ใจฟูไม่ไหว! “JohnJud Map” แผนที่น้องจรจุฬาฯ เปิดภารกิจอาสา-หาบ้านหลังสุดท้าย
หากคุณเดินไปตามคณะต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลาดสามย่าน หรือสยามสแควร์ แล้วเจอ “น้องจรสี่ขา” คุณอาจรู้สึกเอ็นดู กังวล กลัว พ่วงกับคำถามในใจว่า “สุนัขตัวนี้ดุไหมนะ เดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วจะหันมากัดหรือเปล่า” “แมวตัวนี้ฉีดวัคซีนแล้วหรือยังเนี่ย เข้าไปเกาพุงได้ไหมนะ” ทาสหมาทาสแมวอย่างเราๆ สามารถ ศึกษาและดูได้จาก “JohnJud Map” แผนที่ออนไลน์ที่สร้างขึ้นโดย “ชมรมนิสิตสัตวแพทย์จุฬาฯ เพื่อสวัสดิภาพสัตว์” เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “เพื่อนสัตว์ขาจร”
อาทิ พิกัดที่อยู่อาศัยของเจ้าถิ่นสี่ขา ภาพ ชื่อ ประวัติการรับวัคซีน นิสัยและข้อมูลสำคัญของสุนัขและแมวที่ควรรู้ เช่น
- “มะขวิด” แมวเซเลป เพศผู้ ทำหมันแล้ว ฉีดวัคซีนรวม และวัคซีนพิษสุนัขบ้าแล้ว ใจดี จับได้ ชอบนอนรอให้มนุษย์แวะมาเติมแมวได้ที่โซนหอใน
- “มะขาม” แมวเพศผู้ ทำหมันแล้ว วัคซีนแล้ว “ขี้กลัว จับไม่ได้ พี่ยามจับได้คนเดียว” น้องแมวสีน้ำตาลลายขาวตัวนี้เตร็ดเตร่อยู่บริเวณคณะครุศาสตร์ นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์
- “สีหมอก” แมวเพศเมีย ขนสีเทาดำ ทำหมันแล้ว “ขี้กลัว ดุ” น้องแมวหน้าขรึมตัวนี้อยู่แถวตลาดสามย่าน
JohnJud Map เป็นหนึ่งในความพยายามของชมรมฯ ในการดูแลสวัสดิภาพสัตว์จรที่อยู่ในชุมชนรอบรั้วจุฬาฯ ซึ่งปัจจุบัน เฉพาะบนแผนที่จรจัดก็มีรายชื่อน้องจรสี่ขามากกว่า 200 รายชื่อ
“JohnJud Map” — แผนที่เพื่อนสี่ขารอบรั้วจุฬาฯ
แผนที่ออนไลน์ “JohnJud Map” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ชมรมฯ ภูมิใจนำเสนอให้นิสิต บุคลากรจุฬาฯ และผู้ที่ผ่านไปมาในย่านจุฬาฯ ได้ลองใช้ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยทางชมรมฯ จะอัปเดตข้อมูลสุนัขและแมวจรในจุฬาฯ อยู่เสมอ ทั้งชื่อ รูป พฤติกรรม และสถานการณ์ทำหมันหรือฉีดวัคซีน
นายธีรภัทร์ วงษ์ทรัพย์ทวี (ยูโร) รองประธานชมรมฯ นิสิตสัตวแพทย์ปีที่ 4 กล่าวว่าแผนที่ออนไลน์นี้ออกแบบและทำขึ้นโดยนิสิตสัตวแพทย์ในชมรมฯ โดยเน้นให้เป็นแผนที่ที่เข้าใจง่าย มีการใช้สัญลักษณ์ไอคอนสีต่าง ๆ เช่น สีเขียว เหลือง แดง เทา เพื่อสื่อสารลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของสัตว์แต่ละตัวอย่างชัดเจน เช่น เป็นมิตร เข้าหาได้ หรือควรระมัดระวัง เพื่อให้ผู้พบเห็นสามารถปฏิบัติต่อสัตว์เหล่านั้นได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
“เป้าหมายของเราในการทำแผนที่ ‘จรจัด’ ไม่ได้เพียงเพื่อติดตามตำแหน่งของสัตว์จรจัดภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น หากแต่เราต้องการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาคมจุฬาฯ ในการดูแลเพื่อนสี่ขารอบรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเหมาะสม”
สีบอกความ friendly ของน้อง
- สีเขียว หนูเป็นมิตรมากกก เข้ามาเล่นมาเกาพุงได้เลย พี่ ๆ JohnJud คอนเฟิร์ม!
