โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จ่าคิงส์ พาแม่ค้าโจ๊กวัย 67 เครียดหนัก ถึงขั้นอยากจบชีวิต ร้องกองปราบฯ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์บุกฉกเงินล้านถึงบ้าน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยที่น่าสลดใจ เมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พัฒนารูปแบบการหลอกลวง จากเพียงแค่โทรศัพท์ข่มขู่ สู่การบุกประชิดถึงหน้าบ้าน ล่าสุดแม่ค้าขายโจ๊กย่านเดอะมอลล์บางแค เข้าร้องเรียนต่อ จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่

กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยที่น่าสลดใจ เมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พัฒนารูปแบบการหลอกลวง จากเพียงแค่โทรศัพท์ข่มขู่ สู่การบุกประชิดถึงหน้าบ้าน ล่าสุดแม่ค้าขายโจ๊กย่านเดอะมอลล์บางแค เข้าร้องเรียนต่อ จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ หลังถูกมิจฉาชีพในคราบตำรวจหลอกให้ซื้อโทรศัพท์ใหม่ ก่อนตามมาเอาเงินสดและทองคำถึงที่พัก สูญเสียทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

จ่าคิงส์ พาผู้เสียหายร้องสื่อฯ ก่อนเข้าพบ. พงส.กก.1 บก.ป. โดยระบุว่า นางนวล (ขอสงวนชื่อ/นามสกุล) แม่ค้าขายโจ๊ก อายุ 67 ปี พร้อมลูกชายเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองบังคับการปราบปราม หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกลวง และส่งตำรวจปลอมมารับทรัพย์สินถึงหน้าบ้านพัก ในซอยเพชรเกษม 84 ทำให้สูญเงินสด 5 แสนบาท และทองคำ 6 บาท

นางนวล เล่าว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา มีคนโทรศัพท์เข้ามาอ้างว่ามีคนนำชื่อตนเองไปใช้สิทธิ์เบิกยาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น หากไม่ใช่ตนเองไปเบิกยา จะเป็นการถูกสวมสิทธิ์ ให้เข้าแจ้งความกับตำรวจที่ขอนแก่น ตนเองจึงบอกว่าเดี๋ยวจะให้น้องสาวพาไป แต่ปลายสายกลับบ่ายเบี่ยง บอกว่าไม่ต้องมาก็ได้ เดี๋ยวจะช่วยประสานงานกับตำรวจให้

ก่อนที่ปลายสายจะเปลี่ยนข้ออ้าง เป็นบอกว่าตนเองยังมีบัญชีธนาคาร ลักษณะเป็นบัญชีม้า มีเงินในบัญชีจำนวน 14 ล้านบาทซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ตนเองรู้สึกหวาดกลัวเพราะไม่เคยไปเปิดบัญชีดังกล่าวแต่อย่างใด ปลายสายจึงให้ตนเองโอนเงินไปตรวจสอบ แต่มือถือตนเองโอนเงินไม่ได้ ปลายสายก็หลอกล่อให้ไปซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ และลงทะเบียนไลน์เพื่อพูดคุยส่งหลักฐานต่างๆ ตนเองจึงได้ไปซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ที่ห้าง โดยตนเองดำเนินการไม่เป็น จึงให้ปลายสายคุยกับพนักงานของค่ายมือถือ แต่เมื่อดำเนินการทุกอย่างแล้ว ตนเองก็ยังทำไม่เป็น

ปลายสายจึงบอกว่าจะส่งตำรวจพร้อมหมายไปที่บ้าน ระหว่างนั้นปลายสายพยายามบอกว่าเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามบอกใคร และถูกบังคับให้คุยสายต่อเนื่อง 4-5 ชั่วโมงตลอดเวลา

จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น. ก็มีชายคนหนึ่งมาที่บ้าน ไม่ได้แต่งเครื่องแบบตำรวจ ไม่ได้มีบัตรเจ้าพนักงานมาแสดง มีเพียงเอกสาร 1 แผ่นมาให้อ้างว่าเป็นหมาย ซึ่งตนเองก็อ่านไม่รู้เรื่อง แต่คนร้ายที่โทรศัพท์อยู่ในสายก็พยายามบอกว่าให้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้ตำรวจนายดังกล่าวไปตรวจสอบ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง จะนำมาคืน

แต่เมื่อผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง ยังไม่มีการนำทรัพย์สินมาคืน ตนเองจึงสอบถามคนปลายสาย ก็อ้างว่าตำรวจคนดังกล่าวเป็นตำรวจโกง เพิ่งจะถูกปลดจากสารวัตร ถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว ทำให้ตนเองตกใจอย่างมาก รู้ตัวว่าถูกหลอก จึงติดต่อลูกชาย และได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.หลักสอง

ขณะที่นายเดช นามสมมุติ อายุ 31 ปี ลูกชายคนกลางของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลักแจ้งความกับตำรวจ ผ่านมา 5 วันแล้ว ครอบครัวต้องไล่กล้องวงจรปิดเองทั้งหมด จนทราบว่าตำรวจปลอมนั่งรถแท็กซี่มาลงแถวบ้าน ก่อนจะเดินเข้ามาที่บ้าน เมื่อได้ทรัพย์สินไปก็กลับไปขึ้นรถแท็กซี่ ซึ่งตนเองดูแล้วไม่ใช่คนแถวบ้าน ไม่ใช่คนในพื้นที่ นอกจากนี้ในกล้องวงจรปิดยังจับภาพรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 2 คัน มาขับวนเวียนหน้าบ้าน ลักษณะคล้ายมาดูลาดเลา ก่อนที่ตำรวจปลอมจะมารับทรัพย์สินไม่นาน จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจมารับเงินถึงที่บ้าน และทรัพย์สินทั้งหมดก็เป็นเงินที่แม่เก็บมาตลอด 30 ปี และส่วนหนึ่งก็ไว้ให้ตนเองแต่งงาน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. สอผ่าข้ามผู้เสียหายก่อนดำเนินการช่วยเหลือตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...