“มาเลเซีย” ผวาเงินเฟ้อจ่อพุ่งปลายปี สงครามอิหร่านดันต้นทุนพุ่ง เศรษฐกิจเริ่มสะดุด
รัฐบาล "มาเลเซีย" เตือนแรงกดดันเงินเฟ้อกำลังสะสมจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่พุ่งสูง แม้ระยะสั้นยังถูกพยุงด้วยสต็อกสินค้า แต่คาดผลกระทบจะเริ่มชัดปลายปี 2569
วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 10.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัคมาล นัสรุลลาห์ โมห์ด นาซีร์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจมาเลเซีย ระบุว่า มาเลเซียกำลังเตรียมรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี หลังผลกระทบจากสงครามอิหร่านเริ่มส่งผ่านมายังราคาสินค้าผู้บริโภค
เขาระบุว่า เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาพลังงานอีกต่อไป แต่ต้นทุนวัตถุดิบในภาคก่อสร้างและการผลิตก็ปรับสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น แม้ในช่วงที่ผ่านมา ผลกระทบต่อเงินเฟ้อจะยังไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากภาคธุรกิจยังมีสต็อกสินค้าเพียงพอ แต่เมื่อสต็อกเริ่มลดลง ต้นทุนที่สูงขึ้นจะสะท้อนมายังราคาสินค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อของมาเลเซียเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.7% ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี จาก 1.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีต้นทุนด้านการขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญ
แม้ว่ารัฐบาลยังคงอุดหนุนราคาพลังงาน แต่ได้มีการปรับลดโควตาน้ำมันเชื้อเพลิงลงเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากสถานการณ์ความขัดแย้ง
ขณะเดียวกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกก็เริ่มชะลอลง จากผลกระทบของวิกฤตตะวันออกกลางที่กดดันภาคการผลิตและภาคบริการ สะท้อนถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
อ้างอิง : www.bloomberg.com