ย้อน Timeline คดี Zipmex ถึงปัจจุบัน
หลังจากศาลอาญา ประกาศคำพิพากษา ยกฟ้อง บริษัท ซิปเม็กซ์ จํากัด และ นายเอกลาภ ยิ้มวิไล อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด ในคดียักยอกฉ้อโกง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ เนื่องจากหลักฐานของโจทก์คือ นายปมุข ศิริอังกุล ที่เป็นผู้ยื่นฟ้องรายแรกในคดีนี้ ยังไม่หนักแน่นเพียงพอในการเอาผิดจำเลย
อย่างไรก็ตาม ทนายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ที่ปรึกษาสำนักกฎหมาย VLA ผู้รับมอบอำนาจผู้เสียหายกลุ่มร่วมสู้ Zipmex ได้ประกาศว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการทวงคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนผู้เสียหายจาก Zipmex เท่านั้น แม้ว่าผลการพิจารณาจะเป็นการยกฟ้อง แต่ก็ไม่ทำให้กลุ่มร่วมสู้ Zipmex เสียกำลังใจ เพราะพยานหลักฐานที่ปรากฏออกมาภายหลังมีความชัดเจนอย่างมาก
โดยจากนี้กลุ่มร่วมสู้ Zipmex จะเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อยื่นฟ้อง บริษัท ซิปเม็กซ์ จํากัด และ นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ทั้งทางแพ่งและอาญา ต่อไป
การเงินธนาคาร จะพาย้อน Timeline ตั้งแต่เกิดปัญหาระงับเพิกถอนสินทรัพย์บนกระดานเทรด ซิปเม็กซ์ จนถึงปัจจุบัน เพื่อเกาะติดเรื่องราวมหากาพย์นี้อย่างใกล้ชิด
20 กรกฎาคม 2565
- หน้าเพจ Zipmex Thailand ประกาศระงับการเพิกถอนสินทรัพย์ทั้งคริปโทเคอร์เรนซี่และเงินสดอย่างฉับพลันในช่วง 18.00 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคม 2565
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) ชี้แจงว่า การประกาศระงับการเพิกถอนสินทรัพย์เกิดจากปัญหาในบริการ ZipUp+ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าในไทยฝากสินทรัพย์ไปยัง Zipmex Global ในประเทศสิงคโปร์ โดยมีสาเหตุมาจากปัญหาทางสภาพคล่องที่เกิดขึ้นจากคู่ค้าทางธุรกิจหลักของ Zipmex Global ได้แก่ Celsius และ Babel โดยมีแผนจะขายบริษัทเพื่อนำเงินมาคืนให้ลูกค้าทั้งหมด
- ลูกค้าไม่สามารถโอนสินทรัพย์ระหว่าง Trade Wallet กับ Z- Wallet ใน ZipUp+ได้
22 กรกฎาคม 2565
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Zipmex Thailand แถลงการณ์ผ่าน Facebook : Zipmex Thailand โดยยืนยันว่าไม่ได้หนีไปอยู่ประเทศดูไบตามข่าวลวงที่ออกมา พร้อมระบุความคืบหน้าของการหาเงินทุนว่า อยู่ระหว่างการหารือกับนักลงทุนหลายราย มีการเจรจาและร่างเอกสารการลงทุนแล้ว
25 กรกฎาคม 2565
- กลุ่มผู้เสียหายจาก ซิปเม็กซ์ จำนวนกว่า 100 คน รวมตัวกันที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B ชั้น 4 โดยมีการลงชื่อยื่นเรื่องร้องเรียนกับตำรวจ เพื่อหาวิธีการและแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดจากความเสียหายครั้งนี้
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Zipmex Thailand ออกมาระบุว่า มีการเซ็นต์ MOU กับผู้ลงทุนใหม่แล้ว เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบวิเคราะห์กิจการเพื่อประเมินมูลค่าก่อนเข้าระดมทุน (Due Diligence)
1 สิงหาคม 2565
- กลุ่มผู้เสียหายจาก ซิปเม็กซ์ รวมตัวกันที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ก.ล.ต. เพื่อยื่นข้อมูล และร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีฝากสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านบริการ ZipUP+ โดยนางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้รับเรื่องจากผู้เสียหาย
- Zipmex Thailand แจงมีเงินฝากคงค้างอยู่กับ Celsius 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Babel Finance 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมยื่นขอพักชำระหนี้ต่อศาลสิงคโปร์
1 กันยายน 2565
- ซิปเม็กซ์ เปิดให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ได้ตามปกติ ทั้ง Trade wallet และ Z wallet พร้อมให้เข้าถึงเหรียญ ZMT ได้
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Zipmex Thailand ได้แถลงการณ์ผ่าน Facebook : Zipmex Thailand ระบุว่า ใกล้ปิดดีลกับนักลงทุนแล้ว คาดว่าสิ้นเดือนกันยายนจะเปิดตัวนักลงทุนใหม่
