แก๊งจำนำกรอบพระเลี่ยมทองสอดไส้เทียนไข อาละวาด กว่า 5 ร้านทองเสียหายแล้ว 5 ล.
ตร.อุดรฯจับแก๊งจำนำกรอบพระเลี่ยมทองสอดไส้เทียนไขอาละวาดอุดรฯ กว่า 5 ร้านทองเสียหายแล้ว 5 ล.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 เมษายน ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ภคพล พลภักดี พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสุวรรณ อายุ 63 ปี ชาว กทม. และนายขวัญนคร สนแก้ว (ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว) อายุ 47 ปี ชาว จ.ปทุมธานี
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 168-169 /2569 โดยกล่าวหา “ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระและฟอกเงิน” พร้อมของกลาง พระเลี่ยมทอง 21 องค์ ทองคำแท่ง 1 แท่ง โดยจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยมีเจ้าของร้านทอง 5 แห่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานีร่วมแถลงข่าว และภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านทองแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ที่นายสุวรรณนำกรอบพระไปจำนำสำเร็จ และคลิปขณะตำรวจเข้าจับกุมนายขวัญนครในโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.เมืองอุดรธานี เป็นหลักฐาน
พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ตำรวจได้รับแจ้งจากห้างทองแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถนนโพศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีชาย 2 คน มีพฤติกรรมทำทีเข้าไปซื้อทองรูปพรรณในร้าน เสร็จแล้วได้นำพระเลี่ยมทองที่เตรียมไว้ออกมาจำนำ 5 องค์ มูลค่า 75,000 บาท เมื่อจำนำเสร็จแล้ว เจ้าของร้านทองรู้สึกสงสัยได้แกะทองออกจากกรอบพระเพื่อชั่งน้ำหนัก พบว่าพระเลี่ยมทองที่อ้างว่าน้ำหนัก 2 สลึง หรือ 7.5 กรัม พอชั่งพบว่าน้ำหนักเพียง 0.4 กรัม และ 0.8 กรัม น้ำหนักไม่ตรง และยังพบว่าเป็นทองที่ไม่ได้มาตรฐาน และคาดว่าจะไม่มีการไถ่ทองคืน ทำให้ร้านทองเกิดความเสียหาย
โดยนายสุวรรณเป็นผู้ที่นำพระเลี่ยมทองมาจำนำ ซึ่งเป็นทองที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้บัตรประชาชนจริงในการจำนำ คาดว่าจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ จึงนำพระเลี่ยมทองมาจำนำ ส่วนร้านทองไม่สามารถแกะทองจากพระออกมาชั่งได้ อาศัยประสบการณ์และความชำนาญคำนวณน้ำหนักและเสนอราคา แต่เจ้าของร้านทองสงสัยจึงแกะทองออกจากพระมาชั่ง ก็พบว่าน้ำหนักไม่ตรงตามมาตรฐาน โดยมีการสอดไส้ด้วยเทียนไขเอาไว้ที่ขอบกรอบพระ ให้มีน้ำหนักเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีการนำทองแท่งมาขายด้วย ถือว่าเป็นวิธีการใหม่ในการฉ้อโกง
ตำรวจจึงตรวจสอบภาพวงจรปิดภายในร้าน และรวบรวมหลักฐานของอนุมัติศาลออกหมายจับ และจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี และจากการตรวจสอบไปที่ชมรมร้านทอง พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ที่ร้านทองภายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ภายในเดือนเมษายน รวมทั้งหมด 5 ร้าน เสียหาย 4.4 แสนบาท และร้านทองในต่างอำเภออีกหลายร้าน รวมค่าเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท
