รีวิว | ดราม่าวงการเพลงกับ Taylor Swift vs Scooter Braun : Bad Blood สรุปใครชนะ ?
LSA Thailand
อัพเดต 30 ก.ค. 2567 เวลา 13.16 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 00.15 น. • Lifestyle Asia Thailandข่าวฉาว ดราม่า นับเป็นของคู่กันกับเหล่าซุปเปอร์สตาร์ ดาราฮอลลีวู้ดอยู่แล้ว ไม่เว้นแม้แต่ป๊อปไอคอนแห่งยุคอย่าง Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์)ที่กระแส‘The Eras Tour’ของเธอได้สร้างปรากฎการณ์เอาไว้มากมาย ที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ความนิยม รายได้ และเศรษฐกิจของเมืองนั้นๆ แต่หากย้อนไปเมื่อปี 2019 กรณีข้อพิพาทเรื่องลิขสิทธิ์เพลงกับค่ายเดิม ก็เร่าร้อนไม่แพ้กัน ไม่รอช้าวันนี้เราจะมารีวิวสารคดี ความขัดแย้งชวนหยุมหัว ที่ฮอตที่สุดในวงการเพลงใน Taylor Swift vs Scooter Braun : Bad Bloodซีซันที่ 1 ทาง HBO GO
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในสารคดี
Lifestyle Asia rating: 2.5/5
ประเภท: สารคดี ดราม่า ข้อพิพาท การโต้แย้งกันในเรื่องลิขสิทธิ์เพลง ระหว่าง ศิลปิน ผู้จัดการ เจ้าของค่าย
นักแสดง: Taylor Swift และ Scooter Braun
ผู้กำกับ: Kate Siney
จำนวนตอนทั้งหมด: 2
ความยาวต่อตอน: ประมาณ 50 นาที
ดูได้ที่ไหน: HBO GO
ดูได้เมื่อไหร่: 21 มิถุนายน 2024
เราชอบอะไรในสารคดีเรื่องนี้: เป็นข้อมูลที่รวบรวม ข่าวสาร ความคิดเห็น บทสัมภาษณ์ ของคู่กรณีทั้ง 2 คน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเพลง นักกฎหมาย นักข่าว แฟนเพลง และคนสนิทของแต่ละฝ่าย มาตีแผ่ในรูปแบบสารดคีความยาว 2 ตอน ประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ลงตัว
เราไม่ชอบตรงไหน: เนื้อหาที่นำเสนอค่อนข้างตื้นเขินเกินไป โดยยังขาดบทสัมภาษณ์ ที่มาจากทั้ง 2 คน ที่เป็นคู่กรณีกันเป็นหลัก น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ชมคาดหวังอยากได้ยินมากกว่า คนอื่นๆ ที่อาจจะหนักไปทางการเสนอความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว ในทัศนดติของตัวเอง และในบางมุมก็เห็นว่ามีการลำเอียงเข้าข้างอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ ทางผู้กำกับน่าจะรีบตัด รีบทำ เพื่อให้ทันกระแส จนขาดสาระสำคัญของเรื่องไป
เนื้อเรื่องย่อ: Taylor Swift vs Scooter Braun : Bad Blood สารคดีการต่อสู้ด้านลิขสิทธิ์เพลงของนักร้องสาวซุปเปอร์สตาร์ ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ที่ดำเนินคดีฟ้องร้องกับ ‘สกู๊ตเตอร์ บราวน์’อดีตผู้จัดการค่ายเพลงเดิม จากกรณีการเข้าซื้อบริษัทผู้เป็นเจ้าของ 6 อัลบั้มแรกของ Taylor Swift ก่อนที่จะขายลิขสิทธิ์เพลงของ Taylor Swift ทั้งหมดให้กับ Shamrock Holdings ในราคากว่า 1.14 หมื่นล้านบาท โดยที่ Taylor Swift เผยว่าเธอไม่ได้รับรู้ถึงการซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงของตัวเองเลย ป๊อปสตาร์คนดังเลยตัดสินใจทำอัลบั้ม Re-Record ผลงานชุดเก่าของตัวเองทั้งหมด 6 ชุด เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ส่วนอีกด้านก็แย้งว่านักร้องสาวปฏิเสธในการเจรจาตกลงด้วยตั้งแต่ต้น เรื่องจึงบานปลายด้วยเงินมูลค่ามหาศาลนี้เอง นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นอีกด้านมืดของวัฒนธรรมแบบแฟนด้อมของ ‘เทย์เลอร์’ที่เธอแชร์ประเด็นนี้สู่สาธารณะ จนทำให้เหล่า ‘Swiftie’ถึงขั้นออกไปต่อต้านโจมตี ‘สกู๊ตเตอร์’ที่หนักจนถึงมีการขู่ฆ่าเอาชีวิตเสียด้วยซ้ำ รวมถึงประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในวงการนี้ จะสนุกเข้มข้นขนาดไหนชาวสวิฟตีสามารถไปติดตามกันได้ทั้ง 2 EP
