สมชัย ยื่นศาลปค.สูงสุด ขอคำชี้แจงปมคำพิพากษาอดีตอัยการคนดังบนเว็บล่องหน
สมชัย-2ผู้เชี่ยวชาญ บุกศาลปกครองสูงสุด ขอคำชี้แจงปมคำพิพากษาคดีอดีตอัยการจังหวัด พยานคดีบารโค้ดบนบัตรเลือกตั้งหายวับจากระบบค้นหา–ถูกกล่าวหาเป็นเอกสารปลอม จี้ไต่สวนเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ตั้งข้อสงสัยมีแรงกดดันเบื้องหลังหรือแค่ปรับปรุงเว็บไซต์
เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 ที่ศาลปกครองสูงสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พร้อมด้วยนายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เข้าขอความชัดเจนจากสำนักงานศาลปกครอง
กรณีศาลปกครองสูงสุด เคยมีคำพิพากษายกคำฟ้องของอดีตอัยการจังหวัด ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่ขอให้ศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนมติคณะกรรมการอัยการที่สั่งไล่ออกอดีตอัยการจังหวัดคนดังกล่าวหายไปจากระบบสืบค้นคดีทางเว็บไซต์ศาลปกครอง และถูกมองว่าคำพิพากษาดังกล่าวเป็นของปลอม
โดยนายสมชัย กล่าวว่า ที่มายื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุดเพราะมีประเด็นว่าน่าจะมีบุคคลที่ไปละเมิดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากตนทราบว่าศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายกคำฟ้องของอัยการท่านหนึ่งที่มาร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งไล่ออกจากราชการของคณะกรรมการอัยการ
หมายความว่าบุคคลดังกล่าวถูกไล่ออกจากราชการแต่กลับมีการไปพูดว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของปลอม ไม่มีการไล่ออกจากราชการจริง นอกจากนี้ยังพบว่าบุคคลดังกล่าวไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สน.บางพลัด ว่าเอกสารคำพิพากษาศาลปกครองดังกล่าวเป็นของปลอม จึงเห็นว่าเข้าลักษณะการละเมิดอำนาจศาล
“ผมจึงนำเอกสารต่างๆ ที่ได้จากการไปพูดคุยในรายการทีวี รวมถึงตัวคำพิพากษาศาลปกครอง และหมายเลขการแจ้งความที่ 58 เล่มที่ 33/2568 ลงวันที่ 21 ต.ค.2568 เวลา 13.21 น. มายื่นให้กับทางศาล เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงว่าที่มีการไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ว่าคำพิพากษาของศาลปกครองดังกล่าวเป็นเท็จนั้น จริงหรือไม่ รวมถึงข้อกล่าวหานั้นเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่”
นายสมชัย ยังเรียกร้องให้ทางสำนักงานศาลปกครองออกมาชี้แจง เพราะก่อนวันที่ 17 เม.ย. จนถึงก่อน 11.00น. วันที่ 18 เม.ย. คำพิพากษาของศาลปกครองดังกล่าวยังสามารถสืบค้นได้จากเว็บไซต์ของศาลปกครอง แต่หลังจาก 11.00 น. ของวันที่ 18 เม.ย.แล้ว ไม่สามารถสืบค้นได้
ซึ่งไม่ทราบว่าอยู่ในช่วงที่ศาลมีการปรับปรุงเว็บไซต์หรือไม่ ก็มีการแจ้งว่าจะมีการปรับปรุงเว็บไซต์ในวันที่ 17 ถึงวันที่ 19 เม.ย. หรือเป็นเพราะเนื้อหาของคำพิพากษามีบางข้อความที่พาดพิงถึงบุคคลที่ 3 อาจทำให้เกิดความเสียหาย ทางศาลจึงมีการดึงออกจากระบบเพื่อไปทบทวน และจัดทำข้อความให้เหมาะสมก่อนที่จะเผยแพร่
หรืออาจเป็นเพราะบุคคลภายนอกที่มีอำนาจ สั่งการให้ดึงคำพิพากษาดังกล่าวออกจากระบบ จึงเห็นว่าเรื่องดังกล่าวสังคมต้องการความชัดเจนศาลจึงควรที่จะชี้แจงต่อประชาชน
นายสมชัย กล่าวอีกว่า จะไปยื่นต่อสำนักงานอัยการ เพื่อขอคำสั่งเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและลงโทษทางวินัยอัยการคนดังกล่าว เพราะตนมีทั้งเลขคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการมติของคณะกรรมการ วันเวลาที่มีการประชุมคณะกรรมการอัยการ เพื่อพิสูจน์ว่าคณะกรรมการอัยการ มีมติไล่ออกอัยการคนดังกล่าวจริงหรือไม่
รวมทั้งจะไปยื่นต่อกกต.ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากอัยการคนดังกล่าวเคยเป็นผู้สมัครลงรับเลือกตั้งสส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมือง 2 พรรค ในการเลือกตั้งปี 2566 และ 2569 โดยระบุในคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งว่าลาออกจากราชการ ซึ่งมองว่าการระบุคุณสมบัติในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวง มาตรา73 (5) ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.
เมื่อถามว่าการที่บุคคลดังกล่าวถูกไล่ออกจากราชการ แล้ว กกต.ให้เป็นพยานในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ต่อสู้ในศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลต่อความน่าเชื่อถือหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ทราบว่าถอนตัวจากการเป็นพยาน แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อเท็จจริงตามนี้หรือไม่ ซึ่งการที่กกต. จะยังนำบุคคลดังกล่าวมาเป็นพยาน ก็เป็นสิทธิ์ของกกต.ที่จะเป็นผู้พิจารณา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมชัย ยื่นศาลปค.สูงสุด ขอคำชี้แจงปมคำพิพากษาอดีตอัยการคนดังบนเว็บล่องหน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th