- สีเหลือง หนูจะเขิน ๆ หน่อยนะ ถ้าอยากผูกมิตร ต้องเว้นระยะห่างให้หนูสบายใจก่อนนะ
- สีแดง หนูรักสันโดษสุด ๆ ดูหนูอยู่ไกล ๆ ก็พอ อย่าเพิ่งมือไวเข้ามาจับน้า
- สีเทา หนูเป็นสมาชิกใหม่ ข้อมูลยังลึกลับ ใครมีเบาะแสบอกพี่ ๆ JohnJud ได้นะ!
ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกชมรมฯ ทุกคนสามารถช่วยกันดูแลสวัสดิภาพของน้องหมาน้องแมวจรในชุมชนจุฬาฯ และบริเวณโดยรอบได้ ซึ่งนายธีรภัทร์ได้ให้คำแนะนำ ดังนี้ สิ่งที่ทุกคนสามารถช่วยได้เมื่อใช้ JohnJud Map
Do
- สามารถดูข้อมูลของน้อง ๆ ในพื้นที่ที่พบได้จากแผนที่
- หากพบว่าน้องยังไม่มีข้อมูลในแผนที่ สามารถส่งรูปและตำแหน่งเข้ามาที่เพจได้
- หากเห็นน้องป่วย บาดเจ็บ หรือมีความผิดปกติ สามารถแจ้งทางชมรมเพื่อประสานการช่วยเหลือ
- สามารถช่วยสังเกตพฤติกรรมหรืออัปเดตข้อมูลของน้อง ๆ ในพื้นที่ได้
Don’t
- ไม่ควรไล่จับหรือเข้าใกล้น้องทันที โดยเฉพาะจุดที่ระบุว่าน้องค่อนข้างระวังตัว
- ไม่ควรให้อาหารที่ไม่เหมาะสมกับสัตว์
- ไม่ควรรบกวนน้องขณะพักผ่อน
กรณีที่พบสุนัขหรือแมวจรในพื้นที่ที่ยังไม่มีข้อมูลใน JohnJud Map สามารถส่ง รูปภาพ ตำแหน่งที่พบ และข้อมูลคร่าว ๆ มาที่เพจ JohnJud ได้ ทางทางชมรมจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ และวางแผนดูแลต่อ เช่น การทำวัคซีนและทำหมัน เพื่อช่วยยกระดับสวัสดิภาพของสัตว์ในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ดูแลสัตว์จรในชุมชน-โดยชุมชน เพราะสวัสดิภาพสัตว์คือสุขภาวะของมนุษย์
ชมรมนิสิตสัตวแพทย์จุฬาฯ เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ เกิดขึ้นเมื่อ 9 ปีก่อน ด้วยความตั้งใจของนิสิตสัตวแพทย์ที่อยากช่วยเหลือสุนัขและแมวจรที่อยู่รอบ ๆ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งในเวลาต่อมา ความตั้งใจนี้ก็ได้ขยายไปยังสุนัขและแมวจรที่อยู่คณะอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย จนปัจจุบัน ชมรมฯ ดำเนินกิจกรรมครอบคลุมไปยังชุมชนรอบรั้วจุฬาฯ ได้แก่ สยามสแควร์ ตลาดสามย่าน สวนหลวง โดยเชื่อมโยงกับคนรักสัตว์ที่อยู่ในแต่ละพื้นที่รอบ ๆ จุฬาฯ
ดูแลสวัสดิภาพสัตว์ควรครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ
- การจัดหาอาหารและน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ
- การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัย
- การดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างสม่ำเสมอ
- การเปิดโอกาสให้สัตว์ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของสายพันธุ์
- การส่งเสริมสภาพจิตใจที่ดี เพื่อให้สัตว์มีความสุขและปราศจากความเครียด
