โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พรรคส้มเผยมี 4 มาตรการสำคัญช่วงสงกรานต์ที่รัฐบาลยังคิดไม่ออก

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 เมษายน 2569 เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

7 เม.ย.2569- วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า [ 4 มาตรการสำคัญช่วงสงกรานต์ ที่รัฐบาลยังไม่มี ]

  • อุดหนุนขนส่งสาธารณะ “เส้นเลือดฝอย” ทั่วประเทศ
  • อัปเดตข้อมูลน้ำมันให้ครบ คนขับรถจะได้มั่นใจ
  • ตั้งจุดซื้อขายสินค้าท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า
  • ช่วยชาวนา ชาวประมง ขนส่ง พลาสติก ทันที

แม้นายกฯ อนุทิน จะเรียกประชุม ครม. นัดพิเศษหลังเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เริ่มต้นนับหนึ่งการทำงานทันที แต่ในเมื่อเป็นช่วงเวลาใกล้สงกรานต์ที่หลายคนยังลังเลว่าจะเดินทางกลับบ้านดีหรือไม่ จะวางแผนธุรกิจยังไง

เราจึงคาดหวังให้รัฐบาลประกาศมาตรการที่เน้นๆ ชัดๆ ว่าจะช่วยเหลือประชาชน และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการจากวิกฤตพลังงานตอนนี้อย่างไร โดยผมเห็นว่ามี 4 เรื่องสำคัญที่ประชาชนอยากได้ยินครับ

1.ประกาศอุดหนุนขนส่งสาธารณะ “เส้นเลือดฝอย” ทั่วประเทศ

การพุ่งทะยานของราคาน้ำมันทำให้หลายคนตัดสินใจไม่เดินทางไกล แต่คนจำนวนมากย่อมอยากกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วงสงกรานต์ โดยเส้นทางสำคัญก็คือการใช้รถสาธารณะจากหมอชิตและสถานีขนส่งต่างๆ ไปยังตัวจังหวัด ก่อนจะใช้รถมินิบัสและรถตู้ที่เป็นเสมือน “เส้นเลือดฝอย” ต่อไปยังอำเภอและตำบลบ้านเกิดของตนเอง

คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกประกาศตรึงราคาเฉพาะรถทัวร์และรถร่วมบริการใหญ่ไว้ (จนกระทั่ง 20 เมษายน 69) แต่กำหนดอัตราค่าโดยสารตายตัวสำหรับรถตู้และรถมินิบัส 3,000 คัน เริ่มใช้ในวันที่ 6 เมษายน โดยเป็นอัตราที่ตั้งอยู่บนฐานราคาน้ำมันดีเซลก่อนหน้านี้ที่ 38.99 บาท/ลิตร

ดังนั้น เมื่อสถานการณ์ต้นทุนของรถตู้และรถมินิบัสเปลี่ยนมาสูงขึ้นเป็นกว่า 50 บาท/ลิตร จึงเกิดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการจะลดปริมาณเที่ยวรถโดยสารหรือหยุดให้บริการในบางเส้นทาง แต่ถ้ารัฐบาลปล่อยให้ผู้ประกอบการปรับค่ารถแบบ “ลอยตัว” ก็จะยิ่งซ้ำเติมเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชนอีก

พรรคประชาชนเสนอว่า รัฐบาลสามารถเลือกทางออกที่ไม่ใช่การตรึงราคาหรือลอยตัว แต่ “อุดหนุนรายหัว” แทน โดยคำนวณหาอัตราเงินอุดหนุนจากฐานเส้นทาง จำนวนวัน และจำนวนผู้โดยสารที่เดินทาง ซึ่งจะทำให้ไม่เสี่ยงเกิดการกักตุนอย่างที่ผ่านมา ทั้งยังช่วยจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถสาธารณะแทนรถส่วนตัว

2.อัปเดตข้อมูลน้ำมันให้ครบ คนขับรถจะได้มั่นใจ

เพื่อให้คนขับรถส่วนตัวสามารถเดินทางไกลได้อย่างราบรื่นตลอดช่วงสงกรานต์ วางแผนได้ว่าจะไปพักจุดไหน รัฐบาลต้องจริงจังกับการจัดการข้อมูลหน้าปั๊มบนเพจ Fuel Now มากกว่านี้ https://fuel-now.doeb.go.th/

เพราะจำนวนปั๊มน้ำมันทั่วประเทศไทยมีประมาณ 25,000 ปั๊ม แต่เพจ Fuel Now ล่าสุด กลับมีจำนวนปั๊มที่รายงานข้อมูลน้ำมันมีอยู่ประมาณ 7,200 ปั๊มเท่านั้น ไม่ถึง 1 ใน 3 ของปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ แล้วคนเดินทางไกลจะวางแผนการเดินทางอย่างมั่นใจได้อย่างไร

3.ตั้งจุดซื้อขายสินค้าท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า

นอกจากจะเป็นการเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว สงกรานต์ยังเป็นโอกาสสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนทั่วประเทศ

รัฐบาลสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยสินค้าท้องถิ่นได้ โดยจัดเตรียม "จุดซื้อขายของฝาก" จากเกษตรกรในแต่ละจังหวัด เพื่อระบายผลผลิตที่ยังมีปริมาณผลผลิตส่วนเกินหรือราคาตกต่ำ ประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดต่างๆ ทั้งสำหรับขาจากเมืองไปบ้าน (เช่น มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง) และขากลับจากบ้านกลับมาเมือง (เช่น สินค้าท้องถิ่น) โดยควรจัดจุดรับและจุดซื้อที่สะดวกทั้งสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวและผู้เดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะ

4.ช่วยชาวนา ชาวประมง ขนส่ง พลาสติก ทันที

ก่อนหน้านี้ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แจ้งว่าจะมีการประชุม ครม. ในวันที่ 11 เมษายน เพื่อออกมาตรการพุ่งเป้าเยียวยาไปที่กลุ่มเปราะบาง

อย่างไรก็ตาม มีประชาชนจำนวนมากที่ต้องทำมาหากินรายวัน รัฐบาลจึงไม่ควรต้องรอถึงวันที่ 11 เมษายน แต่สามารถออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพุ่งเป้าไปยังกลุ่มสำคัญอย่างน้อย 4 กลุ่มได้เลย คือ ชาวนา ชาวประมง กลุ่มขนส่ง และกลุ่มที่เผชิญภาวะขาดแคลนพลาสติก

เพราะวิกฤติน้ำมันครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชาวประมงพาณิชย์กว่า 9,000 ลำ ชาวประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 ครอบครัว รัฐบาลควรจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นมาให้ชาวประมงเพิ่มเติม ในขณะที่ภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่ผลิตมาจากน้ำมันดิบก็เริ่มรุนแรงขึ้น กระทบโดยตรงกับพนักงานและผู้ประกอบการโรงงานพลาสติกกว่า 2,500 แห่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือทั้งด้านปริมาณและราคาต้นทุนโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นจะส่งผลลามเป็นลูกโซ่ไปยังสินค้าอื่นๆ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...