โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.นัดแรกอัด 4 แพจเกจเยียวยาผลกระทบสงคราม

The Better

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
ครม.ไฟเขียวมาตราการลดผลกระทบเติมเงินบัตรคนจน ออกซอฟท์โลน 5,000 ล้านบาทซื้อ EV หรือติดโซลาร์เซล ช่วยค่าน้ำมันภาคขนส่ง 2,000 ล้านบาท  โครงการดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงิน 3 หมื่นล้าน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเห็นชอบมาตรการให้ ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบและป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ดังกล่าวโดยรัฐบาลมุ่งเน้นแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและลดต้นทุนให้ทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการผลักภาระไปยังผู้บริโภค โดยมาตรการความช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 4 ด้านได้แก่

1.มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับประชาชน มุ่งเน้นการช่วยเหลือค่าครองชีพเร่งด่วนและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ได้แก่การ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.22 ล้านคน โดยขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจาก 300 บาท เป็น 400 เป็นระยะเวลา 1 เดือน (13 เม.ย. – 12 พ.ค. 2569)

สำหรับมาตรการหนุนการใช้พลังงานสะอาด กระทรวงการคลังได้สนับสนุน ให้ธนาคารออมสินออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan ) วงเงิน 5,000 ล้านบาท สำหรับติดตั้ง Solar Cell หรือซื้อรถ EV วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท/ราย ผ่อนนาน 5 ปี ดอกเบี้ยพิเศษ ยื่นคำขอได้ถึง 31 มี.ค. 2570

ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนให้มีการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เช่น "สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข" (ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.20% ต่อปี), "สินเชื่อบ้านเบอร์ 5" (ดอกเบี้ยคงที่ 2.69 % ต่อปี ใน 2 ปีแรก) และสินเชื่อ "Solar Roof" สำหรับลูกค้าสวัสดิการ กู้เพิ่มสูงสุด 300,000 บาท

2.มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคการเกษตร ได้แก่ โครงการ "สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง" โดย ธ.ก.ส.: วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนจัดซื้อปัจจัยการผลิตและอบรมให้ความรู้ด้านการวิเคราะห์ดินและปุ๋ย โครงการนี้คืดอัตราดอกเบี้ยปกติ 6% ต่อปี แต่หากเกษตรกรปฏิบัติตามเงื่อนไขรัฐบาลจะช่วยชำระดอกเบี้ยแทน 3% ต่อปีสามารถกู้ได้สูงสุด 100,000 บาท/ราย ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 12 เดือ (ระยะเวลาโครงการ 3 ปี)

3.มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการดูแลตั้งแต่สภาพคล่องไปจนถึงการสนับสนุนให้ธุรกิจปรับตัว (Transformation) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ โดยกรมบัญชีกลางผ่อนปรนเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้าง เช่น หากไม่สามารถลงนามสัญญาได้จะไม่ถูกขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานและได้คืนหลักประกัน, อนุญาตให้เจรจาหยุดงานชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม รวมถึงขยายเพดานราคากลางน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ 51.00 - 69.99 บาท/ลิตร เพื่อให้การคำนวณราคากลาง (ค่า K) สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และผู้ส่งออก จะช่วยเหลือโดยให้ธนาคารออมสิน ดำเนินโครงการสินเชื่อ Soft Loan พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อการลงทุนและปรับตัว ในส่วนของ SME D Bank จะออกโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity ดอกเบี้ย 3 %ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท/ราย เพื่อยกระดับสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและ EV

ขณะที่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ( E XIM Bank) ออกมาตรการ EXIM Support Plus ดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี สำหรับผู้ส่งออกรายย่อยที่แบกรับต้นทุนขนส่งสูงขึ้น พร้อมมอบเบี้ยประกันส่งออกอัตราพิเศษ

4.มาตรการอุดหนุนภาคขนส่ง ครม. อนุมัติงบประมาณรวม 2,061 ล้านบาท เพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่งเป็นเวลา 42 วัน (ตั้งแต่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569) และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางช่วงเทศกาล โดยแบ่งการจัดสรรดังนี้

กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป และรถบรรทุกขนาดเล็กน้อยกว่า 10 ล้อ) จำนวน 1,354 ล้านบาท กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทางจำนวน 311 ล้านบาท กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 97 ล้านบาท กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 และ 3 (รถตู้โดยสาร และรถมินิบัส) จำนวน 81 ล้านบาท กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 4 จำนวน 9 ล้านบาท กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 8 ล้านบาท บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สนับสนุนเงินเพื่อลดภาระค่าโดยสารให้ประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ (6 - 19 เมษายน 2569) จำนวน 200 ล้านบาท

นอกจากมาตรการเยียวยาแล้ว ครม. ยังได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณพิจารณาลดการใช้งบของหน่วยงานรัฐ โดยให้งดการเดินทางไปศึกษาดูงานหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ และปรับเปลี่ยนเป็นการจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน พร้อมทั้งให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณาปฏิบัติงานจากที่พักอาศัย (Work From Home) ในส่วนที่ไม่กระทบต่องานบริการประชาชน เพื่อประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่าย

นายเอกนิต กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่นดำเนินมาตรการข้างต้นเพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบให้แก่เกษตรกรรายย่อย ประชาชน และผู้ประกอบการให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจผ่านการสร้างนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโต และวางรากฐานให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวและขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...