โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เพราะอยากให้คนไทยกินอยู่อย่างสมดุล ‘เนสท์เล่’ จัดพอร์ตใหม่ ลุยกลุ่มเพื่อสุขภาพ-เสนอวิธีกินอย่างพอเหมาะ

TODAY Bizview

อัพเดต 07 พ.ค. 2567 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2567 เวลา 06.01 น. • workpointTODAY

รู้หรือไม่ว่า มีคนไทยเพียง 42% ที่สามารถใช้ชีวิตด้วยการกินอยู่อย่างสมดุล (Balanced Diet) โดยเหตุผลหลักๆ คือ 1) ราคา เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่าอาหารเพื่อสุขภาพมักจะมีราคาสูง 2) ความสุขจากของหวานขนมที่เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน และ 3) ความเร่งรีบ ทำให้ไม่มีเวลาปรุงหรือเตรียมอาหารที่ดี จึงเป็นสาเหตุให้หนึ่งในบริษัทที่มีแบรนด์มากมายและใกล้ชิดคนไทยมากที่สุดอย่าง ‘เนสท์เล่ ประเทศไทย’ ประกาศแผนธุรกิจจะปรับพอร์ตให้หลากหลาย มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีคุณค่าโภชนาการในราคาที่เข้าถึงได้

โดยก่อนหน้านี้ ‘เนสท์เล่ ประเทศไทย’ ได้เดินหน้ากลยุทธ์การขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค (Good for You) และขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเรา (Good for the Planet) มาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ในการประกาศแผนการดำเนินธุรกิจปี 2567 จึงประกาศจะสานต่อกลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค (Good for You) และขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเรา (Good for the Planet) รุกสร้างการเติบโตทุกพอร์ตผลิตภัณฑ์เต็มสูบ และจะเน้นชูพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยทุกช่วงวัย ด้วยแคมเปญ “คำเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ (Every Little Bite Matters)” ส่งเสริมคนไทยเลือกรับประทานอย่างเหมาะสมเพื่อความสุขกายและสุขใจอย่างยั่งยืน

พอร์ตผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ที่แบ่งตามพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในแต่ละกลุ่ม

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคทุกวัน (Everyday Goodness)เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของเนสท์เล่ ประเทศไทย เช่น เนสกาแฟ ไมโล นมตราหมี เนสวีต้า น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ และแม็กกี้
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการเฉพาะกลุ่ม (Tailored Nutrition) เป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจงของผู้บริโภคบางกลุ่ม เช่น ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจ เนสท์เล่ เฮลท์ ไซเอนซ์ และผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็ก เช่น ผลิตภัณฑ์แบรนด์ เอส 26 ตราหมี คาร์เนชั่น และแนน
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ของว่าง (Mindful Indulgence) เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้อย่างพอประมาณ เพื่อสร้างสมดุลที่ดีทางจิตใจ อาทิ ไอศกรีมเนสท์เล่ คิทแคท เนสท์เล่ คอฟฟีเมต รวมถึงเครื่องดื่มเนสท์เล่ที่จำหน่ายในช่องทางการบริโภคนอกบ้าน

เน้น 2 กลยุทธ์หลัก ลุยโปรดักส์สุขภาพ-กินอยู่อย่างสมดุล

ตอนนี้เนสท์เล่ ประเทศไทยจะเดินหน้าธุรกิจด้วย 2 กลยุทธ์หลัก

กลยุทธ์แรก: ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Grow a Healthier Portfolio) ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคทุกวัน และกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการเฉพาะกลุ่ม เสนอทางเลือกสุขภาพ คือรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ลดน้ำตาล ลดโซเดียม

ตอนนี้เนสท์เล่มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 100 รายการที่ได้รับการรับรอง สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice Logo) นับเป็นจํานวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองสูงสุดในบรรดาบริษัทอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดในไทย นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เสริมแร่ธาตุและวิตามิน ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์โภชนาการสำหรับเด็กและผลิตภัณฑ์นม รวมถึงผลิตภัณฑ์บางชนิดสำหรับผู้ใหญ่

