โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิถีของเต่าสอนอะไรให้กับชีวิต ท่ามกลางความเร่งรีบในปัจจุบัน

Environman

เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 12.00 น.

#IMPORTANTDAY ‘วันเต่าโลก’ เต่าสอนเราเรื่องการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง? ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เร่งรีบจรทำให้หลายคน ‘เหนื่อยล้า’ ถ้าอย่างงั้น มาลองเป็นเต่าดูสัก 2-3 วันไหม? สิ่งมีชีวิตที่ดูเชื่องช้าเหล่านี้มีเคล็ดลับที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทึ่งในการมีชีวิตที่ยืนยาว

เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ‘โจนาธาร’ เต่ายักษ์แห่งเกาะกาลาปากอสเพิ่งฉลองวันเกิดปีที่ 191 ไป กลายเป็นสิ่งมีชีวิตบนบกที่แก่ที่สุดเท่าที่นักวิทยาศาสตร์รู้ ตัวเลขดังกล่าวสร้างฉงนให้กับใครหลายคนว่าสิ่งมีชีวิตใดบ้างจะอายุยืนได้เท่านี้ ซึ่งเต่าคือหนึ่งในนั้น บางตัวมีอายุยืนถึง 150 ปีไปจนถึง 170 ปี

สิ่งมีชีวิตประเภทนี้โผล่ขึ้นมาบนโลกเมื่อ 230 ล้านปีก่อน พวกมันรอดจากดาวเคราะห์และเหตุการณ์อื่น ๆ ที่กวาดล้างไดโนเสาร์ ทว่าสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มนี้ก็ค่อย ๆ กระจายไปในทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกาอย่างไม่โดดเด่น พวกมันไปทั้งบนบกและใต้น้ำ ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ทุกระบบนิเวศมักจะมีเต่าสอดแทรกอยู่เสมอ

#เต่าตัวแรกของโลก

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตที่คาดว่าน่าจะเป็นเต่าในช่วง 230 ล้านปีก่อน ซึ่งอยู่ในช่วงยุคไทรแอสซิก มันโผล่ขึ้นมาในช่วงเวลาดังกล่าว โดยไม่มีอยู่ในช่วงก่อนหน้า ทำให้คาดการณ์กันว่าน่าจะเป็นจุดกำเนิดของเต่าจริง ๆ

แต่พวกมันวิวัฒนาการขึ้นมาอย่างไรนั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ บางก็ว่าเต่ามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับกิ้งก่าและงู ขณะที่บางคนเชื่อว่าจริง ๆ แล้วเต่าควรถูกวางไว้ในกลุ่มที่ชื่อว่า ‘อาร์โคซอร์’ (archosaurs) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ประกอบไปด้วยจระเข้ เทอโรซอร์ ไดโนเสาร์ และนก

“เรายังไม่เห็นชัดเจนว่าพวกเขาอยู่ตรงจุดไหนในลำดับวงศ์ตระกูล” ดร. Terri Cleary จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ลอนดอน กล่าว “พวกมันอาจมาจากสัตว์เลื้อยคลานบางชนิดที่ค่อย ๆ ขยายซี่โครงออกจนกลายเป็นกระดองของมัน แต่เราก็ไม่มีฟอสซิลในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ให้ข้อมูลได้มากนัก”

เต่ารอดชีวิตจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในช่วงปลายยุคไทรแอสซิก ซึ่งคร่าสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก และนำไปสู่ยุคของไดโนเสาร์ ซึ่งในตอนนั้นเต่ายังคงมีความหลากหลายที่ต่ำอยู่(ตามหลักฐานทางฟอสซิล) แต่แล้วเมื่อราว 145 ล้านปีก่อน จำนวนชนิดพันธุ์ต่าง ๆ ของเต่ากลับเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

ทำให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ยังคงอยู่มาจนถึงเหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยชนโลก ที่กวาดล้างไดโนเสาร์และสัตว์อื่น ๆ จำนวนมาก แต่เต่ากลับรอดชีวิต ไม่เพียงเท่านั้นมันยังเพิ่มความหลากหลายมากขึ้นไปอีก