‘Bad Blood’
เพลงนี้ของ เทย์เลอร์ น่าจะถ่ายทอดอารมณ์ เรื่องราว ความคับแค้นใจ ที่อยู่ภายในได้ดีที่สุด ตามในบางท่องที่ร้องว่า
“(Hey!) Now we got problems – (เฮ้) ตอนนี้เรามีปัญหามากมาย
And I don’t think we can solve them – และฉันก็ไม่คิดว่า เราจะสามารถแก้ไขมันได้
You made a really deep cut – เธอทำเรื่องต่าง ๆ ไว้เจ็บแสบมาก
And baby now we got bad blood – และตอนนี้เราก็เกลียดกันแล้ว”
Taylor Swift vs. Scooter Braun : Bad Blood
เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ ‘vs.’ของ Warner Bros. Discovery โดยก่อนหน้านี้ทางสตูดิโอได้มีการผลิตสารคดีอย่าง“Johnny vs. Amber”ที่เป็นการฟ้องร้องคดีกรณีทำร้ายร่างกาย และหมื่นประมาท แต่ท้ายที่สุด ‘จอห์นนี เดปป์’ เป็นฝ่ายชนะคดีไป รวมถึง “Kim vs. Kanye: The Divorce”ที่เกี่ยวกับดราม่าการเลิกกันของทั้งคู่ Kim Kardashian และ Kanye West
สารคดีเรื่องนี้พูดถึงความบาดหมางระหว่าง นักร้อง นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน Taylor Swiftและผู้จัดการเพลงชื่อดัง Scooter Braunซึ่งเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่บริษัทเพลงของ Braun ซื้อมาสเตอร์เพลงทั้ง 6 อัลบั้มแรกของ Swift จาก Big Machine หลังจากที่ดูจบ ก็ยากที่จะตัดสินว่าใครเป็นผู้ชนะที่แท้จริง โดยแนะนำว่าระหว่างรับชม ต้องวางใจเป็นกลางไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง หรือเข้าข้างศิลปินสาวอย่างสุดโต่ง สิ่งนั่นคงเป็นเรื่องบนชั้นศาล
สารคดีเรื่องนี้เจาะลึกถึงการโต้เถียงในที่สาธารณะระหว่างนักร้องป๊อปชื่อดัง Taylor Swift และเจ้าพ่อเพลงชื่อดัง Scooter Braun หลังจากที่บริษัทของ Braun อย่าง Ithaca ซื้อมาสเตอร์เพลงทั้ง 6 อัลบั้มแรกของ Swift ซึ่งผลิตโดยบริษัทเพลง Big Machine ของ Scott Borchetta ครอบคลุมถึงต้นกำเนิดของความขัดแย้ง ผลที่ตามมา และสถานะปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่าในขณะที่ Taylor Swift อาจถูกต้องในแง่ศีลธรรม ในฐานะนักแต่งเพลงและเจ้าของมาสเตอร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่การท้าทาย Braun ในชั้นศาลทางกฎหมาย น่าจะเป็นงานที่ยากลำบากมาก
She Said, He Said
แบ่งออกเป็นสองตอนชัดเจน โดยตอนแรกมุ่งเน้นไปที่มุมมองของ Taylor Swift ส่วนตอนที่สองนำเสนอมุมมองของ Scooter Braun ในคดีนี้ แม้ว่าสารคดีจะเต็มไปด้วยการพูดคุยของผู้คนมากมาย แต่ก็ไม่มีการสัมภาษณ์ตัวเอกทั้งสองคน แต่กลับพึ่งพาฟุตเทจการสัมภาษณ์ที่มีมานานแล้วของทั้งคู่ ซึ่งทำให้คะแนนลดลงไปบ้างในแง่ความประทับใจโดยรวม เห็นได้ชัดว่าผู้สร้างรีบเร่งใช้ประโยชน์จากความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ Taylor Swift หลังจากทัวร์คอนเสิร์ตล่าสุดของเธอ (The Eras Tour)ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ที่ชัดเจนอีกอย่างคือไม่มีใครที่สามารถให้ข้อมูลที่มีสำคัญได้เลย ทำให้สารคดีมีเพียงการสนทนาส่วนใหญ่เป็น นักเขียน นักข่าว และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับทีมผู้ติดตามของ Taylor Swift เท่านั้น
Her Version, His Version
ตัวสารคดีทำให้เราได้เห็นพลังมืดที่ Taylor Swift บัญชาการผ่านฐานแฟนคลับของเธอ ที่เรียกว่า ‘Swifties’หลังจากที่ความบาดหมางเป็นที่เปิดเผยและดูเหมือนว่า Swift จะเสียเปรียบ เธอก็ปล่อยฐานแฟนคลับของเธอเข้าใส่ Scooter Braun ผลลัพธ์ที่ได้นั้นรุนแรงมาก โดยแฟนๆ บางคนถึงกับขู่ฆ่าครอบครัวของ Braun และส่วนที่แย่ที่สุดคือ Taylor Swift ก็ไม่เคยออกแถลงการณ์ประณามการข่มขู่เหล่านี้แต่อย่างใด!