27 กันยายน 2565
- ซิปเม็กซ์ เพิกถอน 7 สินทรัพย์ ได้แก่ 1. Kyber Network Crystal v2 (KNC) 2. Swipe (SXP) 3. Basic Attention Token (BAT) 4. Synthetix (SNX) 5. The Graph (GRT) 6. 0x (ZRX) 7. Bancor (BNT)
6 ตุลาคม 2565
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด แถลงการณ์ผ่านเพจ Zipmex Thailand ยืนยันว่า ไม่มีแผนปิดกระดานเทรด การระดมทุนยังเป็นไปในทิศทางที่ดี กำลังเตรียมเซ็นสัญญากับนักลงทุน หลังจากนั้นจะมีการจัดทำแผนเสนอโครงสร้างหนี้ โดยผู้ทำแผนปรับโครงสร้างหนี้คือบริษัท KordaMentha
2 พฤศจิกายน 2565
- สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซิปเม็กซ์ อยู่ระหว่างเจรจาขายกิจการให้ V Ventures ซึ่งเป็นธุรกิจเงินร่วมลงทุน (venture capital) ในเครือของบริษัทโท รีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (Thoresen Thai Agencies - TTA)
12 พฤศจิกายน 2565
- สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ ซิปเม็กซ์ จัดทำรายงานสรุปการดำเนินการตามคำสั่งศาลสิงคโปร์ หลังกำหนดการพักชำระหนี้ตามคำสั่งศาลสิงคโปร์ใกล้จะครบระยะเวลาในวันที่ 2 ธันวาคม 2565
21 ธันวาคม 2565
- สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งข้อสังเกตแก่นักลงทุน เกี่ยวกับข้อตกลงส่วนบุคคลภายใต้โครงการ ZipUp+ ของ กลุ่ม Zipmex และขอให้ลูกค้าที่เข้าข่ายเป็นเจ้าหนี้ภายใต้โครงการ ZipUp+ (ลูกค้า) พิจารณาข้อตกลงที่บริษัทเสนอให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเห็นว่าข้อตกลงส่วนบุคคลขาดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญต่อการตัดสินใจของลูกค้า อาทิ
1. ข้อตกลงว่าลูกค้าจะถูกยกเลิกออกจากโครงการ ZipUp+ โดยลูกค้าจะสามารถถอนสินทรัพย์ใน Z Wallet ได้ตามวันและเวลาที่ Zipmex Pte. Ltd. ประกาศเท่านั้น
2. ข้อตกลงให้ถือว่าการปล่อยสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ใน Z Wallet อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ZipUp+ ถือเป็นการชำระหนี้อย่างเต็มจำนวนและถือเป็นอันสิ้นสุด สำหรับสิทธิหรือข้อเรียกร้องใด ๆ ทั้งหมด (ทั้งทางแพ่งและอาญา) ไม่ว่าที่ได้เกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบัน หรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วแต่กรณี อันเป็นผลมาจากการระงับการโอนสินทรัพย์ดังกล่าว
3. ข้อตกลงว่า ซิปเม็กซ์ กลุ่ม Zipmex และกรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงาน ไม่ว่าในประเทศสิงคโปร์หรือประเทศอื่นใด ไม่มีภาระผูกพัน หน้าที่ หรือความรับผิดชอบใด ๆ ต่อลูกค้าภายใต้กฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งภาระผูกพัน หน้าที่ หรือความรับผิดชอบภายใต้สัญญาใด ๆ และการกำหนดให้ลูกค้าเป็นผู้รับผิดในความเสียหายที่ ซิปเม็กซ์ กลุ่ม Zipmex และกรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงานได้รับ อันเกี่ยวข้องกับโครงการ ZipUp+ หรือการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลของ ซิปเม็กซ์ ใน Z Wallet หรือการปล่อยสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ใน Z Wallet หรือการระงับการโอน
29 ธันวาคม 2565
- สำนักงาน ก.ล.ต.แจ้งให้ ซิปเม็กซ์ ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม กรณีการประกอบธุรกิจที่อาจไม่เป็นไปตามใบอนุญาตการประกอบสินทรัพย์ดิจิทัลที่บริษัทได้รับ ตาม พ.ร.ก. ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ ภายในวันที่ 12 มกราคม 2566 เพื่อประกอบการพิจารณา
30 ธันวาคม 2565
- สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อตกลงส่วนบุคคลภายใต้โครงการ ZipUp+ เพิ่มเติม อาทิ เงื่อนไขการมีผลใช้บังคับของข้อตกลงส่วนบุคคล ขอบเขตหรือสิทธิเรียกร้องใด ๆ ทั้งหมดของลูกค้าที่เป็นเจ้าหนี้ และการกำหนดให้ลูกค้ายินยอมชดใช้ในความเสียหาย โดย ก.ล.ต. ได้มีหนังสือแจ้งข้อสังเกต เพื่อให้ ซิปเม็กซ์ นำไปดำเนินการโดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ลูกค้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกันโดยเร็ว รวมทั้งให้ ซิปเม็กซ์ รายงานผลการดำเนินการดังกล่าวต่อ ก.ล.ต. ภายในวันที่ 3 มกราคม 2566 เวลา 16.30 น.
