เปิดคำแถลงนโยบายรัฐบาล “อนุทิน 2” เร่งทำทุกวิถีทางที่ให้ไว้กับ ปชช.วาง 23 เป้าหมาย เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง
เปิดคำแถลงนโยบายรัฐบาล “อนุทิน 2” เร่งทำทุกวิถีทางที่ให้ไว้กับ ปชช.วาง 23 เป้าหมาย เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง
วันที่ 5 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างคำแถลงนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่จะแถลงต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย. มีจำนวนทั้ง 19 หน้า โดยมีสาระสำคัญ ตอนหนึ่งระบุว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชนโดยบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ยังระบุว่า ประเทศไทยในวันนี้อยู่ในจุดที่กำลังเผชิญกับภัยที่ล้วนเป็นแรงกดดันและบั่นทอนศักยภาพการเติบโตให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะเป็นภัยด้านเศรษฐกิจ ภัยด้านสังคม ภัยด้านสิ่งแวดล้อม ภัยด้านความมั่นคง การเข้ารับหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินในวาระนี้ รัฐบาลจะมุ่งดำเนินการต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐบาลจะปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็นระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster) และรัฐบาลจะทำหน้าที่รวมพลังภาคเอกชนและประชาชน พร้อมทั้งปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ
ในร่างคำแถลงนโยบาย ด้านเศรษฐกิจ แบ่งเป็น 1.สร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย ประกอบด้วย 1.1 เร่งจัดการภาระที่บั่นทอนศักยภาพการเติบโตของคนไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถตั้งต้นและไปต่อได้ 1.2 สนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งทุน และเทคโนโลยีตามความต้องการของแต่ละกลุ่ม 1.3 ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ธุรกิจและแหล่งเงินทุนในระบบ 1.4 ส่งเสริมบทบาทท้องถิ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่
2.ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพการเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ประกอบด้วย 2.1 ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและสังคมไทย รวมถึงคนไทยให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากเศรษฐกิจดิจิทัล 2.2 ปรับระบบส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่อการพัฒนาและการปรับโครงสร้างไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ 2.3 ยกระดับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน 2.4 เพิ่มบทบาทภาคเอกชนและเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2.5 ยกระดับตลาดเงินตลาดทุนให้ทันสมัย โปร่งใส และแข่งขันได้ในระดับสากล
3.ด้านการค้า เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า ประกอบด้วย 3.1 สร้างความสามารถในการแข่งขันและโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย 3.2 ผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากลโดยทีมประเทศไทย 3.3 บริหารจัดการความเสี่ยงและเพิ่มความสมดุลเชิงโครงสร้างการค้า 3.4 ส่งเสริมการค้าภาคบริการ
4.ด้านการเกษตร เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน 4.1 สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร การสร้างองค์ความรู้และเทคนิคการเกษตรสมัยใหม่ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานให้แก่เกษตรกรผ่านโครงการคนละครึ่งสำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพัฒนายกระดับทักษะการใช้ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ของ ธ.ก.ส. 4.2 พัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และ AI ในการวางแผนการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ 4.3 สร้างเสถียรภาพและยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยให้เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน
5. ด้านการท่องเที่ยว สร้างไทยเป็นจุดหมายของการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง ประกอบด้วย 5.1 ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศ 5.2 พัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน 5.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยคนในชุมชนได้รับประโยชน์และมีความพร้อมในการร่วมกันดูแลและรักษาอย่างยั่งยืน 5.4 สนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นโดยสนับสนุนการยกระดับเมืองน่าเที่ยว 5.5 ยกระดับความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว
ขณะที่ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 6. เร่งส่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก 7. เสริมสร้างเสถียรภาพ 8. ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจที่ขยายโอกาสให้ประชาชนและธุรกิจไทยผ่านการบูรณาการการทำงานในลักษณะทีมประเทศไทย
9. ส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและแก้ไขปัญหาพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค ประกอบด้วย 9.1 ป้องกัน เฝ้าระวัง และจัดเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกราชอาณาจักร 9.2 มุ่งสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์ในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU 2544) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 9.3 แก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
10. สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ประกอบด้วย 10.1 บูรณาการการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดและผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง และปราบปรามการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างเข้มข้น 10.2 ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อขจัดยาเสพติดอย่างจริงจัง 10.3 ทบทวนนโยบายการตรวจลงตราเข้าเมือง (Free Visa) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ รวมถึงการฟอกเงินและทุนเทา
11. พัฒนาระบบป้องกันประเทศและพัฒนาศักยภาพของกองทัพให้มีความพร้อม เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทความมั่นคงทั้งในปัจจุบันและอนาคต 12. พัฒนาระบบทหารอาสาและการปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร
ส่วนด้านสังคม 13.เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ประกอบด้วย 13.1 พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรีที่ประชาชนสามารถเข้าถึงเพื่อเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ในแพลตฟอร์มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 13.2 ปรับหลักสูตรการศึกษา รูปแบบการเรียนรู้และการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและตลาดแรงงานในอนาคตเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที เมื่อสำเร็จการศึกษาและการฝึกอบรม 13.3 พัฒนาทักษะและความสามารถด้านกีฬาเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย
14. พัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที ประกอบด้วย 14.1 ปรับปรุงการบริหารจัดการระบบประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ 14.2 ปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม 14.3 ยกระดับบริการสุขภาพคนไทย 15.สร้างเสริมสถาบันครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคมและสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย ประกอบด้วย 15.1 พัฒนาคนในชาติให้มีเหตุผล มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น 15.2 สร้างสภาพสังคมและชุมชนให้รองรับสังคมสูงวัย 15.3 จัดสถานที่พักพิงสำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่ได้มาตรฐานในพื้นที่
ส่วนด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม 16.บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ 17.พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ 18.ผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 ประกอบด้วย 18.1 พัฒนายกระดับวิถีเกษตรกรสู่เกษตรรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ป้องกันและลดการเผาในภาคเกษตรเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 18.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดควบคู่กับการวางรากฐานการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานไปสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี 18.3 ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งและโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 18.4 จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากลและผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว 18.5 เพิ่มพื้นที่ดูดซับก๊าซเรือนกระจก 19.การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าและสมดุล
ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย 20.ราชการทันใจ มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ ผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ซึ่งเป็นระบบหลักให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน และเร่งเสนอร่างชุดกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันต่อสภาผู้แทนราษฎรให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี 21.การปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยการเงินการคลังของรัฐ
22.การพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ประกอบด้วย 22.1 ทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป 22.2 เร่งยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น 22.3 ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนสมัยใหม่ 22.4 แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 22.5 การเสนอกฎหมายใหม่ที่จะจัดทำขึ้น 22.6 กำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาทบทวน ปรับปรุง และเสนอร่างกฎหมาย 23.แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ในร่างคำแถลงนโยบายของนายกฯ ยังมีการระบุด้วยว่า รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามหน้าที่ของแนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 162 และเพื่อให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง “พูดแล้วทำ” โดยรัฐบาลได้กำหนดให้มีกลไกบริหารราชการแผ่นดินภายใต้แนวคิดการบริหารภาครัฐด้วยระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ ซึ่งในระยะเริ่มต้นจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้ 1.ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 2.ด้านการผลิต การค้า และบริการ 3.ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4.ด้านสังคมและสวัสดิการ 5.ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
ตอนท้ายร่างคำแถลงนโยบายยังระบุด้วยว่า “กระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นประเทศไทย