ผบ.ตร.สั่งลุย! คดี “ยิงถล่ม สส.กมลศักดิ์” รถหลวง กอ.รมน.เอี่ยว ส่อปลด-ไล่ออกทหารยศนาวาเอก
คดีคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อพบว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของหน่วยงานความมั่นคง กอ.รมน.จ.นราธิวาส โดยผู้ที่ให้เพื่อนอดีตนาวิกยืมรถคันดังกล่าวเป็นถึงนาวาเอกที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคสนาม จชต. เป็นเวลานาน ขณะนี้ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 นำทีมสืบสวนสอบสวนอย่างหนักมาเป็นเวลา 17 วันแล้ว โดยมีทั้งข้อสั่งการจาก ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. รวมถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำชับให้ดำเนินการอย่างใกล้ชิดและไม่มีข้อยกเว้น หลัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติได้ยื่นเรื่องให้เร่งหาคำตอบเพื่อความกระจ่าง
ล่าสุด จากการแถลงผลการปฏิบัติเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 พบว่ามีผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุ 5 ราย จับกุมแล้ว 3 ราย และกำลังติดตามอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมมาตั้งแต่ต้น ทั้งบุคคล วัตถุพยาน และหลักฐานด้านเวลา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบกฎหมาย โดย พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน จชต. ชี้แจงว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ส่งคนไปดักดูเป้าหมายที่สนามบินหาดใหญ่ และทีมสังหารได้นำรถไปจอดรอห่างจากบ้าน สส. ประมาณ 3-4 กม. ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เมื่อรถ สส. ผ่าน ผู้ก่อเหตุก็ขับรถสะกดรอยตามและลงมือก่อเหตุ จากนั้นขับรถหลบหนีไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถในอำเภอตากใบเพื่อทำลายหลักฐาน ขณะนี้ได้ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการครบทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย คนชี้เป้าที่สนามบิน, นายสมพร รังเดช ผู้ประสานงานและจัดหาทีมยิง (ปฏิเสธ แต่มีประวัติพัวพันคดีจ้างวานฆ่า), คนขับรถก่อเหตุ (รับสารภาพ) และมือปืน 2 รายคือ นายธนพัฒน์ และนายวิโรจน์ (อยู่ระหว่างหลบหนี) นอกจากนี้เจ้าของอู่รถที่ตากใบก็ให้การรับสารภาพว่ารับจ้างรื้อชำแหละรถจริง
แม้ผู้ประสานงานหลักจะปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานแน่นหนา ทั้งผลตรวจเขม่า ปลอกกระสุนที่ตรงกับอาวุธปืน และหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพรถตั้งแต่ก่อเหตุจนถึงอู่ชำแหละ ส่วนกรณีรถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถราชการใช้งานนอกแบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐผู้ครอบครองได้ให้เพื่อนยืมต่อกันมาจนถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนรู้เห็นกับการสังหาร แต่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแยกไปอีกส่วนหนึ่ง ด้านนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส เผยว่าได้ตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว และยืนยันว่าคนให้ยืมรถหลวงไปใช้ส่วนตัวมีความผิดตั้งแต่แรก ซึ่งได้รายงานเรื่องนี้ต่อแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว โดยการอนุญาตให้ใช้รถดังกล่าวไม่ถูกต้อง และอาจเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรงถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออกได้ ในส่วนของนาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ หัวหน้า กบค. กอ.รมน.จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ควบคุมรถของหน่วยฯ อยู่ระหว่างการชี้แจงข้อเท็จจริง และผลการสอบสวนของตำรวจจะนำมาประกอบการพิจารณาโทษทางวินัย ส่วนประเด็น "ผู้ออกใบสั่ง" และปมสั่งเก็บ ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ ผู้ต้องหาคนสำคัญยังไม่ให้การพาดพิงถึง แต่เชื่อว่าเป็นระดับผู้มีอำนาจ และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเหตุความมั่นคงหรือการเมือง
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news