ยุติสงคราม? “อิสราเอล-เลบานอน” นัด 14 เม.ย. ขึ้นโต๊ะเจรจาสงบศึก
วันที่ 11 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อิสราเอลและเลบานอน เตรียมส่งผู้แทนเข้าเจรจาและหาข้อตกลงร่วมกันที่กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐฯ ในวันอังคารที่ 14 เมษายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อหวังยุติไฟสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นไปตามเป้าประสงค์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องการลดระดับความตึงเครียดในสงครามระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งเชื่อกันว่าหากปล่อยให้สงครามนี้ยืดเยื้อต่อไปก็รั้งแต่จะบั่นทอนข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน ที่สถานการณ์ยังเต็มไปด้วยความเปราะบาง
สำหรับความขัดแย้งในปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นจากการที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลเมื่อวันที่ 2 มีนาคม หรือให้หลังเพียง 3 วัน หลังจากที่สงครามสหรัฐฯ กับอิหร่านปะทุขึ้น ส่งผลให้อิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศในเลบานอน ก่อนจะขยายเป็นปฏิบัติการภาคพื้นดินในพื้นที่ตอนใต้ นอกจากนี้อิสราเอลยังได้ออกคำสั่งเตือนประชาชนเลบานอนจำนวนหลายแสนคนให้เร่งอพยพออกจากหมู่บ้านที่คาดว่าเป็นฐานที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์ด้วย
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนเกือบ 2,000 คน จากการโจมตีของอิสราเอล ขณะที่ฝั่งอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คนจากการยิงจรวดของฮิซบอลเลาะห์
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มด้วยว่า นายโจเซฟ อูน ประธานาธิบดีเลบานอน ได้แสดงท่าทีพร้อมเปิดการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอลเพื่อยุติความรุนแรง แม้กระทั่งเสนอแนวทางสู่การปรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ตาม อิสราเอลในขณะนั้นปฏิเสธข้อเสนอ โดยมองว่าเลบานอนไม่สามารถควบคุมฮิซบอลเลาะห์ได้โดยไม่เสี่ยงต่อสงครามกลางเมือง
แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยอิหร่านย้ำว่าอิสราเอลต้องยุติการโจมตีเลบานอนก่อนการเจรจาในปากีสถาน ขณะเดียวกันมีรายงานจากแหล่งข่าวแห่งหนึ่งว่า ทรัมป์ ได้โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อขอให้ลดระดับการโจมตี ก่อนที่เนทันยาฮูจะประกาศเปิดการเจรจากับเลบานอนในเวลาต่อมา
ส่วนแนวทางการหารือระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนในกรุงวอชิงตัน เบื้องต้นมีรายงานว่าคณะผู้แทนของทั้งสองฝั่ง จะนำโดย เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ และเอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ และจะมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ทั้งนี้ ยังมีประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายเห็นต่างกันอยู่พอสมควร คือ เลบานอนต้องการหารือการหยุดยิงและกำหนดกรอบเจรจา ส่วนอิสราเอลมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการ และไม่ต้องการหารือกับฮิซบอลเลาะห์โดยตรง
ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลจะไม่ยุติการโจมตีฮิซบอลเลาะห์ในทันที โดยตั้งเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ ต้องปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ และบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับเลบานอน พร้อมกันนี้อิสราเอลจะยังเดินหน้าปฏิบัติการทหารในเลบานอน โดยมุ่งสร้าง “เขตกันชน” บริเวณชายแดนทางเหนือ แม้มีสัญญาณว่าอาจลดระดับการโจมตีก่อนการเจรจา นอกจากนี้มีการอ้างด้วยว่า อิสราเอลอาจเรียกร้องให้เลบานอนปลดรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับฮิซบอลเลาะห์ออก ส่วนทางด้านเลบานอนย้ำว่า การหยุดยิงเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนจะเข้าสู่การเจรจาในประเด็นที่กว้างขึ้น
แม้รัฐบาลเลบานอนจะประกาศห้ามฮิซบอลเลาะห์ดำเนินกิจกรรมทางทหารในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงกลุ่มดังกล่าวยังคงมีอิทธิพลสูงทั้งด้านอาวุธและการสนับสนุนจากชุมชนมุสลิมชีอะห์จำนวนมาก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง สำหรับรัฐบาลเลบานอนที่เปราะบาง และกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงสุดนับตั้งแต่สงครามกลางเมืองระหว่างปี 1975–1990