โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่ ชี้จุดบอดปชน.หลังเลือกตั้ง เขียน 3 ข้อ กระทุ้ง ทำได้เลยไม่ต้องรอแก้โครงสร้าง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 13.14 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 13.14 น.

พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.พรรคส้ม ลั่น พรรคมีคนแต่ไม่รู้จะใช้ทำอะไร สะท้อนบทเรียนหลังเลือกตั้ง 69 ชี้จุดบอดคือปล่อยผู้สมัคร-อาสาสมัครเคว้ง ไร้การเชื่อมต่อส่วนกลาง เตือนถ้ายังรวมศูนย์นโยบาย-สื่อสารทางเดียว เสี่ยงเสียคนเก่งเหลือแค่ผู้ติดตาม

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงระบบการทำงานของพรรคว่า พรรคมีคนอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จะทำอะไรกับเขา

หลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 69 ที่ผ่านมา ผมได้คุยกับผู้สมัครหลายคนที่แพ้ ทั้งระดับ ส.ส. และท้องถิ่น สิ่งที่ได้ยินซ้ำกันมากที่สุดไม่ใช่ความเสียใจที่แพ้ แต่คือความรู้สึกที่ว่า “หลังจากนั้นพรรคก็เงียบ”

ไม่มีใครโทรมาถาม ไม่มีกระบวนการส่งต่อ ไม่มีพื้นที่ให้ทำงานต่อในฐานะอะไรสักอย่างที่ชัดเจน บางคนยังทำงานอยู่เพราะรักพรรค แต่ทำในแบบที่ตัวเองคิดเอง โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำมันเชื่อมกับทิศทางส่วนกลางอย่างไร คนที่ลงสมัครแล้วไม่ได้รับเลือกไม่ใช่คนล้มเหลวเขาคือคนที่รู้จักพื้นที่ มีเครือข่ายคน เคยเผชิญคำถามยากจากชาวบ้านโดยตรง และเลือกแล้วว่าจะยืนตรงนี้ทั้งที่รู้ว่าเสี่ยง สิ่งเหล่านี้ไม่มีในห้องประชุม แต่พรรคที่บอกว่าฐานรากสำคัญ ยังไม่มีกระบวนการรองรับคนกลุ่มนี้อย่างเป็นระบบ ปัญหาเดียวกันนี้ขยายไปถึงกลุ่มอาสาสมัคร คนทำงานปีกต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาช่วยในช่วงเลือกตั้ง คนเหล่านี้มีแรงจูงใจต่างกัน มาจากความเชื่อที่ต่างกัน ถ้าพรรคไม่มีกระบวนการที่ต่างกันสำหรับแต่ละกลุ่ม แต่ใช้วิธีเดิมคือชวนมาร่วมกิจกรรมและรับฟังการบรรยายคนที่มีทักษะจริงจะเบื่อและออกไป ส่วนคนที่อยู่คือคนที่พอใจกับการเป็นแค่ผู้ติดตาม และนั่นไม่ใช่ฐานของพรรคมวลชน แล้วทำอะไรได้จริงบ้าง ผมคิดว่ามีสามเรื่องที่เริ่มได้เลยโดยไม่ต้องรอแก้โครงสร้างพรรค

หนึ่ง: รู้จักคนที่มีอยู่ก่อน

พรรคต้องมีทะเบียนคนที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ฐานข้อมูลสมาชิกที่บอกได้แค่ว่ามีกี่คน แต่ต้องรู้ว่าแต่ละคนอยู่ที่ไหน ทำอะไรได้ มีเครือข่ายในพื้นที่แบบไหน และยังพร้อมทำงานอยู่ไหม ฟังดูธรรมดา แต่ตอนนี้ยังไม่มีจริงๆ ผู้สมัครที่แพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีอยู่ทั่วประเทศ หลายคนยังคุกกี้ (คลุกคลี) อยู่ในพื้นที่ของตัวเอง แต่พรรคไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายังอยู่หรือเปล่า การ map คนให้ชัดเป็นก้าวแรกที่ไม่มีข้ออ้างว่าทำไม่ได้

สอง: ให้งานจริง ไม่ใช่บทบาทกิตติมศักดิ์มีแต่ชื่อแต่เข้าไปร่วมงานไม่ได้

ความแตกต่างระหว่างคนที่ผูกพันกับพรรคระยะยาวกับคนที่ค่อยๆ หายไป มักอยู่ที่ว่าเขารู้สึกว่าตัวเองมี agency หรือเปล่า รูปธรรมคือให้เขารับผิดชอบ listening session ในพื้นที่ของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่แค่ไปนั่งฟัง แต่เป็นคนออกแบบ เป็นคนถาม และเป็นคนสรุปส่งกลับมาที่ส่วนกลาง ให้เขาเขียนนโยบายเชิงพื้นที่ที่ตอบโจทย์อำเภอของตัวเอง แล้วมีช่องทางให้สิ่งนั้นถูกพิจารณาจริง ให้เขาตัดสินใจบางอย่างในระดับพื้นที่ได้โดยไม่ต้องรอให้ส่วนกลางอนุมัติทุกเรื่อง

เรื่องนี้สำคัญมากเพราะนโยบายที่ใช้ได้ในกรุงเทพฯ อาจใช้ไม่ได้เลยในอำเภอชายขอบ คนในเมืองใหญ่มีโลกทัศน์ต่างจากคนในพื้นที่ห่างไกล และคนที่เข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุดไม่ได้นั่งอยู่ในส่วนกลาง ถ้าพรรคยังรวมศูนย์การตัดสินใจไว้ที่เดียว สิ่งที่จะได้กลับมาคือนโยบายที่ฟังดูดีแต่ประยุกต์ใช้ไม่ได้

สาม: ระบบสื่อสารภายในที่ไหลสองทาง

ปัญหาที่เห็นซ้ำกันในพรรคการเมืองไทยคือการสื่อสารภายในเป็นแบบทางเดียว ส่วนกลาง broadcast ลงไป พื้นที่รับสาร แต่ไม่มีช่องทางที่ทำให้เสียงจากพื้นที่ขึ้นมาได้จริงและถูกได้ยินจริง

ผลคือคนในพื้นที่ไม่รู้ว่าส่วนกลางกำลังคิดอะไรอยู่ และส่วนกลางก็ไม่รู้ว่าพื้นที่เจอปัญหาอะไร ความห่างนี้สะสมไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นความรู้สึกว่าพรรคไม่ได้เป็นของเขา

การแก้ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องตั้งใจทำจริง มีรอบรายงานที่สม่ำเสมอ มีพื้นที่ให้ตั้งคำถามกับส่วนกลางได้ และที่สำคัญคือต้องมีการตอบกลับที่เห็นได้ชัดว่าเสียงนั้นไปถึงและถูกนำไปทำอะไรต่อ

พรรคมวลชนที่จริงจังไม่ได้วัดที่จำนวนสมาชิก แต่วัดที่ว่าคนในพรรครู้สึกว่าตัวเองมีความหมายกับงานที่ทำแค่ไหน ตอนนี้คำตอบยังน่าเป็นห่วงครับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีตผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่ ชี้จุดบอดปชน.หลังเลือกตั้ง เขียน 3 ข้อ กระทุ้ง ทำได้เลยไม่ต้องรอแก้โครงสร้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...