เปิดประวัติ เคียร์ สตาร์เมอร์ นักปฏิรูปหัวก้าวหน้า ว่าที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่
เปิดประวัติ และ 5 ประเด็นควรรู้ของ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่ และ หัวหน้าพรรคแรงงาน ผู้มุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลง
ความมุ่งมั่นทางการเมืองตั้งแต่วัยเยาว์
เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Sir Keir Starmer) เกิดที่กรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2505 ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน โดยบิดาของเขาทำงานเป็นช่าง และสนับสนุนพรรคแรงงาน เซอร์สตาร์เมอร์จบการศึกคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยลีดส์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เมื่อปี 2528 และได้ประกาศนียบัตรบัณฑิตศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ เซนต์ เอ็ดมันด์ ฮอลล์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในปี 2527 จากนั้นได้เริ่มต้นอาชีพทนายความ
เซอร์สตาร์เมอร์มีความสนใจการเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย และเริ่มต้นมีบทบาททางการเมืองตอนอายุ 16 ปี ด้วยการเข้าร่วมปีกเยาวชน Young Socialists ของพรรคแรงงาน และระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย ก็ได้เข้าร่วมสโมสรของพรรคแรงงานด้วย นอกจากนี้แล้ว ระหว่างที่ทำงานเป็นทนายความ เซอร์สตาร์เมอร์ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการตำรวจแห่งไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งประสบการณ์ที่นั่นส่งอิทธิพลอย่างมากต่อการหันเหเข้าสู่อาชีพนักการเมือง
อาชีพใหม่หลังแวดวงกฎหมาย
เซอร์สตาร์เมอร์ ได้รับการเลือกเข้าเป็นแคนดิเดตของพรรคแรงงานในการลงเลือกตั้งสมาชิกสภาในเขตเลือกตั้งฮอลบอร์นและเซนต์แพนคราส ซึ่งเขาชนะการเลือกตั้งในปี 2558 โดยในปี 2559 ระหว่างที่ยังเป็นสมาชิกสภาที่ไม่ได้มีชื่อเสียง (backbencher) เซอร์สตาร์เมอร์สนับสนุนแคมเปญ Britain Stronger in Europe ซึ่งมีจุดมุ่งหมายคัดค้านการแยกตัวจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit
แม้ว่าจะได้รับแต่งตั้งเข้าคณะรัฐมนตรีเงา เซอร์สตาร์เมอร์ได้ลาออกเพื่อแสดงจุดยืนต่อต้าน นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงานในขณะนั้น เขายังได้เสนอให้มีการลงประชามติ Brexit อีกครั้ง ซึ่งเขาได้แสดงจุดยืนที่จะให้สหราชอาณาจักรอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป และในปี 2563 เซอร์สตาร์เมอร์ ชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแรงงาน
บทบาทในฐานะหัวหน้าพรรคแรงงาน
ในฐานะหัวหน้าพรรค เซอร์ได้ปรับตำแหน่งพรรคให้เข้าสู่การเมืองสายกลางมากขึ้น และมุ่งเน้นไปที่ขจัดแนวคิดต่อต้านยิวภายในพรรค ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ในช่วงที่นายคอร์บินเป็นหัวหน้าพรรค แม้นักวิจารณ์ก็โต้แย้งว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ยุติธรรมกับสมาชิกพรรคที่เป็นฝ่ายซ้าย แต่ผู้สนับสนุนก็ยกย่องชื่นชมเซอร์สตาร์เมอร์ในฐานะนักปฏิรูปและความพยายามในการปรับปรุงความน่าเชื่อถือของพรรคแรงงาน
