่เราทำได้ไม่สำเร็จ แต่เป็นเอ็มโอยูที่เกี่ยวข้องกับการร่วมเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งประธานสภา และรองประธานสภา 2 คน ที่ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง
นายพิธากล่าวต่อว่า ขอให้ผลักดัน 3 ประเด็นดังนี้ 1.การทำให้รัฐสภาไทยก้าวหน้า โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ และเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง 2.ความคืบหน้านิรโทษกรรมคดีการเมืองเพื่อความยุติธรรมนิติรัฐ นิติธรรมแก้วิกฤตการเมือง และคนไทยที่เห็นต่าง ไม่ต้องติดคุก ไม่ต้องลี้ภัย และ 3.แก้ไขกฎหมายเพื่อปฏิรูปกองทัพ อันได้แก่ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่ ร่าง พ.ร.บ.กฎอัยการศึกและร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งขณะติดอยู่ที่นายกฯ เพราะถูกตีความว่าเป็นกฎหมายการเงิน ทั้งหมดเพื่อปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย และเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘อนุทิน’ ชี้อำนาจผู้ว่าฯ พักงาน ‘ชาญ’ ด้าน พท.ย้ำต้องรอให้ศาลสั่ง ขณะที่ ‘พิธา’ทวงเอ็มโอยูสภา 3 เรื่อง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th