องค์ประกอบทั้ง 5 ประการล้วนเชื่อมโยงและส่งผลต่อกัน หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไปจะกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์โดยรวม ที่สำคัญ การจัดสวัสดิภาพสัตว์ดังกล่าวไม่จำกัดเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของดูแล แต่ยังหมายรวมถึงสัตว์จร ที่ชุมชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลจัดสวัสดิภาพให้สัตว์เพื่อสุขอนามัยและสุขภาวะของคนในชุมชน
“จับ ทำหมัน ปล่อยคืน” ลดจำนวนสัตว์จรเกิดใหม่
กิจกรรมหลักของชมรมฯ คือโครงการทำหมัน ฉีดวัคซีน รักษาโรค เพื่อเก็บข้อมูลประวัติสุขภาพ และหาบ้านใหม่ให้กับสัตว์ที่เชื่องและพร้อมไปอยู่กับครอบครัวใหม่ โดยทำตามหลักสากล TNR (Trap–Neuter–Return) คือ จับ ทำหมัน ปล่อยคืน “สัตว์แต่ละตัวมี “พื้นที่ของมันเอง” การปล่อยกลับคืนหลังจากทำหมันจะช่วยควบคุมประชากรได้อย่างยั่งยืน”
ปัจจุบันสัตว์ที่ได้รับการหาบ้านใหม่จะมีการฝังไมโครชิพเพื่อความสะดวกในการลงทะเบียนเป็นสัตว์เลี้ยง ขณะที่สัตว์ที่ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่จะมีการทำสัญลักษณ์บริเวณใบหู เพื่อให้สามารถสังเกตและติดตามได้อย่างชัดเจนว่าได้รับการทำหมันแล้ว การจับสัตว์จรส่งสถานสงเคราะห์ก็ยังไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก หลายปีที่ผ่านมา ชมรมฯ ได้รับความร่วมมือจากทางฝ่ายกายภาพของมหาวิทยาลัย สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (PMCU) และหน่วยงานเอกชนหลายแห่ง ในการจับสุนัขและแมวจรในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้เพื่อนำไปทำหมัน โดยได้ดำเนินการทำหมันสุนัขและแมวจรจัดทั้งภายในและโดยรอบจุฬาฯ แล้วกว่า 500 ตัว
“จำนวนแมวจรคุมได้ค่อนข้างยากกว่าจำนวนสุนัข ปัจจุบัน เรายังไม่สามารถคุมจำนวนแมวจรได้ 100% เนื่องจากแมวจรหน้าใหม่ ๆ มีเข้ามาเรื่อย ๆ และได้หลายทาง ไม่ว่าทางพื้นด้านล่าง และทางหลังคา แต่สถานการณ์คุมจำนวนแมวจรก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ” ผศ. สพ.ญ. ดร.จุฑามาสกล่าว
ภารกิจหาบ้านใหม่ เพื่อชีวิตใหม่เพื่อนสี่ขา
แม้ว่าชมรมฯ มีแนวทางจับสุนัขและแมวจร ทำหมันแล้วส่งกลับคืนถิ่นเดิม แต่สำหรับบางตัว โดยเฉพาะลูกสุนัข-แมวจร การหาบ้านใหม่ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตที่ดีกว่าของน้อง
นางสาวธัญชนก เอกพิมพ์ (แบม) ประธานชมรมฯ คนปัจจุบัน เล่าว่าเวลาที่ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขหรือแมวมาใหม่ ทางชมรมฯ จะรับตัวมา ตรวจโรค รักษา ให้วัคซีน และทำหมัน จากนั้นจะประกาศหาบ้าน ซึ่งทีม PR ของชมรมฯ จะทำรูปน่ารัก ๆ พร้อมแคปชันทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อเล่าเรื่องราวของสุนัขและแมวเหล่านั้น แล้วโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย ทั้งไอจี และเฟซบุ๊กของทางชมรมฯ
