โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ครม. เห็นชอบจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ม.นครพนม หวังแก้แพทย์ขาดแคลน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ครม. เห็นชอบจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม วงเงิน 2,502 ล้านบาท ผลิตแพทย์เพิ่ม แก้ขาดแคลนภาคอีสานตอนบน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม วงเงินรวม 2,502 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2579 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายผลิตแพทย์จากพื้นที่ ให้กลับไปทำงานดูแลประชาชนในบ้านเกิด โดยจะเริ่มรับนักศึกษาแพทย์รุ่นแรกในปีการศึกษา 2571 และภายในปี 2579 คาดว่าจะสามารถผลิตแพทย์เพิ่มให้พื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า 71 คน พร้อมมีนักศึกษาแพทย์ที่อยู่ระหว่างการศึกษา 216 คน

สาระสำคัญของโครงการ คือ การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์แพทยสภา และสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ โดยพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต พัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน รวมทั้งยกระดับโรงพยาบาลนครพนม โรงพยาบาลเลย และโรงพยาบาลยโสธร ให้เป็นศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังประสบปัญหาการกระจายแพทย์ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งประชาชนจำนวนมากยังต้องเดินทางไกลเพื่อรับบริการทางการแพทย์ การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์แห่งนี้จึงเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างกำลังคนด้านสุขภาพให้ตอบโจทย์พื้นที่จริง

“โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดคณะใหม่ แต่คือการสร้างแพทย์ให้กลับไปดูแลบ้านเกิด ลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และทำให้ประชาชนในภาคอีสานตอนบนเข้าถึงหมอและบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้ใกล้บ้านมากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...