โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“มาเลเซีย” ผวาเงินเฟ้อจ่อพุ่งปลายปี สงครามอิหร่านดันต้นทุนพุ่ง เศรษฐกิจเริ่มสะดุด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 04.05 น.

รัฐบาล "มาเลเซีย" เตือนแรงกดดันเงินเฟ้อกำลังสะสมจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่พุ่งสูง แม้ระยะสั้นยังถูกพยุงด้วยสต็อกสินค้า แต่คาดผลกระทบจะเริ่มชัดปลายปี 2569

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 10.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัคมาล นัสรุลลาห์ โมห์ด นาซีร์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจมาเลเซีย ระบุว่า มาเลเซียกำลังเตรียมรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี หลังผลกระทบจากสงครามอิหร่านเริ่มส่งผ่านมายังราคาสินค้าผู้บริโภค

เขาระบุว่า เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาพลังงานอีกต่อไป แต่ต้นทุนวัตถุดิบในภาคก่อสร้างและการผลิตก็ปรับสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น แม้ในช่วงที่ผ่านมา ผลกระทบต่อเงินเฟ้อจะยังไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากภาคธุรกิจยังมีสต็อกสินค้าเพียงพอ แต่เมื่อสต็อกเริ่มลดลง ต้นทุนที่สูงขึ้นจะสะท้อนมายังราคาสินค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อของมาเลเซียเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.7% ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี จาก 1.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีต้นทุนด้านการขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญ

แม้ว่ารัฐบาลยังคงอุดหนุนราคาพลังงาน แต่ได้มีการปรับลดโควตาน้ำมันเชื้อเพลิงลงเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

ขณะเดียวกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกก็เริ่มชะลอลง จากผลกระทบของวิกฤตตะวันออกกลางที่กดดันภาคการผลิตและภาคบริการ สะท้อนถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...