ความเป็นผู้นำของเขาทำให้พรรคแรงงานรักษาความเป็นจุดยืนที่แข็งแกร่งในการสำรวจความคิดเห็นและได้รับชัยชนะอย่างล้นหลามในการเลือกตั้งท้องถิ่น และในปี 2567 เซอร์สตาร์เมอร์เป็นตัวแทนพรรคแรงงานในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2567 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจากพรรคอนุรักษ์นิยมที่ครองอำนาจมา 14 ปี
บุคลิกและสไตล์ทางการเมือง
เซอร์สตาร์เมอร์ไม่ใช่นักการเมืองที่มีความแข็งกร้าว แต่ค่อนข้างไปทางสายปฏิบัตินิยมและหัวก้าวหน้า เขามุ่งเน้นไปที่งานด้านนโยบายโดยละเอียดเสมอ ซึ่งสอดคล้องกับภูมิหลังของเขาในด้านกฎหมายและการบริการสาธารณะ แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกมองว่าระมัดระวังมากไป และค่อนข้างขาดความแน่นอน ถึงมักถูกโจมตีเป็นจุดอ่อนว่าเขาอาจขาดการตัดสินใจที่เด็ดขาดในช่วงเวลาสำคัญ
อย่างไรก็ตาม เซอร์สตาร์เมอร์ นั้นก็มีบุคลิกที่จริงจังและมืออาชีพ และเตรียมความพร้อมมาดีเสมอ โดยเฉพาะในการอภิปรายในสภา โดยในเดือนต.ค. 2565 เซอร์สตาร์เมอร์กล่าวโจมตีนางลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าทำให้เศรษฐกิจอังกฤษพังพินาศ ประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้าจากนโยบายภาษีของเธอ
เซอร์สตาร์เมอร์ชี้ว่า ความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของพรรคอนุรักษ์นิยมไม่เหลืออยู่แล้ว และตั้งคำถามว่าทำไมเธอถึงกล้าอยู่ในตำแหน่งต่อ ซึ่งนางทรัสส์กล่าวว่า "ฉันเป็นนักสู้ ไม่ใช่คนที่จะลาออก" ทว่าในวันถัดมา เธอก็ได้ประกาศลาออก ส่งผลให้เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์
นโยบายและวิสัยทัศน์
ภายใต้การนำของเซอร์สตาร์เมอร์ พรรคแรงงานมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น และจุดยืนที่เข้มงวดมากขึ้นในเรื่องอาชญากรรม ไปพร้อม ๆ กับการเริ่มสนับสนุนนโยบายสังคมนิยม เซอร์สตาร์เมอร์ได้ปรับจุดยืนเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การรุกรานยูเครนโดยรัสเซีย และวิกฤตเศรษฐกิจ แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่เขายืนยันว่านโยบายเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญ
เซอร์สตาร์เมอร์สนับสนุนการสร้าง Great British Energy เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยเสนอ "ภารกิจระดับชาติ" 5 ภารกิจสำหรับการเลือกตั้งอังกฤษ 2567 โดยมุ่งเน้นไปที่การเติบโตทางเศรษฐกิจ พลังงานสะอาด การปฏิรูปและการดูแลด้านสุขภาพ การปรับปรุงระบบยุติธรรม และการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปรัฐธรรมนูญ รวมถึงการยกเลิกสภาขุนนางและยกระดับความสำคัญของสภาท้องถิ่น
เกียรติยศ
เซอร์สตาร์เมอร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่ปรึกษาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2545 และในปี 2557 เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์บาธ ชั้นอัศวิน (Knight Commander of the Order of the Bath) หรือ KCB เนื่องด้วยคุณูปการสำคัญในด้านกฎหมายและการบริการสาธารณะตลอดอาชีพของเขา ซึ่งผู้ได้เกียรติยศนี้จะได้รับคำนำหน้าชื่อว่า เซอร์ (Sir)
เซอร์สตาร์เมอร์ยังได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง องคมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร (Privy Council of the United Kingdom) ในปี 2560 และยังคงดำรงตำแหน่งอยู่จนถึงปัจจุบัน
อ้างอิง :
nbcnews.com , apnews.com , telegraph.co.uk , theguardian.com , inews.co.uk , theguardian.com , barrons.com , bbc.com