“การหาบ้านไม่ใช่แค่การส่งต่อสัตว์ให้ใครสักคน แต่คือการหาคนที่เข้าใจและพร้อมดูแลเขาจริง ๆ ซึ่งก่อนส่งมอบสัตว์ให้ผู้อุปการะ ชมรมฯ จะมีแบบฟอร์มคัดกรองอย่างละเอียดและมีการติดตามผลทุก ๆ 3 เดือนหลังรับน้องไป เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์ทุกตัวจะได้ไปอยู่ในบ้านที่ดีจริง ๆ แต่ถ้าเกิดรับไปแล้ว เลี้ยงไม่ได้หรือเลี้ยงไม่ไหว ก็ขอให้นำมาคืนทางชมรมฯ เพราะพวกเขาคือเพื่อนของเรา” น.ส.ธัญชนก กล่าวและเผยว่าที่ผ่านมา ชมรมฯ หาบ้านใหม่ให้เพื่อนสี่ขาไปแล้วราว 200-300 ตัว
ในช่วงรอหาบ้านใหม่ สุนัข-แมวจรจะอยู่ที่ชมรมฯ – ห้องเล็ก ๆ ที่นิสิตในชมรมฯ จะแวะเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามา “เติมหมา-เติมแมว” ให้อาหารและเล่นกับน้องจรทั้งหลาย สำหรับสัตว์ป่วยที่กำลังพักฟื้น ทางชมรมฯ ขอใช้พื้นที่ห้องส่วนตัวของอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อเป็นที่พักพิงและดูแลสัตว์ป่วยที่ต้องให้ยาและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
แม้ชมรมฯ เป็นของนิสิตและดำเนินการโดยนิสิตเป็นหลัก แต่นิสิตยังไม่ได้เป็นสัตวแพทย์ จึงยังรักษาหรือทำหมันให้สุนัขและแมวจรไม่ได้ จำเป็นต้องมีอาจารย์ช่วยกำกับดูแลและลงพื้นที่กับนิสิตทุกครั้งในการให้วัคซีนและจ่ายยาอย่างถูกต้อง ส่วนการรักษาโรคและทำหมันที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ ทางชมรมฯ จะนำสัตว์ไปส่งคลินิกภายนอกที่ทางชมรมฯ ประสานไว้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษา ทำหมัน และดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ล้วนมาจากการขอรับบริจาคผ่านทางช่องทางประชาสัมพันธ์ของชมรมฯ ที่นิสิตช่วยกันทำ
ประธานชมรมฯ น.ส.ธัญชนก กล่าวถึงการทำงานว่า “เราแบ่งงานเป็นทีม มีฝ่ายประสานงาน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ PR และฝ่ายหาบ้านให้กับสัตว์จร เราลงพื้นที่เชิงรุกแบ่งโซนพื้นที่ดูแลสัตว์จรทั่วจุฬาฯ มีตารางเวรชัดเจนในการดูแลเคสแมวที่มารักษาและรอหาบ้านใน shelter เล็ก ๆ ของชมรมฯ ซึ่งจะต้องสับเปลี่ยนตามเวลาที่นิสิตแต่ละคนสะดวก ถึงแม้จะมีช่วงเวลาที่ลำบากบ้าง เพราะไม่มีใครว่างเลย แต่สุดท้ายก็จะมีสักคนที่อาสามาช่วย”
ไม่เพียงนิสิตในคณะสัตวแพทยศาสตร์ ชมรมฯ ยังเปิดรับสมาชิกที่เป็นนิสิตจากคณะอื่น ๆ และคนในชุมชนที่รักสัตว์ และพร้อมจะมาเป็นอาสาในงานต่าง ๆ ของชมรมฯ
