“ราคาน้ำมันดิบโลก” พุ่งแรงอีกครั้ง หลังเกิดเหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
“ราคาน้ำมันดิบโลก” พุ่งแรงอีกครั้ง เบรนท์ทะลุ 95 ดอลลาร์ หลังหลังเกิดเหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และกองทัพเรือสหรัฐยิงสกัดเรือคอนเทนเนอร์อิหร่านในอ่าวโอมาน
วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 06.35 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในวันอาทิตย์ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาอยู่ในจุดเสี่ยงปะทุอีกครั้ง หลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
*สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate ส่งมอบเดือนพฤษภาคม พุ่งขึ้นราว 7% แตะ 89.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นเกือบ 5.8% อยู่ที่ 95.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล*
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ยิงสกัดเรือคอนเทนเนอร์ของอิหร่านในอ่าวโอมาน ก่อนที่นาวิกโยธินจะเข้ายึดเรือลำดังกล่าว โดยระบุว่าเรือพยายามฝ่าการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ โดยมีรายงานว่าเรือเร็วของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมัน และมีเรือคอนเทนเนอร์อีกลำถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ตามข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการทางทะเลของสหราชอาณาจักร
ทรัมป์ยังขู่ซ้ำว่า จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน หากผู้นำอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงกับสหรัฐฯ พร้อมระบุว่าเหตุโจมตีเรือในช่วงสุดสัปดาห์เป็น “การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงโดยสิ้นเชิง” ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวกำลังจะหมดอายุภายในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถจัดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ที่ปากีสถานได้หรือไม่ แม้ทรัมป์ระบุว่าจะมีการหารือที่กรุงอิสลามาบัดในวันจันทร์ แต่อิหร่านประกาศไม่เข้าร่วม โดยอ้างถึงการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และปัจจัยอื่น ๆ
สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว หลังจากเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนใกล้บรรลุข้อตกลง โดยราคาน้ำมันร่วงลงในวันศุกร์ หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ แต่ต่อมาชัดเจนว่าเตหะรานยังคงกำหนดเงื่อนไขการผ่านเส้นทางดังกล่าวเช่นเดิม
ขณะที่สหรัฐฯ ปฏิเสธยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ส่งผลให้อิหร่านเปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง โดยประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิด จนกว่าการปิดล้อมจะถูกยกเลิก
อ้างอิง : www.cnbc.com