“เต่าบางสายพันธุ์สูญพันธุ์ไปในเวลานี้ แต่ก็มีอีกหลายสายพันธุ์ (ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้วในปัจจุบัน) ที่เพิ่มจำนวนชนิดได้ดีมากเมื่อเทียบกับกลุ่มอย่างไดโนเสาร์หรือกิ่งก่า” ดร. Cleary กล่าว “ในอีก 5 ล้านปีต่อไป จำนวนเต่าก็เพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุดอย่างมาก”

ดังนั้นมันต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกมันมีชีวิตรอดจากดาวเคราะห์น้อยและภัยพิบัติอื่น ๆ แต่สิ่งนั้นคืออะไร?

#เคล็ดลับที่ไม่ลับ

นักวิทยาศาสตร์บางคนกล่าวว่า ‘ความช้า’ ที่ไม่มีใครเทียบได้ของมันในกลุ่มสัตว์ขนาดใหญ่นั้นทำให้พวกมันมีชีวิตที่ยืนยาว ช้าในที่นี้ไม่ได้ช้าแค่เพียงการขยับตัว แต่ช้าไปจนถึงระบบภายในร่างกาย พูดง่าย ๆ ว่าพวกมันแก่ช้ามาก

“การแก่ชราช้าหมายความว่า หากโอกาสเสียชีวิตของสัตว์ใน 1 ปีคือร้อยละ 1 เมื่ออายุ 10 ปี และถ้ามันมีชีวิตอยู่ถึง 100 ปี โอกาสที่จะตาย(ในหนึ่งปี)ก็จะยังคงอยู่ที่ร้อยละ 1” ศาสตราจารย์ David Miller นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกว่า 77 สายพันธุ์ กล่าว

“ในทางตรงกันข้าม สำหรับผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาแล้ว ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตใน 1 ปีคือประมาณ 1 ใน 2,500 ตอนอายุ 10 ปี และ 1 ใน 24 เมื่ออายุ 84 ปี” เขากล่าวเสริม

ศาสตราจารย์ Miller และทีมวิจัยได้พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เต่า มีอายุที่เดินช้าลงมาก มากซะจนอายุขัยของพวกมันนานกว่าค่าเฉลี่ยในสัตว์ที่มีขนาดเท่ากัน จนโอกาสที่จะตายไม่มีความเกี่ยวข้องกับอายุเลย ขณะที่มนุษย์จะมีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้นเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น

เต่านั้นเป็นสัตว์เลือดเย็น หรือก็คือสัตว์ที่อุณหภูมิร่างกายของมันขึ้นอยู่กับอุณหภูมิสภาพแวดล้อม ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ตรงกันข้าม มนุษย์นั้นต้องกินอาหารเป็นประจำเพื่อนำไปใช้ให้ร่างกายของเราทำงานปกติ

ดังนั้นเต่าจึงไม่จำเป็นต้องกินอาหารจำนวนมากอยู่เสมอ เพราะพวกมันใช้พลังงานที่ได้จากอาหารได้ช้า มีการเผาผลาญที่ช้า โดยสรุปแล้ว เต่ามีการเคลื่อนไหวที่ช้าเพราะมีกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายที่ช้า ส่งผลทำให้อายุของพวกมันยืดยาวออกไปได้อย่างน่าทึ่ง

คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้พวกมันผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากของยุคที่สัตว์อื่น ๆ ล้มหายตายจากไป

#ในบางครั้ง ช้า ๆ บ้างก็ดีนะ

ในบทความเรื่อง ‘Urgency culture’ might lead you to burnout. How can you combat it? ของ National Geographic ได้กล่าวเอาไว้ว่า ในปัจจุบันนี้ ทั่วทุกมุมโลกกำลังสร้างวัฒนธรรมที่มีความรวดเร็วขึ้นมา โดยเรียกสั้น ๆ ว่า ‘วัฒนธรรมที่เร่งรีบ’