นายธีรภัทร์รองประธานชมรมฯ กล่าวเสริมว่า “เรามีนิสิตทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างคณะสนใจสมัครเป็นสมาชิกอาสา เช่น นิสิตคณะอักษรศาสตร์ช่วยแปลแคปชันภาษาอังกฤษ ทำสื่อประชาสัมพันธ์หาบ้าน นิสิตอาสาช่วยพาสัตว์ไปส่งรักษาที่คลินิก หรือมาเล่นด้วยเพื่อลดความเครียดของแมว หรือพาสุนัขไปเดินเล่น”
ปัจจุบันมีนิสิตสัตวแพทย์ที่เป็นทีมงานชมรมประมาณ 50 คน และยังมีสมาชิกของชมรมอีกประมาณ 400 คนซึ่งเป็นนิสิตจากคณะสัตวแพทย์และคณะต่างๆภายในมหาวิทยาลัย
“แม้ชมรมฯ จะไม่ใช่มูลนิธิ ไม่ใช่คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ แต่ทุกความช่วยเหลือเกิดจาก “แรงใจอาสา” และเงินบริจาคจากทุกคนที่ส่งต่อโอกาสให้ชีวิตเล็ก ๆ ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หรือเวลาที่เราได้รับคำขอบคุณจากพี่ ๆ เครือข่าย Feeder ที่เราเข้าไปช่วยดูแล หรือเวลาเห็นสัตว์ที่เราช่วย มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น นั้นคือกำลังใจดีให้เราทำงานต่อไป”
การแก้ปัญหาสัตว์จรไม่อาจเป็นเรื่องของหน่วยงาน องค์กร หรือใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่คนในชุมชนและสังคม สามารถร่วมกันดูแลปัญหานี้ได้เพื่อให้ชุมชนปลอดภัย คนและสัตว์อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แนวทางของ JohnJud ชมรมนิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการแก้ปัญหาสัตว์จรในชุมชน โดยชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวของทุกชีวิต
ติดตามกิจกรรมดี ๆ หรือมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ให้ชีวิตสัตว์จรและชุมชนรอบรั้วจุฬาฯ ได้ ไม่ว่าจะมาเป็นอาสาของชมรมฯ สนใจรับเลี้ยง หรือร่วมบริจาคช่วยค่ารักษาพยาบาล และการทำหมันโดยโครงการ และยังสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย สามารถติดต่อได้ทุกช่องทางที่
- Facebook: https://www.facebook.com/CUVETforAnimalWelfareClub
- Instagram: https://www.instagram.com/johnjud_cu/ (IG หลัก) และ https://www.instagram.com/johnjud_care/ (IG สำหรับติดตามเรื่องราวการไปหาคุณหมอของเหล่าหมาแมวในชมรมฯ)
- X: https://x.com/johnjud_cu
- Tiktok: https://www.tiktok.com/@johnjud_cu
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทุกชีวิตอยากมีบ้าน! “โกฮัง หัวใจโกโฮม” สะท้อนปัญหาสัตว์จรจัด ชีวิตที่ถูกทอดทิ้ง
สุนัขและแมวจรจัด ต้องจดทะเบียน-ฝังไมโครชิป หรือไม่?
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ใจฟูไม่ไหว! “JohnJud Map” แผนที่น้องจรจุฬาฯ เปิดภารกิจอาสา-หาบ้านหลังสุดท้าย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com