โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระทึก!! ไฟไหม้โกดังภาชี เก็บสารเคมี 4,000 ตัน อพยพหนีตายจ้าละหวั่น

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 13.25 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 13.25 น. • The Bangkok Insight

ชาวบ้านหนีตายจ้าละหวั่น ไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมี 4,000 ตัน ริมถนนสายอุทัย-ภาชี ควันโขมง ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (1 พ.ค. 2567) เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมี ตั้งอยู่ริมถนนสายอุทัย-ภาชี หมู่ 2 อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโกดังร้างที่เก็บสารเคมี 4,000 ตัน โดยโกดังที่ 4 และ 5 เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง กลุ่มควันดำโขมง ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วพื้นที่ และมีเสียงระเบิดเป็นระยะ

ภาพ: ไทยรัฐออนไลน์

นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอภาชี พร้อมด้วย นายสเกน จันทร์ผดุงสุข นายกเทศมนตรี อ.เมืองภาชี หัวหน้าป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานรถน้ำกว่า 10 คัน ร่วมกันวางแผนในการเข้าดับเพลิงเนื่องจากด้านในโกดังเป็นที่เก็บสารเคมี และไม่ทราบว่าเป็นสารเคมีชนิดใด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเพลิงโหมไหม้

เบื้องต้นทางเทศบาลภาชีได้ประกาศเสียงตามสายให้เร่งอพยพชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบ หมู่ 3 หมู่ 4 ที่อยู่ในระยะ 3 กิโลเมตรออกนอกพื้นที่แล้ว โดยตั้งศูนย์อพยพที่วัดโคกม่วง พร้อมขอกำลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเข้าพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในขณะนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...