โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

แพทย์เตือน คน 7 กลุ่ม ไม่ควรกิน แตงโม อันตรายถึงชีวิตแม้อร่อยสดชื่น

News In Thailand

เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • meaw
แพทย์เตือน คน 7 กลุ่ม ไม่ควรกิน แตงโม อันตรายถึงชีวิตแม้อร่อยสดชื่น

แตงโม กลายเป็นผลไม้คลายร้อนอันดับหนึ่งที่หลายคนนึกถึงในช่วงร้อนๆแบบนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ออกมาเตือนคน 7 กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือหลีกเลี่ยงการทานแตงโมในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้อาการป่วยแย่ลงได้ ดังนี้

1. คนที่มีอาการปวดท้อง หรือระบบย่อยอาหารไม่ดี

แตงโมมี ฤทธิ์เย็น หากผู้ที่มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรือมีลมในกระเพาะอาหารมากทานเข้าไป จะยิ่งไปซ้ำเติมให้กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ ส่งผลให้อาการปวดท้องหรือท้องเสียรุนแรงขึ้นได้

2. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

มีดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะแตงโมที่แดงและหวานจัด หากทานมากเกินไปจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบอินซูลินและไต

3. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องไตทำงานผิดปกติ

เนื่องจากแตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและมีน้ำเยอะ หากไตทำงานไม่ปกติ ร่างกายจะกำจัดน้ำส่วนเกินออกได้ยาก ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ท้องอืด และในกรณีที่รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้

4. คนที่เป็นไข้หวัด

ในช่วงที่ร่างกายกำลังป่วยเป็นไข้หวัด การทานแตงโมที่มีฤทธิ์เย็นจัดจะทำให้ร่างกายสะสมความเย็นไว้ภายในมากขึ้น ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันฟื้นตัวได้ช้าลง และใช้เวลานานกว่าปกติในการหายจากโรค

5. คนที่เป็นแผลในปาก (ร้อนใน)

หลายคนเข้าใจผิดว่ากินแตงโมช่วยแก้ร้อนใน แต่ความจริงแล้วแตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะสูง เมื่อร่างกายขับปัสสาวะออกมาก น้ำในช่องปากจะลดลง ทำให้แผลในปากขาดความชุ่มชื้นและหายช้ากว่าเดิม

6. สตรีมีครรภ์และคุณแม่หลังคลอด

- สตรีมีครรภ์: การทานแตงโมมากเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ เสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์

- คุณแม่หลังคลอด: ร่างกายของคุณแม่มักจะอ่อนแอและไวต่อความเย็น การทานแตงโมอาจทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย หรือมีอาการหนาวสั่นได้ง่าย

7. ผู้สูงอายุ

เนื่องจากระบบย่อยอาหารและอวัยวะภายใน เช่น ไตและหัวใจ ของผู้สูงอายุเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย การทานแตงโมปริมาณมากๆ อาจส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและการทำงานของกระเพาะอาหารได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...