โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดมุมมอง ‘ดาด้า ดาราธร’ ในวันที่ ‘การเต้น’ เปลี่ยนชีวิต กับสเต็ปฮิปฮอปไวรัลทั่วโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดมุมมอง ‘ดาด้า ดาราธร’ ในวันที่ ‘การเต้น’ เปลี่ยนชีวิต กับสเต็ปฮิปฮอปไวรัลทั่วโลก

มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ เต้น, ดาด้า มิสแกรนด์, ดาด้า ดาราธร คือใคร

สารพัดคำค้นหาในอินเตอร์เน็ตช่วงนี้ เกี่ยวกับ‘ดาด้า ดาราธร หยูทอง’ มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ หญิงสาวผู้พลิกนิยามคำว่า‘นางงาม’ สร้างตำนาน ‘ไวรัลระดับโลก’ ด้วยท่าเต้น ‘ฮิปฮอป’ บนเวทีการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ซึ่งใครจะคาดคิดว่าโมเมนต์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที จะกลายเป็นเมจิกโมเมนต์ พลิกชีวิตคนธรรมดาที่รักในการเต้นให้ก้าวขึ้นไปยังจุดที่ทั้งโลกมองเห็น

แม้บุคลิกภายนอกจะดูเป็นสาวสวยมั่นใจ แต่จริงๆ แล้ว เบื้องหลังรอยยิ้มและอินเนอร์เลิศๆ นั้น ยังมีอีกมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

จาก ‘แดนเซอร์อาชีพ’ สู่คนที่โลกจำได้จาก ‘การเต้น’

ก่อนจะมีคำว่า ‘ไวรัล’ หรือ‘มิสแกรนด์กาฬสินธุ์’ มาเป็นภาพจำ ดาด้าคือแดนเซอร์มืออาชีพที่เคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หลิว อาจารียา, โจอี้ บอย หรือแม้แต่วงร็อกอย่าง LOMOSONIC เบื้องหลังเส้นทางนี้เริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ นั่นคือ ‘ความรักในการเต้น’ ความชอบที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก และกลายเป็นหนึ่งในความสุขหลักของชีวิต เพราะไม่มีวันไหนเลยที่เธอตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า “ไม่อยากไปทำงาน” คำว่า I love my job สำหรับเธอคือความรู้สึกจริงที่เกิดขึ้นทุกวัน

แล้วเส้นทาง“นางงาม” เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อ “การเต้น” คือสิ่งที่เธอรักที่สุด ดาด้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เธอไม่เคยฝันอยากเป็นนางงามเลย การก้าวเข้าสู่เวทีประกวดครั้งแรกของเธอ เริ่มต้นจากคำง่ายๆ เพียงคำเดียว คือคำว่า “อยากลอง” ไม่มีแผนการ ไม่มีโรดแมป ไม่มีตำรานางงาม 101 มีเพียงความกล้าที่พาเธอเดินเข้าไปยืนบนเวที แต่แน่นอนว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การประกวดครั้งแรกบนเวที “มิสแกรนด์ราชบุรี” เธอหยุดอยู่ที่รอบท็อป 20 ครั้งที่สอง “มิสแกรนด์บึงกาฬ” คว้าตำแหน่งรองอันดับ 3

และในปี 2026 “มิสแกรนด์กาฬสินธุ์” กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พาเธอก้าวขึ้นสู่เวทีใหญ่ ถึงอย่างนั้นวิธีคิดของเธอก็ยังคงเรียบง่ายไม่เปลี่ยน “อย่างน้อยก็ได้โปรไฟล์ อย่างมากก็หวังว่ามันจะพลิกชีวิต” และวันนี้ คำว่า “พลิกชีวิต” สำหรับเธอ ก็ไม่ใช่แค่ความหวังอีกต่อไป แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้ว