22 กุมภาพันธ์ 2566
- ซิปเม็กซ์ ประกาศความคืบหน้าแผนการจัดการ หลังจากที่ศาลสิงคโปร์อนุมัติขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ออกไปจนถึงวันที่ 2 เมษายน 2566 โดย ซิปเม็กซ์ จัดให้เจ้าหนี้และลูกค้าซึ่งมีสินทรัพย์อยู่ใน Z Wallet ลงคะแนนเสียงในแผนการจัดการเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 เข้าสู่กระบวนการรอผลพิจารณาของผู้จัดการแผนซึ่งได้รับการแต่งตั้ง
24 มีนาคม 2566
- แผนฟื้น ซิปเม็กซ์ สะดุด หลังนักลงทุนผิดนัดชำระเงินงวดล่าสุดจำนวน 1.25 ล้านดอลลาร์ จากดีลซื้อกิจการที่มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ ทำให้ ซิปเม็กซ์ ต้องระงับการจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานในบริษัท Zipmex Technology Co.
- ราคาเหรียญ ZMT ซึ่งเป็นเหรียญประจำกระดาน ซิปเม็กซ์ ราคาร่วงรุนแรงกว่า 60% ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.3-1.7 บาท ต่อ 1 ZMT
- บริษัท ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย โพสข้อความผ่านหน้าเพจว่า บริษัทยังเปิดให้บริการตามปกติ
[caption id="attachment_115765" align="aligncenter" width="1024"]
ภาพผู้เสียหาย คดี ซิปเม็กซ์ รวมตัวกันที่ ศาลอาญา 2 ก.ค. 67[/caption]
27 มีนาคม 2566
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงแพลตฟอร์มของ ซิปเม็กซ์ ยังเปิดให้บริการตามปกติ ไม่มีแผนที่จะปิดตัว และจะหาทางเจรจากับนักลงทุนต่อไป
- สำนักงาน ก.ล.ต. มีหนังสือแจ้งให้ ซิปเม็กซ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีนักลงทุนไม่ชำระเงินเพิ่มทุนตามสัญญา รวมทั้งแนวทางการดำเนินการต่อไปของบริษัท ภายในวันที่ 29 มีนาคม 2566 พร้อมกำชับให้เปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุน
24 เมษายน 2566
- สำนักงาน ก.ล.ต. สั่งปรับ เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด 7 ข้อหา และบริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด 6 ข้อหา ตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล รวมเป็นเงิน 10,977,000 บาท
9 พฤษภาคม 2566
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศลาออกจากบริษัทซิปเม็กซ์ เอเชีย พีทีอี จำกัด (Zipmex ASIA PTE. LTD.) หรือ ซิปเม็กซ์ สิงคโปร์ โดยให้เหตุผลว่าทำเพื่อลดความขัดแย้ง ยืนยันยังเป็นกรรมการที่ ซิปเม็กซ์ Thailand เหมือนเดิม
17 พฤษภาคม 2566
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับว่าดีลเพิ่มทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ถูกยกเลิกแล้ว อยู่ระหว่างหารือกับนักลงทุนรายใหม่ 2-3 ราย
3 ตุลาคม 2566
- สำนักงาน ก.ล.ต. แถลงการดำเนินคดี ซิปเม็กซ์ มีความคืบหน้าหลังสอบปากคำผู้เสียหายมากกว่า 400 ราย
12 ตุลาคม 2566
- ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย ยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อรองรับการเพิ่มทุนจากผู้ร่วมทุนรายใหม่
9 พฤศจิกายน 2566
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ลาออกจากตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
14 พฤศจิกายน 2566
- สำนักงาน ก.ล.ต. สั่งให้ ซิปเม็กซ์ Thailand แต่งตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คนใหม่ ภายใน 30 วัน
25 พฤศจิกายน 2566
- สำนักงาน ก.ล.ต. สั่งให้ ซิปเม็กซ์ แก้ไขสถานะเงินกองทุน ให้ลูกค้าถอน/โอนทรัพย์สินเงินบาท-สินทรัพย์ดิจิทัล ในกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ ซิปเม็กซ์ ต้องระงับการประกอบธุรกิจทุกประเภท จนกว่าจะดำรงเงินกองทุนได้ และได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ
- ซิปเม็กซ์ ประกาศระงับเทรดคริปโทฯ-ฝากสินทรัพย์ทุกประเภท โดยลูกค้าจะสามารถถอนเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ใน Trade Wallet ผ่านทางหน้าเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือได้ตามปกติจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2567 หลังจากนั้นต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ ใช้เวลา 7-14 วัน