– กลยุทธ์ที่ 2: ส่งเสริมการรับประทานอย่างสมดุล (Guide with Balanced Choice) สำหรับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของว่าง ด้วยการปรับสูตรอาหารให้ผู้บริโภคได้รับประทานอย่างพอเหมาะ เช่นไอศกรีมสำหรับเด็กทุกชนิดที่ให้พลังงานเพียง 110 กิโลแคลอรีหรือน้อยกว่า ขนมแบบมัลติเสิร์ฟสำหรับการบริโภคแบบหลายคนหรือบริโภคหลายครั้ง จะมีการระบุปริมาณการรับประทานที่เหมาะสมสำหรับแต่ละมื้ออย่างชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์

จัดงบ 8 พันล้าน ขยายการผลิตอาหารสัตว์-UHT

วิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่ากล่าว ยังได้เล่าถึง การจัดสรรงบลงทุน 8,000 ล้านบาท ในการขยายสายการผลิต เริ่มตั้งแต่ปี 2021 ที่ผ่านมาจนถึงปี 2026 เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อผู้บริโภคและสัตว์เลี้ยง แบ่งเป็นการขยายสายการผลิตที่โรงงานยูเอชที เสริมแกร่งให้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มยูเอชทีทั้งหมด ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น ไมโล ตราหมี S-26 และคาร์เนชั่น

พร้อมขยายสายการผลิตผลิตภัณฑ์ อาหารแมวเกรดซูเปอร์พรีเมียมชนิดเปียกและชนิดแห้ง ที่โรงงานเนสท์เล่ เพียวริน่า เพ็ทแคร์ ทั้งสองแห่ง โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการผลิตอาหารเพื่อสัตว์เลี้ยงให้มีรสชาติและรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี

โดยหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจ คือ ปัจจุบันเทรนด์เลี้ยงสัตว์เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง แต่คนไทยกว่า 60% ยังคงให้อาหารคนกับสัตว์เลี้ยง จึงเป็นช่องว่างในตลาดให้เนสท์เล่สามารถเชิญชวนผู้บริโภคมาให้อาหารที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

เปิดตัวแคมเปญอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งเป้าเข้าถึงทั่วประเทศ

ในด้านการสื่อสาร เนสท์เล่ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “คำเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ – Every Little Bite Matters” เพื่อสนับสนุนให้คนไทยได้เลือกรับประทานให้สมดุล ทั้งอาหารที่ดีต่อร่างกายและอาหารที่ดีต่อใจในปริมาณเหมาะสม เนสท์เล่เชื่อว่าอาหารทุกคำสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ตามมาเสมอ แคมเปญนี้ประกอบด้วยการสื่อสารครบวงจรที่มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับประทานอาหารอย่างสมดุล จุดประกายให้คนไทยลองเปลี่ยนคำเล็กๆ ในมื้ออาหาร สร้างสมดุลในทุกวัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ผ่านวิธีง่าย ๆ เช่น การจับคู่เพิ่มประโยชน์ให้อาหาร การควบคุมปริมาณให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย และการจัดมื้ออาหารให้สมดุล รวมทั้งเดินสายให้ความรู้คนไทยผ่านโครงการภารกิจพิชิตสุขภาพดี และกิจกรรมเนสท์เล่คาราวานครอบครัวแข็งแรง ตั้งเป้าเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 120,000 คนใน 200 ชุมชนทั่วประเทศตลอดปี 2024

สุดท้าย คือ เนสท์เล่ยังมุ่งมั่นดูแลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ผ่านกลยุทธ์ในการ “ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเรา” (Good for the Planet) โดยได้ดำเนินงานตามแผนงานด้านความยั่งยืนตลอดหลายปีที่ผ่านมาและมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก

อาทิ 96% ของบรรจุภัณฑ์เนสท์เล่ประเทศไทย ได้รับการออกแบบให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ การจัดหาเมล็ดกาแฟและน้ำนมดิบอย่างยั่งยืน 100% รวมถึงให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟและเลี้ยงโคนม อีกทั้งยังมีโครงการดูแลและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ปัจจุบันโรงงานผลิตน้ำดื่มของเนสท์เล่ที่อยุธยาสามารถชดเชยน้ำกลับคืนสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้ 100% และมีการลดการปล่อยคาร์บอนตามแผนงานที่ตั้งไว้

“ด้วยกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภคและเพื่อโลกของเรา เนสท์เล่จะเดินหน้านำเสนอผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการเพื่อคนไทยในทุกช่วงวัย ควบคู่กับการให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 พร้อมทั้งดำเนินงานภายใต้หลักการ ESG ทุกมิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และ
ธรรมาภิบาล เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไทยและผู้บริโภคชาวไทยวันนี้และอนาคต” วิคเตอร์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...