อาชีพของคนพิการ
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 พ.ค. 2567 เวลา 01.10 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2567 เวลา 01.11 น. • The Bangkok Insightอาชีพของคนพิการ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เป็นประธาน การทำความตกลงร่วมกัน ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.)กับอีก 5 สถาบัน ในโครงการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อการประกอบอาชีพของคนพิการ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงาน คนพิการ มจธ.
5 สถาบันได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสวนดุสิตวิทยาเขตสุพรรณบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความสำเร็จที่ มจธ.ทำติดต่อมา10ปี กระทรวง พม.เห็นเป็นเรื่องดีจึงขอให้สถาบันอื่นช่วยพัฒนาในรูปแบบเดียวกัน
การฝึกอาชีพคนพิการ มีประเด็นพิจารณามากมาย สถานที่ต้องพร้อม สัญจรภายในเก้าอี้รถเข็นหรือวีลแชร์ต้องเคลื่อนผ่านได้ มีเบรลบล็อก หรือปุ่มทางเท้ารองรับคนพิการทางการเห็น มีล่ามภาษามือเพื่อคนพิการการได้ยินและการสื่อสาร ควรมีที่พักอาศัยระหว่างการอบรม ลดภาระการเดินทาง เพราะการขึ้นรถไฟ ใช้รถเมล์ หรือนั่งเรือไปเรียนทุกวันในทำเลไม่คุ้นเคยคงไม่เหมาะ
ผลงานที่ มจธ.วางไว้ เริ่มด้วยการประสานความร่วมมือกับธุรกิจเอกชนผ่านสภาหอการค้าไทย ฝึกอาชีพในงานบริการสำนักงาน การใช้คอมพิวเตอร์ จนถึงการผลิตสื่อมัลติมีเดีย รวมถึงกติกามารยาท การทำงาน ใช้เวลา 6 เดือน
ปรากฏว่า 10 ปีที่จัด มีผู้ผ่านการอบรมราว 400 คน มีงานทำ 50% ส่วนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง ก็ทำกิจการของครอบครัว
ค่าใช้จ่ายการอบรม ก็มาจากเงินกองทุนที่ได้มาตามกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มาตรา 35 ที่เปิดช่องให้สถานประกอบการที่ไม่พร้อมจะรับคนพิการเข้าทำงานตามเกณฑ์ที่กำหนด ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน
หรือถ้าไม่สะดวกจะจ่ายเงินอีก ก็ให้จัดสถานที่ขายสินค้าหรือจัดจ้างเหมาช่วงงาน จ้างเหมาบริการโดยวิธีพิเศษ ฝึกงานหรือจัดอบรม หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ล่ามภาษามือให้ความช่วยเหลือคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการแทน
การฝึกอบรมของ มจธ.อาศัยความข้อนี้ ผู้ประกอบการก็เข้ามาสนับสนุนง่าย ผู้ผ่านการอบรมที่ทำงานได้ นายจ้างก็อยากรับไว้
ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ซึ่งใส่ใจต่อการดูแลคนพิการ เคยไปร่วมงานครบ 10 ปีการฝึกอาชีพของ มจธ. รับทราบผลสำเร็จการจัดอบรม จึงสั่งการให้ทางกระทรวงสานต่อกระจายไปต่างจังหวัด โดยขอให้ทำความตกลงกับมหาวิทยาลัยอื่นรับช่วงฝึกอบรม เป้าหมายสูงสุด คือ ให้ออกไปทั่วประเทศ คนพิการจะได้รับการอบรมในจังหวัดที่มีภูมิลำเนา
แต่ละมหาวิทยาลัยจะนำรูปแบบนี้ไปฝึกตามความต้องการขอคนพิการในพื้นที่ โดยไม่ตั้งโจทย์ตายตัวในใจว่าจะสอนอาชีพอะไร
เมื่อเห็นผลงานไหนดี มีประโยชน์ รัฐมนตรีรับไปสั่งสานงานต่อ ก็เป็นคุณแก่ประชาชน แบบนี้ สั่งนโยบายใด ก็มีแต่เสียงขานรับทางบวก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ติดตามเราได้ที่