หลังจากก้าวเข้าสู่เวที “มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026” ดาด้าเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของสเต็ปฮิปฮอปสุดไวรัลว่า ทุกอย่างเกิดจาก“อินเนอร์ล้วนๆ” จริงๆ ในรอบซ้อมวันพรีลิมมินารี วันนั้นเธอมาในลุคสบายๆ สวมชุดกีฬา รองเท้าผ้าใบธรรมดา พอเห็นกล้องแพลนผ่านก็แค่ขยับตัวเต้นเล่นกับเพื่อนตามนิสัย ไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรพิเศษเกิดขึ้น แต่แล้วช่วงพักเบรก ทีมงานกลับเดินเข้ามาทักว่า“นี่ไงน้องคนนั้นที่เต้นฮิปฮอป” ทำเอาเธองงไม่น้อย เลยถามกลับไปว่าเห็นด้วยเหรอ ทีมงานก็ยิ้มแล้วบอกว่า“เห็นสิ ก็เขาตัดขึ้นจอมอนิเตอร์” คำนั้นเองกลายเป็นจุดประกายสำคัญในใจเธอ ถ้าวันซ้อมเห็น วันจริงก็ต้องเห็น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของคลิปเต้นที่กลายเป็นไวรัล จนผู้คนทั่วโลกพร้อมใจกันลุกขึ้นมาเต้นตามกันสนั่นโซเชียล

’สเต็ปฮิปฮอป’ บนเวทีนางงาม ‘ความคอนทราสต์’ ที่เปลี่ยนชีวิต

ใครจะไปคิดว่าความเป็นตัวเองของดาด้า จะกลายเป็นไวรัลที่ทั้งตัวเธอและคนรอบข้างยังตั้งตัวไม่ทัน คำแรกที่เธอใช้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นคือ“งง” เพราะสเต็ปฮิปฮอปที่หลายคนเห็นและชื่นชอบนั้น สำหรับเธอมันก็แค่สิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน เป็นภาพคุ้นตาของคนใกล้ตัวที่เห็นกันจนชิน แต่สิ่งธรรมดาในสายตาเธอ กลับกลายเป็นความสดใหม่ในสายตาคนทั้งโลก โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่ามันจะโดนใจผู้คนได้มากขนาดนี้

ซึ่งดาด้าคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นเพราะความแตกต่างระหว่างเวทีนางงามและการเต้นฮิปฮอป เป็นสองสิ่งที่ไม่น่าเห็นบนเวทีนางงาม มันคือ “ความคอนทราสต์” ที่สมบูรณ์แบบ

ดาด้าเองก็วิเคราะห์ได้อย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่ทำให้คนชอบ อาจเป็นเพราะมันคือสิ่งที่ “ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ดันเกิดขึ้น” และที่สำคัญ มันเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้พยายามจะต่าง แต่ “เป็นแบบนั้นจริงๆ” ช่วงแรก เธอคิดว่าแค่ไวรัลในกลุ่มแฟนนางงาม แต่พอรู้ตัวอีกทีมันไปไกลถึงระดับโลก มีทั้งคนต่างชาติเต้นตาม นักกีฬา โรงพยาบาล อินฟลูเอนเซอร์ ศิลปินจากหลายประเทศ และแน่นอน สื่อระดับโลกอย่าง CNN ที่หยิบยกไปนำเสนอข่าว รวมถึงศิลปินระดับโลกSZA (ซิสซ่า) ที่ทำการรีโพสต์คลิปของเธอลงบนอินสตาแกรมสตอรี่ We Need To Stop it now นั่นคือสิ่งที่เธอจะนิยามได้ ณ ขณะนี้

เมื่อ ‘ความเป็นตัวเอง’ กลายเป็นจุดแข็ง และวิธีดีลกับคำพูดลบๆ

กับความไวรัลในครั้งนั้น ดาด้าเล่าว่า เธอไปเจอคลิปหนึ่งซึ่งนักจิตวิทยาวิเคราะห์ปรากฏการณ์ไวรัลของเธอไว้ได้น่าสนใจว่า สังคมไทยมักปลูกฝังให้ผู้คนเก็บอารมณ์และความรู้สึก โดยเฉพาะสิ่งที่ดูไม่เหมาะสมต่อการแสดงออกในที่สาธารณะ แต่สิ่งที่ดาด้าทำกลับสวนทางกับกรอบนั้นอย่างสิ้นเชิง เธอเลือกที่จะแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ จนกลายเป็นภาพแทนของสิ่งที่หลายคน “อยากทำแต่ไม่ได้ทำ” และนั่นเองที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประทับใจในตัวเธอ

แม้ว่าเธอไม่ใช่นางงามตามขนบ เธอไม่ได้เรียบร้อยแบบตำรา ไม่ได้มีลุคหวาน มีรอยสัก มีความเป็นตัวเองสูง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่มีใครโฟกัสสิ่งเหล่านั้นเลย ทุกคนกลับมองเห็นอย่างอื่นของเธอแทน เธอเชื่อว่าการเป็นนางงามในยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่คือ “ทัศนคติ” ถ้าคุณมั่นใจและสามารถส่งต่อพลังดีๆ ให้คนอื่นได้ นั่นแหละคือหัวใจของคำว่านางงาม

อย่างไรก็ตาม สำหรับดาด้าแล้วความเป็นตัวเองไม่ใช่เรื่องไม่ดี เธอเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ หากรู้จักกาลเทศะ และตระหนักว่าสิ่งที่ทำไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น และมีคุณค่าในแง่ใดแง่หนึ่ง ทั้งในฐานะความจริงใจและความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นจากตัวเอง ขณะเดียวกัน เธอยังมองว่าสังคมไทยอาจยังต้องใช้เวลาในการเปิดรับความแตกต่าง โดยเฉพาะในมิติของการเปิดใจ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและกรอบความนิยมที่มักจำกัดอยู่ในบริบทภายในประเทศ

ดาด้าย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงเรื่องทัศนคติหรือ “รสนิยม” ของผู้คนนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน และไม่ควรถูกเร่งเร้าด้วยการตัดสินหรือโจมตี เพราะทุกอย่างล้วนต้องอาศัยเวลาในการค่อยๆ ปรับตัว เช่นเดียวกับพัฒนาการทางสังคมที่สั่งสมผ่านหลายยุคหลายสมัย กว่าจะหล่อหลอมมาเป็นความคิดและมุมมองเช่นในปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับดาด้าคือ เธอไม่มี “ไอดอลชีวิต” แรงขับเคลื่อนของเธอคือคำถามง่ายๆ “วันนี้จะเก่งขึ้นยังไง” “จะมีความสุขยังไง” เธอไม่ได้เปรียบเทียบตัวเองกับใคร ไม่ได้วิ่งตามความสำเร็จของคนอื่น แต่โฟกัสที่การพัฒนาตัวเองล้วนๆ อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง เธอก็มีความเป็น “แฟนคลับ” ไม่ต่างจากคนทั่วไป โดยเฉพาะการชื่นชอบศิลปินเกาหลีอย่างวง SHINee ที่เธอติดตามมานาน

อีกหนึ่งมุมที่สะท้อนความคอนทราสต์ในตัวดาด้าได้อย่างชัดเจน คือด้านการเรียนและการทำงาน หากมองจากภาพจำของหลายคนที่เห็นเธอในสายบันเทิง อาจคิดว่าเธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องวิชาการมากนัก แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงดาด้าสำเร็จการศึกษาตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี จากคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอพูดได้เต็มปากว่า “ภูมิใจมาก” โหมดของการเรียนหรือการทำงาน เธอเป็นคนที่จริงจังและทุ่มเทอย่างมาก เธอไม่ชอบความผิดพลาด ไม่ถนัดกับสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ และให้ความสำคัญกับการวางแผนอย่างรอบคอบในทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกอย่างออกมา “เป๊ะ” อย่างที่ตั้งใจไว้เสมอ

แม้จะดูเป็นหญิงสาวที่มั่นใจแค่ไหน แต่เธอก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ไม่มั่นใจที่สุดในชีวิตกับ “เรื่องความรัก” เธอเคยอยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้รู้สึกว่า “ตัวเองไม่มีค่า” จากคนที่เคยมั่นใจกลายเป็นคนที่ต้องลดความสามารถของตัวเอง ต้องร้องขอ ต้องสงสัยในคุณค่าของตัวเอง ประสบการณ์นั้นทำให้เธอเข้าใจว่า ความรักมีทั้งแบบที่ทำให้เราเติบโต และแบบที่ทำให้เราตัวหดเล็กลง และมันสอนให้เธอกลับมาเลือกตัวเองอีกครั้ง