ส่วนนายต้อม อายุ 57 ปี เจ้าของร้านทอง เล่าพฤติกรรมของแก๊งดังกล่าวว่า พวกเขาจะเข้ามาในร้าน เริ่มจากนำทองคำแท่ง 2 สลึงมาเสนอขายก่อน อ้างว่าผู้เล่นในบ่อนฝากทองมาขาย พอขายทอง 2 สลึงเสร็จ เขาก็จะซื้อทอง 1 บาท เพื่อจะไปออกหวยทองในบ่อน แต่ไม่ได้จ่ายเงินสด เขาก็นำพระเลี่ยมทอง 2 สลึงมาจำนำ เพื่อจะซื้อทองจะให้ราคาเท่าไหร่ ซึ่งตนก็ให้ราคาไป 25,000 บาท พอรู้ราคาที่ให้เขาก็บอกว่าราคาใช้ได้ตกลงจำนำ เขาก็นำพระเลี่ยมทองแบบเดียวกันออกมาจากกระเป๋าอีก 3 องค์ รวมเป็น 4 องค์ รวมเป็น 1 แสนบาทที่ร้านรับจำนำ ซึ่งวันต่อมาเขาก็นำพระเลี่ยมทองมาจำนำอีก 3 องค์ ตนให้ไปองค์ละ 1.5 หมื่นบาท รวมเป็น 45,000 บาท
หลังจากนั้น 1 ชม.เขาก็มาไถ่พระเลี่ยมทองคืน 3 องค์ และก็มาซื้อทองคำแท่ง 3 บาท 3 แท่ง 2 สลึง 2 แท่ง รวมเป็นเงิน 2.8 แสนบาท แต่บอกว่าเงินไม่พอ จึงเอาพระเลี่ยมทองมาจำนำ 4 องค์ เป็นเงิน 6.5 หมื่นบาท ประมาณบ่ายสองกลับมาอีก มาขอไถ่พระเลี่ยมทอง 4 องค์ที่จำนำไว้ ซึ่งตนนำพระเลี่ยมทองเข้าไปหลังร้าน เพื่อตรวจสอบ พบว่าทองคำบางมาก น้ำหนักไม่ถึงแน่นอน โดยมีเทียนมาทำเป็นฐานให้ทองอยู่คงรูป จึงไม่รับจำนำ และบอกว่าหากจะซื้อขายขอให้เป็นเงินสด เขาบอกว่าค่ำๆ จะมาอีก เขาจึงไม่กลับมาอีกเลย โดยจะมีนายสุวรรณ นายขวัญนคร และเพื่อนอีกคน ซึ่งพูดไทยแต่สำเนียงเหมือนคนจีนและพูดจีนได้ด้วย
ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าพระเลี่ยมทองและทองคำแท่ง ไปรับจำนำมาจากบ่อนการพนัน ทำให้น่าเชื่อถือ แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้ไปบ่อนจริง เป็นอุบายสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างให้สมจริง
พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขออนุญาตห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านทองใน จ.อุดรธานี ซึ่งได้มีกรณีการนำพระเลี่ยมทองไม่ได้มาตรฐานมาจำนำ ทำให้ร้านทองเกิดความเสียหาย ต้องให้ความระมัดระวัง ซึ่งผู้ประกอบการเล่าวิธีการของมิจฉาชีพคือ ใช้พระเลี่ยมทองซึ่งมีน้ำหนักขนาดนี้ซึ่งปลอมปนด้วยเทียนไข ทำให้มีน้ำหนักและสัมผัสแล้วมีความหนา น่าเชื่อถือว่าเป็นนำหนักจริงตามประสบการณ์
“จึงขอฝากเตือนร้านทอง ทั้งในจังหวัดอุดรธานีและใกล้เคียง ได้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันเหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายได้ ตอนนี้มีผู้เสียหายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี 4 ร้าน และกำลังตรวจสอบตามอำเภอรอบนอก และสามารถแจ้งเหตุในกลุ่มสมาคมร้านทองได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย วันนี้ที่อุดรธานี เสียหายประมาณ 4.4 แสนบาท”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แก๊งจำนำกรอบพระเลี่ยมทองสอดไส้เทียนไข อาละวาด กว่า 5 ร้านทองเสียหายแล้ว 5 ล.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th