ผู้คนต่างกังวลตลอดเวลาว่าต้องคอยตอบข้อความให้เร็วที่สุด ต้องรีบตามกระแสให้ทัน ต้องเร่งใช้ชีวิตให้มีอย่างคนอื่น วัฒนธรรมที่เร่งรีบนี้กำลังค่อย ๆ กัดกร่อน ‘ไฟแห่งความมีชีวิตชีวา’ ของเราให้มอดลง ท้ายที่สุดแล้ว เราก็เหนื่อยหน่ายกับการใช้ชีวิต

“ความวิตกกังวลกลับกลายเป็นความเร่งรีบ สร้างวงจรที่แต่ละอย่างส่งเสริมกัน” Joel Frank นักจิตวิทยาคลินิก กล่าว เขาเสริมว่าสิ่งนี้ทำให้หลายคนมีอาการ ‘หมดไฟ’

ตามรายงานของกรมสุขภาพจิตของประเทศไทยในปี 2022 ระบุว่าคนไทยมีความเครียดสูงขึ้น 2.1 เท่า ซึมเศร้าและเสี่ยงฆ่าตัวตายเพิ่มจึ้น 4.8 กับ 5.9 เท่าตามลำดับ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัคคือคนไทยมีอาการ ‘เบิร์นเอ้าท์’ หรือที่เราเรียกกันว่า หมดไฟ เพิ่มขึ้นถึง 9.7 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าภาวะหมดไฟที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากวัฒนธรรมที่เร่งรีบ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราควร ‘ช้าลงบ้าง’

แม้ว่าเราจะไม่มีความสามารถในการชะลอกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นในร่างกายเช่นเต่า แต่สิ่งที่เราควบคุมได้คือความคิด อารมณ์ และความรู้สึก หลายครั้งสิ่งเหล่านี้เดินทางไปรวดเร็วกว่าความเป็นจริง เรากังวลว่าคนอื่นจะคิดเห็นอย่างไร ก่อนที่จะถามพวกเขา เรากลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้าทั้งที่มีเวลาอีกว่า 30 วันให้รับมือ

สิ่งเหล่านี้คอยกระตุ้นเราให้เข้าสู่ภาวะเครียดอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเราจะตอบสนองราวกับว่าเจอภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ของเรา และนั่นทำให้เราแก่เร็วขึ้น เกิดโรคความดันสูง คอเลสเตอรอลสูง และอื่น ๆ ตามมา

ในมุมมองของเต่า พวกมันค่อย ๆ กิน ค่อย ๆ เดิน และค่อย ๆ เคลื่อนไหว พฤติกรรมดังกล่าวสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ตามที่เราสะดวก

Friederike Fabritius นักประสาทวิทยา และผู้เขียน ‘The Brain-Friendly Wokplace’ กล่าวว่า เมื่อทำงานบางอย่างเสร็จ เราอาจมีช่วงเวลา ‘พัก’ ก่อนทื่จะไปทำงานอื่นต่อ การพักจะช่วยให้เราไม่ถูกกระตุ้นมากเกินไป

“ความพึงพอใจในการทำกรอบเวลานั้น จะทำให้คุณได้รับโดปามีนในปริมาณหนึ่ง” Fabritius บอก

อย่ากลัวช่วงเวลาที่จะต้องถอดปลั๊กให้ตัวเอง และแบ่งเวลาให้กับการผ่อนคลายซึ่งจะสร้างเวลาให้ร่างกายของคุณได้พักผ่อน และมันก็เป็นโอกาสที่คุ้มค่า หากคุณรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ลองแปลงร่างตัวเองเป็นเต่าดู

ข้อมูลจาก

https://www.nhm.ac.uk/…/turtles-230-million-years-will…

https://www.sciencefocus.com/…/turtles-have-figured-out…

https://www.nationalgeographic.com/…/urgency-culture…

https://askdruniverse.wsu.edu/…/why-turtles-live-long/….

Photo : NH53 - Flickr/CC BY 2.0, commons.wikimedia.org

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...