[caption id="attachment_115766" align="aligncenter" width="1024"]
ภาพผู้เสียหาย คดี ซิปเม็กซ์ รวมตัวกันที่ ศาลอาญา 2 ก.ค. 67[/caption]
1 ธันวาคม 2566
- เอกลาภ ยิ้มวิไล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย ปฏิเสธ กรณีถูกพาดพิงเรื่องการมีธรรมาภิบาลในบริษัท โดยระบุว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ และไม่ใช่บุคคลที่เป็นผู้บริหารซึ่งถูกพาดพิงตามกระแสข่าว พร้อมชี้แจงว่าเป็นกระบวนการบริหารจัดการภายในของ บริษัท ซิปเม็กซ์ ในประเทศสิงค์โปร์ ที่เป็นปัญหา
8 ธันวาคม 2566
- ซิปเม็กซ์ แจ้งกับสำนักงาน ก.ล.ต. ว่า ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ตามหลักเกณฑ์กำหนด
- สำนักงาน ก.ล.ต. พบว่า ซิปเม็กซ์ ไม่มีความพร้อมด้านบุคลากร จึงได้มีหนังสือเพื่อให้บริษัทฯ ชี้แจงเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.66 แต่ ซิปเม็กซ์ ไม่ได้มีหนังสือชี้แจงกลับมาที่สำนักงาน ก.ล.ต. นอกจากนี้ยังพบประเด็นพิจารณาในเรื่องการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกค้าเพิ่มเติม
13 มกราคม 2567
- คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ ซิปเม็กซ์ แก้ไขฐานะการเงินพร้อมรายงานต่อสำนักงานภายใน 15 วัน
2 กุมภาพันธ์ 2567
- คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ ซิปเม็กซ์ ระงับให้บริการศูนย์ซื้อขาย-นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราว เพราะยังไม่สามารถแก้ไขฐานะการเงินและการดำเนินงานที่บกพร่องได้ตามการสั่งการ
8 กุมภาพันธ์ 2567
- สำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวโทษ "เอกลาภ ยิ้มวิไล" อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย จำกัด ต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีการทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน และโดยการหลอกลวงนั้นทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชน รวมทั้งกรณีกระทำหรือยินยอมให้กระทำการลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของ ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย เพื่อลวงบุคคลใด
23 กุมภาพันธ์ 2567
- คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้เสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ Zipmex ประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลาที่บริษัทยังไม่เลิกกิจการ ให้บริษัทระงับการประกอบธุรกิจต่อไป และโอนทรัพย์สินคืนลูกค้าหรือตามคำสั่งของลูกค้า หากลูกค้าไม่มารับคืนให้บริษัทฝากทรัพย์สินไว้ในระบบที่มีความมั่นคงปลอดภัย เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของลูกค้า
7 มีนาคม 2567
- สำนักงาน ก.ล.ต.เตือนลูกค้า ซิปเม็กซ์ รีบติดต่อขอรับสินทรัพย์ที่ฝากไว้ใน Trade Wallet ภายใน 11 มี.ค.67
10 มิถุนายน 2567
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีคำสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของ ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เนื่องจากมีฐานะทางการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ลูกค้าและโครงสร้างการบริหารจัดการ
2 กรกฎาคม 2567
- ศาลอาญา สั่ง ยกฟ้อง ซิปเม็กซ์ - เอกลาภ ยิ้มวิไล คดียักยอกฉ้อโกง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ เนื่องจากหลักฐานของโจทก์คือ นายปมุข ศิริอังกุล ที่เป็นผู้ยื่นฟ้องรายแรกในคดีนี้ ยังไม่หนักแน่นเพียงพอในการเอาผิดจำเลย
- กลุ่มร่วมสู้ Zipmex ซึ่งประกอบด้วยประชาชนนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 400 ราย ความเสียหายรวมกันกว่า 1,400 ล้านบาท ประกาศเตรียมฟ้อง ซิปเม็กซ์ - เอกลาภ ยิ้มวิไล ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา โดยจะรวบรวมหลักฐานที่ปรากฏมาตั้งแต่ช่วงปี 2566-2567 เพื่อเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลในลำดับถัดไป