โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลอาญาคดีทุจริตฯสั่งจำคุกอดีตรองอธิบดีกรมศุลฯ 10 ปี ปมคืนภาษีรถหรู 19 ล้าน ไม่ชอบ กม.

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลอาญาคดีทุจริตฯสั่งจำคุกอดีตรองอธิบดีกรมศุลฯและพวก 10 ปี ปมล้วงเงินคลัง 19 ล้าน คืนภาษีรถหรูให้ ‘เกรย์มาร์เก็ต’ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเปิดโอกาสให้จำเลยทั้ง 6 คน ยื่นอุทธรณ์คดีภายใน 30 วัน

แหล่งข่าวจากกรมศุลกากร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลางนัดฟังคำพิพากษาคดีอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางฉวีวรรณ คงเจริญกิจกุล อดีตรองอธิบดีกรมศุลกากร กับพวก เป็นจำเลย ในคดีคืนภาษีอากรให้กับบริษัท จูบิลี่ ไลน์ จำกัด ผู้นำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป ยี่ห้อ Lamborghini และบริษัท นิชคาร์ จำกัด ผู้นำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป ยี่ห้อ Lotus โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ภายหลังจากที่ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง (ศาลชั้นต้น) ได้พิจารณาประเด็นข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้ว พบจำเลย 6 คนแรก มีความผิด ตามมาตรา 154 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เรียกเก็บ หรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใด โดยทุจริตเรียกเก็บ หรือ ละเว้นไม่เรียกเก็บ ภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินนั้น หรือกระทำการใด ๆ เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร หรือค่าธรรมเนียมนั้นไม่ต้องเสีย หรือ เสียน้อยลงกว่าที่จะต้องเสีย ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูล

ศาลอาญาคดีทุจริต ฯจึงมีคำพิพากษาจำคุกนางฉวีวรรณ คงเจริญกิจกุล , นายธีระ สุวรรณพงษ์ , นางศุภวรรณ พลาดิสัย , นายพินิจ นิ่มตระกูล และนายพร้อมชาย สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คนละ 15 ปี แต่เนื่องจากคำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุกคนละ 10 ปี ส่วนนางรำพินธ์ กำแพงทิพย์ ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งจำคุก 4 ปี โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ อนุญาตให้จำเลยทั้ง 6 คน สามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน

ส่วนเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่เหลืออีก 6 คน ไม่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติคืนเงินภาษี ศาลฯจึงพิพากษายก ประกอบด้วยกลุ่มเจ้าหน้าที่ประเมินราคา ได้แก่ นางดาริศรา บุญยะนันท์ , นายบัญชา กอสนาน กลุ่ม เจ้าหน้าที่สำนักกฎหมาย ได้แก่ นายศิริศักดิ์ ตั้งสุภากิจ , นายประพันธ์ พิลมยรมย์ , นายบุญสืบ บุญญกนกและ นายชูชาติ อัศวโรจน์ เป็นต้น

อนึ่ง ความเป็นมาของ คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2552 โดยบริษัท จูบิลี่ ไลน์ จำกัด ได้นำเข้ารถยนต์ ยี่ห้อ Lamboghini รุ่น Gallardo ตามใบขนสินค้าขาเข้าจำนวน 6 ฉบับ และบริษัท นิชคาร์ จำกัด ได้นำเข้ารถยนต์ ยี่ห้อ Lotus รุ่น Elise S และ Exige S ตามใบขนสินค้าขาเข้า จำนวน 10 ฉบับ เข้าไปในเขตปลอดอากรบางกอกฟรีโซน

ต่อมา ผู้นำเข้าทั้ง 2 ราย ได้นำรถออกจากเขตปลอดอากรเพื่อนำมาใช้ หรือ ขายในราชอาณาจักร ขณะนำรถยนต์ผ่านพิธีการศุลกากร ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่แผนกประเมินอากร ประจำสำนักงานศุลกากรกรุงเทพ มีความเห็นว่า ราคาที่ผู้นำเข้าทั้ง 2 รายสำแดงต่อกรมศุลกากรเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาทดสอบตามที่กำหนดในคำสั่งกรมศุลกากรที่ 317/2547 ข้อ 2.1.1 และข้อ 2.2 วรรค 2 โดยเอกสารหลักฐานที่ผู้นำเข้านำมาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ไม่ใช่เอกสารต้นฉบับ ส่วนหลักฐานการชำระเงินไม่ได้ผ่านการรับรองจากธนาคาร เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงสั่งให้ผู้นำเข้าทั้ง 2 ราย วางเงินประกันเพิ่มเติมจนครบจำนวนเงินค่าภาษีสูงสุดที่ต้องชำระ ตามมาตรา 112 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 คิดเป็นวงเงินรวม 20.29 ล้านบาท ประกอบด้วย

  • กรณีบริษัท จูบิลี่ไลน์ จำกัด มีการวางเงินประกันค่าภาษีต่อกรมศุลกากรเป็นเงินทั้งสิ้น 16.86 ล้านบาท
  • กรณีบริษัท นิชคาร์ จำกัด วางเงินประกัน 3.43 ล้านบาท

ต่อมา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2552 ฝ่ายบริการคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากรที่ 3 กรมศุลกากรได้ทำหนังสือเลขที่ กค 0504 (3.3)/345-346 แจ้งผู้นำเข้าทั้ง 2 รายให้นำเอกสารที่เกี่ยวกับการซื้อ-ขายรถฉบับจริงมาส่งให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรพิจารณาภายใน 7 วัน ปรากฎว่าผู้นำเข้าทั้ง 2 ราย ไม่ยื่นเอกสารภายในกำหนดเวลา

วันที่ 21 เมษายน 2552 เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงส่งแบบแจ้งประเมินอากร (แบบ กศก.114) ถึงผู้นำเข้าว่า ราคาที่ผู้นำเข้าสำแดงต่ำกว่าราคาตามคำสั่งกรมศุลกากรที่ 317/2547 ข้อ 2.1.1 จึงผลักเงินประกันของผู้นำเข้าทั้ง 2 รายวางไว้ต่อกรมศุลกากร ประมาณ 20.29 ล้านบาท เข้าเป็นรายได้ของแผ่นดิน ตามระเบียบกรมศุลกากร

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 ผู้นำเข้าทั้ง 2 รายได้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์การประเมินอากรต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามมาตรา 112 (ฉ) แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 ปรากฏว่ามีผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวนี้ ได้ร่วมกันทำเรื่องเสนอรองอธิบดีกรมศุลกากรลงนามอนุมัติดังนี้

  • เพิกถอนหนังสือแจ้งผู้นำเข้ารถยนต์อิสระให้ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม
  • ยกเลิกการกำหนดราคาศุลกากรและยกเลิกการประเมินภาษี
  • กำหนดราคาศุลกากรที่จะใช้เป็นฐานคำนวณภาษีนำเข้าใหม่

การดำเนินการดังกล่าวส่งผลทำให้กรมศุลกากรต้องนำเงินภาษีที่เก็บเข้าคลังไปแล้ว เอาออกมาคืนให้บริษัท จูบิลี่ไลน์ จำกัด และบริษัท นิชคาร์ จำกัด รวมเป็นเงินประมาณ 19.88 ล้านบาท สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทราบเรื่องเข้าจึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้จนได้ข้อสรุปส่ง ป.ป.ช. และกรมศุลกากรหน่วยงานต้นสังกัดดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากนั้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 อัยการสูงสุดตั้งคณะกรรมการร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ จนได้ข้อสรุปว่าอัยการสูงสุดจะรับดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหา โดยจะนำตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไปรายงานตัวต่อพนักงานอัยการที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 จากนั้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ ก็เริ่มกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง และนัดหมายจำเลยมาฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 มีนาคม 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...