รวมถึงยังเผยให้เห็นอีกว่าแม้กระทั่งก่อนที่จะขายมาสเตอร์เพลงของเธอไป ด้าน Taylor Swift ก็มีความแค้นต่อ Scooter Braun เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ที่เห็นได้ชัดคือเหตุการณ์หลังจากที่เขาเริ่มเป็นผู้จัดการของ Kanye West ในวันที่ Taylor Swift ขึ้นรับรับรางวัล Grammy ครั้งที่ 13 อยู่ดีๆ Kanye West ก็ได้พูดขัดจังหวะสุนทรพจน์ของเธออย่างน่าอับอาย โดยตะโกนขึ้นมาว่า “โย่ Taylor ฉันดีใจกับคุณจริงๆ ฉันจะให้คุณพูดจบ แต่ Beyoncé มีหนึ่งในวิดีโอที่ดีที่สุดตลอดกาล!!!”ความบาดหมางครั้งนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อ Kanye West เรียก Taylor Swift ว่า b%#@h ในเพลงเพลงหนึ่งของเขา เมื่อเธอมีท่าทีที่ไม่พอใจ Kim Kardashian ก็ได้เผยแพร่บันทึกเสียงบทสนทนาระหว่าง West และ Swift ซึ่งดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่าเขาได้ขออนุญาตเธอก่อนหน้าแล้ว เรื่องก็เลยโอล่ะพ่อ ล่ะทีนี้
Who is right, Who is wrong ?
จากการรับชมสารคดีเรื่องนี้ ทำให้รู้สึกว่า Scooter Braunถูกลงโทษในที่สุด เพราะการเป็นนักธุรกิจที่มีเล่ห์เหลี่ยม ความทะเยอทะยานทางธุรกิจของเขาขัดแย้งกับความต้องการของ Taylor Swift ที่จะได้มาซึ่งมาสเตอร์เพลงของเธอไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม การซื้อรถราคาแพงของเธอหลังจากยอดขายอัลบั้มของเธอเกิน 20 ล้าน ก็ดูเหมือนจะเป็นการป่าวประกาศที่มีนัยบางอย่าง
โดยรวมแล้ว สารคดีเรื่องนี้ให้ความรู้สึกตื้นเขินในแง่การนำเสนอ การดำเนินเรื่องทำได้ดีในการเน้นถึงความท้าทายที่ผู้หญิงมักเผชิญในอุตสาหกรรมเพลง แต่ก็มักจะเบี่ยงเบนไปจากหัวข้อหลัก สารคดียังเปิดเผยความเท็จของ Taylor Swift เมื่อเธออ้างว่า Braun และ Borchetta ไม่เคยให้โอกาสเธอในการซื้อมาสเตอร์คืน ในโพสต์โซเชียลมีเดียโดยละเอียดของ Borchetta ได้หักล้างข้อกล่าวหาของเธอไปอย่างสิ้นเชิง โดยการโพสต์รายละเอียดของข้อตกลงและการสื่อสารกับทีมกฎหมายของ Taylor Swift
สาระสำคัญของสารคดีเรื่องนี้คือ Taylor Swift เล่นบทเป็นผู้เคราะห์ร้ายเพื่อแก้แค้นและโกหกแฟนๆ ของเธอในชั้นศาล ‘Taylor Swift vs Scooter Braun: Bad Blood’ สารคดีที่ออกอากาศในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะนี้ ไม่ได้เปิดเผยอะไรมากนักเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่าง Taylor Swift และ Scooter Braun มากนัก นอกเหนือจากสิ่งที่เราก็รู้กันอยู่แล้วจากการนำเสนอข่าวก่อนหน้านี้
อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่เลย
Main, Hero and Featured images: HBO GO, IMDb
Reference:
www.timesofindia.indiatimes.com
www.timesnownews.com
The information in this article is accurate as of the date of publication.