ฮิปฮอปสวนลุมฯ สู่ไอคอน “แอโรบิก” และความฝันที่จะเป็น “นางฟ้าวิกตอเรียฯ”

เมื่อย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของการไปนำเต้นแอโรบิกที่สวนลุมพินี ดาด้ายอมรับตรงๆ ว่าเธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจะพาเธอไปถึงจุดนั้น ทุกอย่างเริ่มจากการที่แบรนด์หนึ่งติดต่อเข้ามา ซึ่งนับเป็นงานแรกที่ชวนเธอไปเต้นแอโรบิก ทำเอาเธอถึงกับอุทานในใจว่า “คิดได้ยังไง” งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร มีการสนับสนุนด้านเวทีและเครื่องเสียงอย่างเต็มรูปแบบ และยังได้รับเกียรติจากผู้ว่าฯ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” มาเป็นประธานเปิดงาน ยิ่งทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างมาก

แม้ภาพจำของผู้คนจะมองว่าเธอกลายเป็น “ไอคอนแอโรบิก” ไปแล้ว และหลังจากนั้นยังมีอีกหลายงานที่ต้องการให้เธอไปนำเต้นแอโรบิก ดาด้าหัวเราะและบอกตามตรงว่า แท้จริงแล้วสเต็ปที่เธอถนัดนั้นไม่ใช่แอโรบิกเลยด้วยซ้ำ เธอไม่เคยสอนแอโรบิกมาก่อน และปกติก็ออกกำลังกายในรูปแบบอื่น ถึงอย่างนั้นเธออยากจะขอบคุณทุกโอกาสที่มอบให้ ภาพที่เธอเห็นบนเวทีวันนั้นมีผู้คนหลั่งไหลมาร่วมเต้นกันอย่างหนาแน่นสุดสายตา ทั้งอากง อาม่า และคนทุกช่วงวัย จนเธออดถามทีมงานหลังเวทีไม่ได้ว่าปกติคนเยอะขนาดนี้หรือไม่ ก่อนจะได้รับคำตอบว่าวันนั้นมีผู้เข้าร่วมมากกว่าปกติหลายเท่าตัว จากเดิมหลักพัน เพิ่มขึ้นเป็นกว่าสามพันคนตามรายงานข่าว

เมื่อถูกถามถึงแผนในอนาคต ดาด้าตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ณ ตอนนี้เธอยังไม่ได้คิดไกลมากนัก อย่างไรก็ตาม ในใจลึกๆ เธอยังคงมีความตั้งใจหลายอย่างที่อยากลองทำ ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมเกม โดยเฉพาะเกมโปรดอย่าง Roblox หรือแม้แต่การเป็น MC ในไนต์คลับ ซึ่งเป็นอีกบทบาทที่เธอรู้สึกว่าน่าจะสนุกและได้ใช้พลังในการสร้างบรรยากาศให้ผู้คนมีความสุข รวมถึงการเล่นละคร ที่เธอเองก็เคยมีประการณ์ในอดีต อีกทั้งแอบมี “ความฝันฟุ้งๆ” อีกหนึ่งอย่างที่อยากลองไปให้ถึง นั่นคือการได้เดินแบบบนเวทีแฟชั่นโชว์ระดับโลกอย่าง Victoria’s Secret ซึ่งเป็นภาพในจินตนาการที่เธอเคยคิดเล่นๆ และพยายามทำให้เป็นจริงในสักวัน

เรื่องราวของดาด้าอาจไม่มีสูตรสำเร็จ แต่คือผลลัพธ์ของการเดินทางผ่านทั้งสุข ทุกข์ ซึ่งทั้งหมดหล่อหลอมให้เธอกลายเป็น “ดาด้า ดาราธร” มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ อย่างงดงาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดมุมมอง ‘ดาด้า ดาราธร’ ในวันที่ ‘การเต้น’ เปลี่ยนชีวิต กับสเต็ปฮิปฮอปไวรัลทั่วโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...